HomeChapterตอนที่ 3 ข้อตกลงของคนหนีความจริง

ตอนที่ 3 ข้อตกลงของคนหนีความจริง

ข่าวที่เฟร็ตยอมตกลงปลงใจเข้า ‘ชมรมดนตรีสากล’ แพร่สะพัดไปถึงหูเพื่อนสนิททั้งสองเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง

“เดี๋ยว! เบรกก่อน! มึง-เข้า-ชมรม-ดนตรี-สากล!?”

‘จังหวะ’ เบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า มือที่กำลังถือคัตเตอร์ตัดโมเดลบ้านชะงักค้างกลางอากาศ ร่างเล็กๆ ของเขาเด้งพรวดขึ้นจากเก้าอี้ม้าหินอ่อนใต้ตึกคณะสถาปัตย์ฯ พร้อมกับรัวคำถามใส่เฟร็ตด้วยความเร็วระดับแร็ปเปอร์ “มึงเนี่ยนะไอ้เฟร็ต! มึงผู้ซึ่งวันปฐมนิเทศบอกกูว่าอยากเข้าชมรมหมากฮอสเพราะมันเงียบดี มึงผู้ซึ่งใส่หูฟังตัดเสียงรบกวนตลอดเวลาที่เดินผ่านลานกิจกรรม มึงไปโดนใครป้ายยามาวะ! หรือมึงโดนขู่กรรโชกทรัพย์! บังคับขืนใจ! บอกกูมา กูจะไปแหกอกมัน!”

“แค่กๆ… น้ำ… ขอน้ำหน่อย”

ส่วน ‘ทำนอง’ ที่กำลังเคี้ยวลูกชิ้นปิ้งแก้มตุ่ยถึงกับสำลัก ร้อนถึงเฟร็ตต้องรีบยื่นแก้วน้ำเปล่าไปให้ เพื่อนหน้ามึนรับไปดูดอึกใหญ่ ก่อนจะหันมามองเฟร็ตด้วยสายตาเรียบสนิทแต่แฝงไปด้วยความกดดันแบบแปลกๆ “แก… นอกใจชมรมพับกระดาษโอริกามิที่เราตกลงกันไว้เหรอเฟร็ต… เลวมาก”

“กูยังไม่ได้ตกลงว่าจะเข้าชมรมพับกระดาษกับมึงเลยทำนอง” เฟร็ตถอนหายใจยาว ยกมือขึ้นนวดขมับตัวเอง “แล้วมึงก็ใจเย็นก่อนจังหวะ กูไม่ได้โดนใครป้ายยา แค่… ช่วยรุ่นพี่คนนึงไม่ให้ชมรมโดนยุบเฉยๆ กูเข้าไปในฐานะผู้จัดการชมรม ไม่ได้ไปเล่นดนตรีสักหน่อย”

“ไม่-มี-ทาง!” จังหวะทุบโต๊ะปัง “กูไม่เชื่อ! แก๊งเด็กถาปัตย์อย่างพวกเราต้องไม่ปล่อยให้เพื่อนไปเสี่ยงภัยในดงคนแปลกหน้าคนเดียว ทำนอง! เก็บลูกชิ้น! เราจะไปบุกห้องชมรมดนตรีสากล ไปดูหน้าไอ้รุ่นพี่ที่มันกล้ามาล่อลวงเพื่อนเรากันเดี๋ยวนี้!”

“แต่โมเดลวิชาดรออิ้ง…”

“ช่างโมเดลมันก่อน! อนาคตเพื่อนสำคัญกว่าโว้ย!”

และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้เฟร็ตต้องเดินนำขบวนแก๊งลูกเจี๊ยบสถาปัตย์ฯ ที่มีจังหวะเดินทำหน้าขึงขังราวกับจะไปออกรบ และทำนองที่เดินถือถุงลูกชิ้นปิ้งตามมาติดๆ มุ่งหน้าไปยังตึกกิจกรรมเก่า

ทันทีที่เฟร็ตผลักประตูห้องชมรมดนตรีสากลเข้าไป ภาพความโกลาหลระดับสิบก็กระแทกเข้าตาพวกเขาทันที

เคร้ง! โครม!

“ไอ้พี่เมเจอร์! ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเอาสายแจ็คไปพาดไว้บนขาตั้งแฉ! เห็นไหมว่ามันพันกันแล้วล้มลงมาเนี่ย!”

เสียงโวยวายของ ‘เทมโป’ (รุ่นน้องปีสอง คณะนิเทศฯ มือกลองประจำวงที่จังหวะชีวิตมักจะเร็วกว่าชาวบ้านเสมอ) ดังลั่นห้อง เจ้าตัวกำลังยืนเท้าสะเอวชี้หน้าด่าประธานชมรมที่กำลังนอนคว่ำหน้าอยู่บนพื้น โดยมีฉาบกลองชุดทับอยู่บนหลัง

“แอ้ก… พี่ขอโทษ พี่แค่จะหามุมเท่ๆ วางสายแจ็ค…” เสียงอู้อี้ของเมเจอร์ดังลอดออกมาจากใต้ฉาบทองเหลือง

“เสียงดังอะไรกันวะคนจะหลับจะนอน…” ‘คีย์’ (รุ่นพี่ปีสี่ คณะศิลปกรรมฯ มือกีตาร์และนักร้องนำผู้มีใบหน้าหล่อเหลาแต่ใต้ตาดำคล้ำราวกับซอมบี้) ผงกหัวขึ้นมาจากโซฟาตัวเก่ามุมห้อง มือข้างหนึ่งกอดกีตาร์โปร่งไว้หลวมๆ ก่อนจะทิ้งหัวลงไปนอนกรนต่ออย่างไม่ไยดี

จังหวะที่ยืนอยู่ข้างหลังเฟร็ตถึงกับอ้าปากค้าง “นี่มัน… สภาพอะไรวะเนี่ย เฟร็ต… มึงแน่ใจนะว่านี่คือชมรมดนตรี ไม่ใช่แผนกรับซื้อของเก่าที่โดนพายุทอร์นาโดพัดถล่มน่ะ”

“เอ่อ… สวัสดีครับ” เฟร็ตเอ่ยเสียงเรียบ พยายามทำเมินสภาพเละเทะตรงหน้า

พอได้ยินเสียงของเฟร็ต เมเจอร์ก็เหมือนได้ยินเสียงระฆังสวรรค์ ร่างสูงใหญ่ดีดตัวขึ้นจากพื้นอย่างรวดเร็วจนฉาบกลองกระเด็นไปกระแทกตู้แอมป์ เขาวิ่งกระดิกหางทิพย์เข้ามาหาเฟร็ตด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม “เฟร็ต! มาแล้วเหรอ! พี่นึกว่าจะเปลี่ยนใจทิ้งพี่ไปซะแล้ว!”

“หยุดเลย!” จังหวะก้าวพรวดขึ้นมาขวางหน้าเฟร็ต กางแขนออกเหมือนแม่ไก่ปกป้องลูก “พี่ใช่ไหมที่ชื่อเมเจอร์! พี่เป็นคนหลอกล่อเพื่อนผมมาอยู่ชมรมซอมบี้นี้ใช่ไหม!”

เมเจอร์กะพริบตาปริบๆ มองเด็กหนุ่มตัวเล็กที่ยืนจ้องหน้าเขาเขม็ง ก่อนจะชะโงกหน้าไปมองทำนองที่กำลังเคี้ยวลูกชิ้นอยู่ข้างหลัง “เพื่อนเฟร็ตเหรอครับ? สวัสดีครับ พี่ชื่อเมเจอร์นะ! ยินดีที่ได้รู้จัก!”

รอยยิ้มซื่อๆ และท่าทางที่เป็นมิตรสุดขีดของเมเจอร์ทำเอารังสีอำมหิตของจังหวะชะงักไปเล็กน้อย แต่คนตัวเล็กก็ยังไม่ยอมแพ้ ชี้หน้าคาดคั้นต่อ “ไม่ต้องมาทำหน้าซื่อเลยนะ! เพื่อนผมมันเป็นคนโลกส่วนตัวสูง รักความสงบ พี่จะเอาใช้งานหนักไม่ได้นะเว้ย! แล้วชมรมพี่มีสวัสดิการอะไรบ้าง ข้าวฟรีไหม ขนมฟรีไหม แอร์ก็ไม่มี มีแต่พัดลมเพดานดังกึกๆ เหมือนจะหลุดมาปั่นหัวพวกผมเนี่ย!”

“ชมรมเรามีงบกินหมูกระทะทุกสิ้นเดือนครับ!” เมเจอร์ตอบอย่างภาคภูมิใจ

ทำนองที่เงียบมาตลอดจู่ๆ ก็หูผึ่ง “…กินฟรีเหรอพี่”

“ฟรีสิครับ! ประธานชมรมคนนี้เป็นเจ้ามือเอง!”

“ตกลง” ทำนองพยักหน้าหน้าตาย “ฉันเข้าชมรมนี้แหละจังหวะ”

“ไอ้ทำนอง! มึงจะมาขายเพื่อนแลกกับหมูกระทะไม่ได้นะเว้ย!” จังหวะหันไปแหวใส่เพื่อนสนิท ก่อนจะหันกลับมาจ้องเมเจอร์ “ถึงเพื่อนผมจะเห็นแก่กิน แต่ผมไม่ยอมหรอกนะ! ข้อตกลงคือเฟร็ตเป็นแค่ผู้จัดการ ห้ามบังคับให้เฟร็ตเล่นดนตรีเด็ดขาด เข้าใจไหม!”

“เข้าใจครับ!” เมเจอร์ตะเบ๊ะท่าทหารแข็งขัน “พี่สัญญากับเฟร็ตไว้แล้ว ว่าหน้าที่ของเฟร็ตมีแค่มาลงชื่อให้ชมรมครบห้าคน แล้วก็ช่วยจัดระเบียบสายไฟนิดหน่อย ส่วนเครื่องดนตรี… ถ้าเฟร็ตไม่อยากจับ พี่ก็จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนในห้องนี้เอาไปยัดใส่มือเฟร็ตเด็ดขาด ต่อให้ต้องเอาตัวเข้าแลกพี่ก็จะปกป้องเฟร็ตเอง!”

คำประกาศกร้าวแบบซื่อๆ ของเมเจอร์ดังฟังชัดไปทั้งห้อง ทำเอาเทมโปที่กำลังเก็บไม้กลองถึงกับกลอกตาบน ส่วนคีย์ที่นอนอยู่ก็หัวเราะหึๆ ในคอ

เฟร็ตชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตช้อนมองใบหน้าหล่อเหลาที่จริงจังเกินเหตุของประธานชมรม… ความรู้สึกอุ่นวาบแปลกๆ ก่อตัวขึ้นในอก เขาหลบสายตาลง มองใบสมัครชมรมในมือ ก่อนจะดึงปากกาออกมาเซ็นชื่อตัวเองลงไปในช่อง ‘สมาชิกคนที่ 5’ อย่างรวดเร็ว

“เอาไปครับ” เฟร็ตยื่นกระดาษให้เมเจอร์ “หน้าที่ของผมคือจัดการความเรียบร้อย งั้นเริ่มจาก… ไอ้สายแจ็คสามเส้นที่พันกันเป็นรังนกตรงนั้นน่ะ ช่วยแยกมันออกจากกันก่อนที่ไฟจะช็อตตึกนี้ทีเถอะครับ”

เมเจอร์รับใบสมัครมาแนบอกด้วยความดีใจ ก่อนจะหันไปมองก้อนสายไฟที่เฟร็ตชี้ “อ้อ! ได้เลยครับผู้จัดการ! เดี๋ยวพี่เมเจอร์คนนี้จะจัดการ… เหวอ!”

