HomeChapterโสนนท์น้อย บทที่ 15 การเดินหมากของคนรู้ใจ

โสนนท์น้อย บทที่ 15 การเดินหมากของคนรู้ใจ

วันอาทิตย์เช้า
 เสียงนกและเสียงกลองยาวเด็กๆ ดังสลับกัน
 วันนี้ในวัดมีเวิร์กช็อปเล็กๆ เกี่ยวกับพืชสมุนไพรและการแปรรูปน้ำมันหอมระเหย — งานจัดภายใต้ชื่อโปรเจกต์ “กลิ่นจากภูเขา ใจจากคนท้องถิ่น”

บนแผ่นป้ายผ้า มีชื่อผู้จัดงานอย่างเรียบง่าย:

จัดโดย “กลุ่มอาสาไม้ใบยา”
 ผู้ประสานงาน: ธันวา – โสนนท์

ภณยืนอยู่ด้านหลังศาลาวัด
 มองรายชื่อบนป้ายอย่างนิ่งงัน
 เขาไม่เคยได้ยินว่ามีกิจกรรมนี้มาก่อน
 และไม่มีชื่อเขาในไหนเลย

“อ้าวพี่ มาแล้วเหรอครับ”
 เสียงของธันวาดังขึ้นด้านหลัง

ชายหนุ่มในเสื้อยืดพับแขนกับหมวกผ้าสีอ่อน เดินเข้ามาพร้อมกลิ่นน้ำมันตะไคร้ที่อ่อนพอดี

“ขอโทษนะครับที่ไม่ได้บอกล่วงหน้า
 คือผมกับโสนคุยกันแบบฉุกละหุกไปหน่อย
 …บางอย่างมันก็แค่ ‘เข้าใจตรงกัน’ ได้เร็ว”

เขาพูดพร้อมรอยยิ้ม
 น้ำเสียงเหมือนขอโทษ
 แต่ในใจภณได้ยินชัดว่า — “นายไม่ใช่คนของที่นี่เท่าฉันแล้ว”

“ผมว่าโสนเหมาะกับอะไรแบบนี้นะครับ”
 ธันวาพูดต่อ ขณะมองไปยังอีกฟากของลาน
 “เขาดูมีความสุขเวลาได้ทำอะไรให้คนอื่นมากกว่าตัวเอง…
 …แล้วบางที คนแบบนั้น… ก็ต้องมีคนที่มองเห็นจริง ๆ”

ภณนิ่ง
 คิ้วเขากระตุกน้อย ๆ
 แต่มือยังใส่กระติกน้ำให้เด็กนักเรียนอยู่
 เขาไม่ตอบ
 แต่ตาของเขามองธันวาแบบไม่ต้องยิ้ม

สายวันนั้น
 โสนนท์วุ่นอยู่กับการพาเด็กๆ ดูรอบแปลงสมุนไพร
 ฝ้ายตะโกนบอกภณให้ช่วยยกลังใบตอง
 แต่เสียงของธันวาดังขึ้นก่อน

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมช่วยโสนเอง”

ภาพที่ธันวายื่นมือไปแตะแขนโสนนท์เบา ๆ แล้วเดินเคียงกันออกไป
 …เหมือนรอยมีดเฉือนบาง ๆ ที่ไม่ถึงกับเลือดไหล
 แต่เจ็บลึกแบบคนโดนบีบจากข้างใน

เย็นวันนั้น
 ภณไม่ได้อยู่ร่วมจนจบกิจกรรม
 เขาขอตัวกลับก่อน — เหมือนข้ออ้างธรรมดา
 แต่ในใจ… เขารู้สึกเหมือนตัวเองถูกตัดออกจากบางสิ่งที่เขาเคยสร้าง

เขานั่งบนแคร่ไม้หลังบ้านยายแย้ม
 ลมเย็นพัดผ่านใบกล้วย
 ใจเงียบจนได้ยินเสียงตัวเองถามเบา ๆ

“นี่เรากำลังจะเสียเขาไป… ทั้งที่ยังอยู่ตรงนี้หรือเปล่า?”

ในเกมกระดาน บางคนเดินหมากเงียบ ๆ

แต่จงใจให้เรารู้ว่ากำลังจะ “รุก” เราโดยที่ใครๆ ก็ยังยิ้มอยู่

เย็นวันถัดจากงานกิจกรรม
 ฝนตกปรอยๆ แบบไม่มีเค้าว่าจะหยุด
 เสียงฝนกระทบกระเบื้องไม้ดังสม่ำเสมอ
 เหมือนหัวใจของโสนนท์ที่กำลังเต้นอยู่ในจังหวะคลุมเครือ

เขานั่งอยู่หลังร้านกาแฟ
 มือว่างอยู่บนถ้วยชา แต่ไม่ได้ยกจิบ
 มือถืออยู่ข้างตัว ไม่มีข้อความใหม่
 …และเขาเริ่มรู้สึกว่า “ไม่มีคำ” จากใครบางคนมานานเกินไปแล้ว

“พี่ภณเป็นอะไรหรือเปล่านะ…”
 เขาถามฝ้ายขณะเก็บของหน้าร้าน

ฝ้ายเลิกคิ้ว “ไม่ได้ติดต่อเลยเหรอ?”

“ก็แค่สั้น ๆ… แบบคนที่ไม่อยากคุย”
 โสนนท์พูดเหมือนขำ
 แต่ตาไม่ได้ขำด้วย

ฝ้ายมองเพื่อนเงียบ ๆ ก่อนพูดเบา ๆ

“หรือบางทีเขาอาจไม่รู้… ว่าคนบางคนกำลังรอให้เขาพูดอะไรสักอย่างอยู่ทุกวัน”

ขณะเดียวกัน — ในห้องของโฮมสเตย์

ภณนั่งหน้าจอคอม
 ภาพเอกสารกรรมสิทธิ์ที่เขาเพิ่งได้มาจากแหล่งภายในบริษัทพ่อโชว์ชัดบนหน้าจอ

กรรมสิทธิ์ลำดับที่ 3: นายธันวา ธารานนท์
 – อนุมัติให้ใช้สิทธิ์เจรจาแทนเจ้าของที่ดินจำนวน 17 ไร่ บริเวณสโนน้อยฝั่งเหนือ
 – ไม่เปิดเผยสถานะต่อสาธารณะ เว้นแต่มีเหตุให้จำเป็น

ภณขบกรามแน่น
 มือกำเมาส์ไว้แน่นจนข้อขาว

เขาหันไปมองโทรศัพท์บนโต๊ะ
 เปิดแชทกับโสนนท์
 …พิมพ์ข้อความ
 แล้วลบ

…พิมพ์ใหม่
 แล้วลบอีก

สุดท้าย เขาวางโทรศัพท์ลง
 แล้วเอ่ยในใจ

“ถ้าฉันยังไม่พูดตอนนี้… วันหนึ่งฉันอาจจะพูดไม่ทัน”

ค่ำคืนนั้น
 ธันวายืนอยู่หน้าร้านโสน คาเฟ่
 ในมือมีช่อดอกไม้ป่าที่เด็ดมาจากปลายนา
 เขายื่นให้โสนนท์อย่างยิ้ม ๆ

“สำหรับคนที่ทำให้หมู่บ้านนี้ยังหอมอยู่… ไม่ใช่แค่เพราะกาแฟ”

โสนนท์หัวเราะเล็ก ๆ
 รับมาเพราะเกรงใจ
 แต่ยังรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย — และไม่รู้ว่าทำไม

ธันวาหรี่ตามองเขา
 ก่อนจะพูดเบา ๆ
 เหมือนลมเย็นพัดลอดคอเสื้อเข้ามา

“ถ้าคนที่อยู่ตรงนี้… ไม่เห็นค่านายแล้ว
 …ผมอยากขอโอกาสเป็นคนที่เห็นก็แล้วกัน”

บางรอยร้าวไม่เกิดจากความโกรธ…

แต่มันเริ่มจากความเงียบที่ยืดเยื้อเกินไป

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments