HomeTagsวิ่งสุดใจไปคว้าเดือน

Tag: วิ่งสุดใจไปคว้าเดือน

spot_imgspot_img

บทส่งท้าย (Epilogue) : ฤดูที่ฝนไม่ตกในใจอีกต่อไป

1 ปีต่อมา... "คัท! ผ่านครับ! เลิกกองได้!" เสียงผู้กำกับตะโกนสั่ง ผมรีบเดินถือแก้วน้ำเย็นเจี๊ยบเข้าไปหา 'พระเอก' ของงานที่กำลังนั่งซับหน้าอยู่ คิรินรับน้ำไปดูดจ๊วบใหญ่ วันนี้เขามาถ่ายแบบโฆษณาครีมกันแดดที่สตูดิโอ "เหนื่อยไหม?" ผมถาม พลางหยิบกระดาษทิชชูช่วยซับเหงื่อที่คอให้ "เหนื่อย... อยากกลับไปนอนกอดหมอนข้าง (ที่มีชีวิต) ที่ห้องแล้ว" คิรินอ้อนเสียงงุ้งงิ้ง "เย็นนี้อยากกินฝีมือพี่แทนอ่า โทรบอกโค้ชวินให้หน่อยสิว่าเราจะไปบุกบ้าน" "โทรแล้วครับ พี่แทนบอกว่าทำแกงเขียวหวานรอแล้ว" ชีวิตหลังจากวันนั้นเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร ข่าวผมกับคิรินเป็นกระแสอยู่พักใหญ่ แต่ด้วยความที่ยุคสมัยเปลี่ยนไป บวกกับการจัดการ (และด่ากราด) ของเจ๊จีน่า ทำให้กระแสแอนตี้เงียบลง...

วิ่งสุดใจ บทที่ 7 : ความจริงที่ซ่อนอยู่ในความธรรมดา (The Invisible Man)

เช้าวันต่อมา บรรยากาศในมหาวิทยาลัยยังคงดำเนินไปตามปกติ แต่สำหรับผมและไอ้แซม ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว เราสองคนนั่งซุ่มอยู่ในโรงอาหารคณะสถาปัตย์ฯ (ถิ่นเก่าของพี่แทน) บนโต๊ะมีจานข้าวมันไก่ที่พร่องไปครึ่งหนึ่ง แซมใส่แว่นกันแดดสีดำและหมวกไหมพรม (ทั้งที่อากาศร้อน 35 องศา) เพื่อพรางตัว "มึงจะใส่หมวกไหมพรมทำไมวะแซม คนเขามองทั้งโรงอาหารแล้ว" ผมกระซิบดุ "นี่คือแฟชั่นสายลับเว้ย! แล้วมึงแน่ใจนะว่าทฤษฎีมึงถูก?" แซมกระซิบตอบพลางเคี้ยวแตงกวา "ลุงหมูเนี่ยนะคือพี่แทน? ลุงภารโรงพุงพลุ้ยที่ชอบเดินฮัมเพลงลูกทุ่งเนี่ยนะ?" "มึงลองคิดดูดีๆ นะแซม" ผมเริ่มวิเคราะห์ด้วยเหตุผล "ทำไมไม่มีใครหาพี่แทนเจอตอนที่หายตัวไป? เพราะทุกคนมัวแต่มองหา 'เดือนคณะผู้หล่อเหลา' ไง ไม่มีใครสนใจมองคนตัวเล็กตัวน้อยอย่างภารโรง......

วิ่งสุดใจ บทที่ 8 : เส้นชัยที่ไม่มีเส้นกั้น (The Limitless Finish Line)

หนึ่งเดือนผ่านไป... บรรยากาศในสนามกีฬากลางมหาวิทยาลัยวันนี้คึกคักเป็นพิเศษ ธงทิวหลากสีปลิวไสว เสียงกลองเชียร์ดังกระหึ่ม การแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยรอบชิงชนะเลิศรายการวิ่ง 100 เมตรชายกำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ผมยืนวอร์มร่างกายอยู่ข้างลู่วิ่ง พยายามปรับลมหายใจเข้าออกให้ลึกที่สุด แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปจากเดิมคือ... วันนี้ผมไม่ได้รู้สึกโดดเดี่ยว "ยืดขาดีๆ อย่าให้ตะคริวกินนะเว้ย วันนี้กูลงทุนซื้อกล้องเลนส์ซูมมาถ่ายมึงโดยเฉพาะ!" ไอ้แซม ตะโกนมาจากขอบสนาม มันใส่เสื้อสกรีนคำว่า 'FC ดีน ขาแรง' (ที่ทำเองแบบหยาบๆ) ถัดไปไม่ไกล... โค้ชวิน ยืนกอดอกมองผมอยู่ วันนี้โค้ชดูแปลกตาไปมาก หนวดเคราเฟิ้มถูกโกนจนเกลี้ยงเกลา เผยให้เห็นใบหน้าที่ดูหนุ่มขึ้นหลายปี และที่สำคัญ......

วิ่งสุดใจ บทที่ 3 : ภารกิจลับระดับ (ไม่) ชาติ

นาฬิกาบนหัวเตียงบอกเวลา 22.45 น. ผมยืนจ้องตัวเองในกระจกห้องน้ำ สภาพผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อย เสื้อยืดตราห่านคู่สีขาวกับกางเกงวอร์มขาสั้นตัวเก่า... ไม่ใช่ชุดที่คนปกติจะใส่ไปเดต หรือไปเจอเดือนมหาลัยแน่ๆ แต่ช่างเถอะ ผมไปซ้อมวิ่ง ไม่ได้ไปเดินแบบ "จะไปไหนวะดึกดื่น?" เสียงงัวเงียของไอ้แซมดังขึ้นจากกองผ้าห่ม ทันทีที่ผมไขกุญแจห้อง "หิว" ผมตอบสั้นๆ พลางชูถุงลูกชิ้นปิ้งที่เพิ่งลงไปซื้อหน้าหอมาเมื่อกี้ให้มันดูเป็นหลักฐาน "ลงไปซื้อของกิน แล้วกะว่าจะไปยืดเส้นยืดสายหน่อย" "เออๆ อย่าไปแถวสแตนด์เชียร์ล่ะ ผีพี่แทนดุนะเว้ย" แซมพึมพำก่อนจะดึงผ้าห่มคลุมโปงหลับต่อ ผมถอนหายใจเบาๆ รอดตัวไปหนึ่งเปลาะ ... บรรยากาศที่สนามวิ่งตอนห้าทุ่มยังคงเงียบสงัดเหมือนเดิม แตกต่างตรงที่คืนนี้ผมไม่ได้รู้สึกโดดเดี่ยว ที่มุมเดิมหลังกองเบาะรองกระโดด ร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษา (ที่วันนี้เปลี่ยนมาใส่เสื้อยืดสีดำทับ) นั่งรออยู่แล้ว ทันทีที่เห็นผมเดินเข้าไปพร้อมถุงลูกชิ้น...

วิ่งสุดใจ บทที่ 6 : ความลับหลังบานประตูเหล็ก (Secrets Behind the Iron Door)

นาฬิกาข้อมือบอกเวลา 01.00 น. เสียงน้ำหยดจากก๊อกน้ำที่ปิดไม่สนิทในห้องอาบน้ำดังก้องเป็นจังหวะ... ติ๋ง... ติ๋ง... ในความเงียบสงัดยามวิกาล เสียงนี้มันชวนประสาทเสียยิ่งกว่าเสียงเล็บขูดกระดานดำเสียอีก ผมนั่งขดตัวอยู่หลังแนวตู้ล็อกเกอร์แถวสุดท้าย ในมุมมืดที่สุดของห้องพักนักกีฬา มือกระชับไม้เบสบอล (ที่ยึดมาจากห้องชมรมซอฟต์บอลข้างๆ) ไว้แน่น เหงื่อเย็นๆ ซึมชื้นเต็มฝ่ามือ "ดีน..." เสียงกระซิบสั่นเครือดังมาจากข้างหู "กูว่าเรากลับเถอะมึง... นี่มันตีหนึ่งแล้วนะ ผีพี่แทนน่าจะตื่นแล้ว" ไอ้แซม นั่งตัวสั่นเป็นลูกนกอยู่ข้างผม ในมือถือกระบอกไฟฉายแน่น อีกมือถือพวงพระเครื่องพวงใหญ่ที่ห้อยคออยู่จนดูเหมือนแร็ปเปอร์สายบุญ "เงียบหน่า" ผมดุเสียงเบา "ถ้ามึงกลัวก็กลับไปนอน กูบอกแล้วว่าไม่ต้องตามมา" "จะทิ้งเพื่อนได้ไงวะ!" แซมเถียงเสียงอ่อย...

วิ่งสุดใจ บทที่ 5 : นักสืบกางเกงวอร์มกับปฏิบัติการชิงตัวประกัน (ทางใจ)

ปัง! เสียงประตูเหล็กที่กระแทกปิดเองเมื่อครู่ยังดังก้องอยู่ในหู ผมกำหมัดแน่น รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีแล้วพุ่งตัวไปที่ประตูห้องล็อกเกอร์ กระชากมันเปิดออกอย่างแรง "ใครวะ! ออกมานะเว้ย!" ทางเดินยาวหน้าห้องพักนักกีฬาว่างเปล่า มีเพียงแสงไฟนีออนที่กระพริบติดๆ ดับๆ เหมือนในหนังผีเกรดบี ความเงียบสงัดทำให้ผมได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นรัวเหมือนกลองชุด ตึก... ตึก... เสียงฝีเท้า! ดังมาจากมุมทางเลี้ยวข้างหน้า สัญชาตญาณนักวิ่งทำงานไวกว่าสมอง ผมสับขาวิ่งเต็มสปีด ระยะทาง 20 เมตรผมใช้เวลาไม่ถึง 3 วินาที พุ่งเข้าชาร์จร่างเงาตะคุ่มที่กำลังจะเลี้ยวหนี "จับได้แล้วไอ้โรคจิต!" ผมกระโจนล็อกคอเป้าหมาย ทุ่มลงกับพื้นตามท่าที่เรียนมาจากคลาสยูโด (เกรด C+) "โอ๊ยยยย! ไอ้ดีน! ไอ้เพื่อนเลว!...

วิ่งสุดใจ บทที่ 4 : เงาในล็อกเกอร์ (The Warning)

เช้าวันจันทร์เวียนมาถึงพร้อมกับความวุ่นวายตามปกติของมหาวิทยาลัย ผมวิ่งจ็อกกิ้งเบาๆ รอบสนามฟุตบอลเพื่อวอร์มร่างกายก่อนการซ้อมช่วงเช้า แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องลงมากระทบยอดหญ้า แต่วันนี้สายตาของผมกลับไม่ได้จับจ้องอยู่ที่ลู่วิ่งเหมือนทุกที ที่บริเวณลานกิจกรรมหน้าตึกคณะสถาปัตย์ฯ ซึ่งอยู่ติดกับสนามกีฬามีฝูงชนกำลังมุงดูอะไรบางอย่าง เสียงกรี๊ดกร๊าดเบาๆ ลอยมาตามลม ผมชะลอฝีเท้าลงและเพ่งมอง ท่ามกลางวงล้อมของนักศึกษาและกล้องโทรศัพท์มือถือนับสิบเครื่อง 'คิริน' ยืนอยู่ตรงนั้น วันนี้เขาอยู่ในชุดนักศึกษาที่ถูกระเบียบทุกกระเบียดนิ้ว เสื้อขาวสะอาดตารีดเรียบกริบ กางเกงสแล็คสีดำพอดีตัว ผมที่เมื่อคืนยุ่งเหยิงถูกเซ็ตทรงเปิดหน้าผากโชว์ความหล่อเหลาแบบไม่มีที่ติ เขากำลังยืนยิ้มให้กล้อง—รอยยิ้มการค้าที่ดูสุภาพ อ่อนโยน และ 'เพอร์เฟกต์' "น้องคิรินครับ! มองกล้องนี้หน่อยครับ!" "พี่คิรินคะ ขอถ่ายคู่ด้วยได้ไหมคะ!" เขาหันไปยิ้มรับ ยกมือไหว้ขอบคุณ และโพสท่าถ่ายรูปอย่างคล่องแคล่ว ไม่มีร่องรอยของความง่วงหรือคนที่เพิ่งกินลูกชิ้นข้างกองขยะเมื่อคืนหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มันเหมือนผมกำลังมองคนแปลกหน้า......

Subscribe

- Never miss a story with notifications

- Gain full access to our premium content

- Browse free from up to 5 devices at once

Must read

spot_img