ยังไม่ทันขาดคำ เมเจอร์ที่ก้าวถอยหลังด้วยความเริงร่าก็ดันไปเหยียบเข้ากับขวดน้ำพลาสติกที่กลิ้งอยู่บนพื้น ร่างสูงเสียหลักหงายหลังล้มตึงไปชนกับตู้แอมป์กีตาร์ โชคร้ายที่ข้อศอกของเขาดันไปกระแทกโดนปุ่ม Volume จนหมุนไปสุดที่ระดับสิบ พร้อมกับมือที่ปัดไปโดนสายกีตาร์ของคีย์ที่เสียบคาไว้

วี้ดดดดดดดดดดดดดดดด!!

เสียง Feedback จากตู้แอมป์ดังหวีดแหลมแสบแก้วหูทะลุพิกัดจนทุกคนในห้องต้องยกมือขึ้นอุดหู จังหวะกรี๊ดลั่น ทำนองทำลูกชิ้นร่วงหล่นพื้น ส่วนคีย์สะดุ้งตื่นจนตกโซฟา

ท่ามกลางความโกลาหลที่ทุกคนกำลังทำตัวไม่ถูก เฟร็ตกลับถอนหายใจเฮือกใหญ่ ขาเรียวยาวก้าวฉับๆ เข้าไปหาตู้แอมป์อย่างใจเย็น เอื้อมมือไปบิดปุ่ม Volume กลับมาที่ศูนย์ และดึงสายแจ็คออกจากตัวกีตาร์อย่างทะมัดทะแมงด้วยความเคยชิน เสียงหวีดแหลมสงบลงทันที เหลือเพียงความเงียบงันและเสียงหอบหายใจของทุกคน

เฟร็ตหันขวับกลับมามองสมาชิกทุกคนในห้องด้วยสายตาดุๆ ระดับสายตาของเขาประสานเข้ากับเมเจอร์ที่ยังนั่งกองอยู่บนพื้น

“ตั้งแต่วันนี้ไป… กฎข้อแรกของชมรมคือ ห้ามวางของเกะกะบนพื้น และ กฎข้อที่สอง… สายแจ็คทุกเส้นต้องม้วนเก็บแบบ Over-Under ทันทีที่ใช้งานเสร็จ ใครทำไม่ได้… ผมจะตัดงบหมูกระทะสิ้นเดือน”

เสียงประกาศิตของเฟร็ตทำเอาทุกคนในห้องกลืนน้ำลายดังเอื้อก ก่อนที่เมเจอร์ เทมโป และคีย์ จะประสานเสียงตอบรับกันอย่างพร้อมเพรียง

“ระ… รับทราบครับผู้จัดการ!!”

จังหวะที่ยืนอึ้งอยู่ ค่อยๆ เอามือที่อุดหูออก ก่อนจะหันไปกระซิบกับทำนอง “มึง… กูว่าเพื่อนเราไม่ได้มาเป็นผู้จัดการหรอก… มันมาเป็นผู้คุมวิญญาณพวกนี้ต่างหาก”

ทำนองพยักหน้าเห็นด้วยเงียบๆ ไว้อาลัยให้กับลูกชิ้นปิ้งบนพื้น

เฟร็ตยืนมองเมเจอร์ที่กำลังรีบตะลีตะลานลุกขึ้นมาเก็บขวดน้ำบนพื้นด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ ริมฝีปากที่เคยมุ่ยตึงของหนุ่มสถาปัตย์ค่อยๆ คลี่ยิ้มบางเบาออกมาโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น

ดูเหมือนว่าความวุ่นวายปวดหัวของชมรมดนตรีสากล… อาจจะไม่ได้แย่เท่าไหร่นักตราบใดที่ยังมีรอยยิ้มสว่างไสวเหมือนคอร์ด C Major ของคนซื่อบื้อคนนั้นคอยป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted