admin

spot_img

บทที่ 16: การป้อนแอปเปิ้ลที่ยากที่สุดในโลก และจูบแรกที่ไม่ได้ตั้งใจ

แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องพักผู้ป่วย VVIP แต่ความสงบสุขของผมได้จบลงตั้งแต่หมออลันเดินออกจากห้องไปเมื่อคืน "นาวี... อ้ามมม" ไต้ฝุ่นในชุดคนไข้นั่งพิงหัวเตียง อ้าปากกว้างรอรับความรัก... เอ้ย รอรับข้าวต้มจากมือผม ดวงตาสีเทาที่เคยดุดัน ตอนนี้เป็นประกายวิบวับเหมือนลูกสุนัขตัวโตๆ ที่รอเจ้าของป้อนขนมให้ "นี่นายมือเจ็บหรือไง ถึงกินเองไม่ได้ฮะ" ผมบ่นอุบอิบ แต่ก็ยอมตักข้าวต้มเป่าให้หายร้อน แล้วยื่นไปจ่อที่ปากเขา "ก็ถ้าเมียจ๋าไม่ป้อน ฉันก็ไม่กิน" เขางับช้อนเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ อย่างอารมณ์ดี "อร่อยจัง... แต่คนป้อนน่ากินกว่า" "แค่ก!" ผมแทบจะเอาช้อนทิ่มตาเขา "เลิกเรียกฉันว่าเมียจ๋าได้แล้ว! แล้วก็เลิกพูดจาเลี่ยนๆ...

บทที่ 15: ผลข้างเคียงสีชมพูกับคนป่วยขี้อ้อน

โรงพยาบาลเอกชนเครือฮอไรซอน ชั้น 15 โซนห้องพักฟื้นระดับ VVIP แสงจันทร์นวลตาสาดส่องผ่านม่านโปร่งแสงเข้ามาในห้องพักที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องช่วยหายใจและเครื่องวัดชีพจรที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ บ่งบอกว่าสัญญาณชีพของผู้ป่วยบนเตียงยังคงปกติดี ผมนั่งอยู่บนเก้าอี้บุนวมข้างเตียง ในมือถือชามใส่น้ำอุ่นและผ้าขนหนูผืนเล็ก หลังจากที่คุณหญิงรำภากลับไปพักผ่อน หน้าที่เฝ้าไข้กะดึกก็ตกเป็นของผมโดยสมบูรณ์แบบ ซึ่งผมก็เต็มใจอย่างยิ่ง เพราะถ้าให้กลับไปนอนที่หอพักคนเดียว ผมคงนอนไม่หลับแน่ๆ ถ้าไม่ได้เห็นกับตาว่าเขายังหายใจอยู่ ผมบิดผ้าขนหนูหมาดๆ แล้วค่อยๆ ซับลงบนท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนจากการต่อสู้ ไต้ฝุ่นในชุดผู้ป่วยสีฟ้าอ่อนดูแปลกตาไปมาก ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบตึงและเย็นชาอยู่เสมอ บัดนี้ดูผ่อนคลายและไร้พิษสง ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอทำให้ผมเผลอระบายยิ้มออกมาบางๆ "รีบๆ ตื่นขึ้นมาดุฉันได้แล้ว ท่านประธาน" ผมพึมพำเสียงเบา ขณะไล่เช็ดทำความสะอาดไปตามลำคอหนา เมื่อเช็ดแขนเสร็จ...

ตอนที่ 16: มหกรรมไลฟ์สด… รหัส F01 และพรีเซนเตอร์ร้อยแรงม้า

เช้าวันรุ่งขึ้น ใต้ถุนบ้านผู้ใหญ่สมหมายถูกเปลี่ยนสภาพจากร้านซาลอน กลายเป็น "โรงงานนรก... เอ้ย โรงงานผลิตสกินแคร์ขนาดย่อม" กลิ่นมะขามเปียกและสมุนไพรต้มหอมตลบอบอวลไปทั่ว แม่บัวลอยกับป้าแดง (ที่ถูกจ้างมาเป็น QC) กำลังช่วยกันตักเนื้อครีมข้นคลั่กใส่กระปุกพลาสติกใส (ที่เจนนี่ไปเหมามาจากร้านขายส่งในอำเภอ) อย่างขะมักเขม้น "ตักให้เต็มๆ หน่อยนะแม่! อย่าให้มีฟองอากาศ! ลูกค้าเปิดมาต้องว้าว!" เจนนี่สั่งการ พลางติดสติกเกอร์โลโก้ 'Madam Bua' ที่เธอปริ้นต์เองกับมือลงบนฝากระปุก "เออรู้แล้วน่า! สั่งจังเลยนังนี่ เดี๋ยวปั๊ดเอาทัพพีเคาะหัว!" แม่บัวลอยบ่นอุบ แต่ก็ตักใส่กระปุกอย่างบรรจง ทางด้าน...

ตอนที่ 15: มนต์รักคลองน้ำใส และไหทองคำของแม่บัวลอย

ตะวันเริ่มคล้อยต่ำ แสงสีส้มทองฉาบไล้ผิวน้ำในคลองท้ายวัดจนเป็นประกายระยิบระยับ บรรยากาศโรแมนติกเหมือนฉากในหนัง "แผลเก่า" เวอร์ชั่น 2025 ถ้าไม่ติดว่า... มีกะเทยแต่งหน้าจัดและชายหนุ่มกล้ามโตที่ตัวเปื้อนโคลนเดินดุ่มๆ มาที่ท่าน้ำ "พี่เข้ม! รอด้วย! เดินเร็วปานควายหาย!" เจนนี่บ่นกระปอดกระแปด เดินกระย่องกระแย่งตามหลังมา มือหอบผ้าถุงลายดอกและขันน้ำ "มาเร็วๆ น้ำกำลังน่าเล่น" เข้มหันมากวักมือเรียก ยืนยิ้มแฉ่งอยู่ปลายสะพานไม้ไผ่ ทันทีที่ถึงท่าน้ำ พี่เข้มก็จัดการปลดผ้าขาวม้าที่คาดเอวออก (เหลืออีกผืนที่นุ่งอยู่) เผยให้เห็นมัดกล้ามสีแทนที่เปรอะโคลน แล้วกระโดดตูมลงไปในน้ำดังสนั่น ตูม!!! น้ำกระจายขึ้นมาเปียกเจนนี่ที่ยืนอยู่บนฝั่ง "ว้าย! พี่เข้ม! เปียกหมดแล้วเนี่ย!" เจนนี่วีน...

บทที่ 16: ความลับของขวดโหลและจูบสั่งลา

รถกระบะแล่นเข้าสู่เขตกรุงเทพฯ ในยามค่ำคืน แสงไฟนีออนของเมืองหลวงสาดส่องเข้ามาในรถ แต่กลับไม่สามารถขับไล่ความหมองหม่นที่ปกคลุมบรรยากาศภายในห้องโดยสารได้ กานต์ นั่งเงียบมาตลอดทาง ร่างกายของเขาดูโปร่งแสงและจางลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ผิวขาวซีดเริ่มมีรอยร้าวเหมือนแก้วที่ใกล้แตก ซึ่งเป็นผลกระทบจากการใช้พลังเกินขีดจำกัดและการอยู่ใกล้ กริชเขี้ยวหนุมาน นานเกินไป ริว เลี้ยวรถเข้าไปจอดในลานจอดรถของคอนโดร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยา สถานที่ที่เงียบสงบและปลอดภัยพอที่จะพักหายใจก่อนบุกรังมาดาม ริวดับเครื่องยนต์ แล้วหันมามองคนรักด้วยความเป็นห่วง “นายไหวไหม? ตัวนายซีดมากเลย” ริวเอื้อมมือไปแตะแก้มกานต์... มือของเขาทะลุผ่านแก้มกานต์ไปเล็กน้อยก่อนจะสัมผัสโดนเนื้อเย็นๆ กานต์สะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะจับมือริวไว้แน่น บังคับให้สัมผัสที่จับต้องได้กลับคืนมา “ผมไม่เป็นไร... แค่พลังงานเหลือน้อย” กานต์ฝืนยิ้ม “ริว... เราต้องคุยกัน” น้ำเสียงจริงจังของกานต์ทำให้ใจของริวกระตุกวูบ...

บทที่ 15: งานเลี้ยงโต๊ะจีนผีดิบ

กลิ่นคาวเลือดลอยคลุ้งมาแตะจมูกตั้งแต่ยังไม่เห็นตัวคฤหาสน์ รถกระบะจอดทิ้งไว้ที่ชายป่า ริว และ กานต์ ต้องเดินเท้าลัดเลาะผ่านดงกล้วยตานีที่ใบไหวระริกเหมือนมีคนเขย่า ทั้งที่ไม่มีลม ยิ่งเดินลึกเข้าไป กลิ่นเหม็นเน่าเหมือนซากสัตว์ตายก็ยิ่งรุนแรงจนริวต้องยกแขนเสื้อขึ้นมาปิดจมูก เบื้องหน้าคือคฤหาสน์ไม้สักทองหลังมหึมา ยกใต้ถุนสูงแบบเรือนไทยโบราณ แต่กลับให้ความรู้สึกน่าขนลุกมากกว่างดงาม รอบคฤหาสน์มีรั้วลวดหนามลงอาคมขึงกั้น และมี "ยาม" เดินตรวจตราอยู่ขวักไขว่ แต่ยามพวกนี้ไม่ใช่คนปกติ... พวกมันเดินหลังค่อม ตัวกระตุกเกร็ง ใบหน้าตอบจนเห็นกะโหลก ดวงตาเบิกโพลงไร้แวว และที่มุมปากมีคราบเลือดแห้งกรัง... พวกมันคือ "ปอบ" ลูกสมุนของเจ้าสัวกุ่ย “พวกมันไวมาก...” กานต์กระซิบ ดึงริวให้หมอบลงหลังพุ่มไม้...

บทที่ 16 : คู่หูแบตเตอรี่… ที่ไม่ได้มีไว้แค่จ่ายไฟ

"ส่ายหัวทำไมวะ! เชื่อใจกูหน่อยดิวะ!" เสียงตะโกนของ 'พี่บอม' แคชเชอร์ปี 2 ร่างท้วมดังลั่นมาจากหลังโฮมเพลท เมื่อพิทเชอร์มือสองที่ลงมาซ้อมแทนแมงส่ายหน้าปฏิเสธสัญญาณมือที่พี่บอมส่งให้เป็นรอบที่สาม บรรยากาศในสนามเริ่มตึงเครียด จังหวะการเล่นสะดุดกึกกัก จนโค้ชต้องเป่านกหวีดสั่งพักเบรก "ไม่ได้เรื่อง..." แมงที่นั่งกอดอกอยู่ข้างสนามพึมพำเสียงต่ำ คิ้วเข้มขมวดจนแทบจะผูกโบว์ "พี่บอมเขาดุเหรอ?" น้ำเหนือถามพลางดูดน้ำแดง "เห็นตะโกนโหวกเหวกเชียว" "ไม่ได้ดุ แต่กำลังหงุดหงิด" แมงอธิบายโดยสายตายังจ้องไปที่คู่กรณีในสนาม "พิทเชอร์กับแคชเชอร์ทำงานไม่เข้าขากัน... หายนะชัดๆ" แมงหันมามองน้ำเหนือ แล้วเริ่มเปิดคลาสเลคเชอร์วิชาซอฟต์บอล 102 "มึงรู้ไหมว่าทำไมเขาเรียกพิทเชอร์กับแคชเชอร์ว่า 'คู่หูแบตเตอรี่' (The Battery)?" "เพราะต้องช่วยกันชาร์จไฟให้ทีม?" น้ำเหนือเดามั่ว "ผิด" แมงดีดหน้าผากน้ำเหนือเบาๆ "คำว่า...

Subscribe

- Never miss a story with notifications

- Gain full access to our premium content

- Browse free from up to 5 devices at once

Must read

spot_img