HomeChapterโสนนท์น้อย บทที่ 16 คนที่เงียบเกินไปกับคนที่พูดทุกอย่างเกินไป

โสนนท์น้อย บทที่ 16 คนที่เงียบเกินไปกับคนที่พูดทุกอย่างเกินไป

ช่วงสายวันหนึ่ง
 ร้านโสน คาเฟ่คนน้อยกว่าปกติ
 ฝนปรอยบาง ๆ และหมอกเบา ๆ ทำให้หน้าร้านดูเหมือนฉากในภาพยนตร์ขาวดำ

โสนนท์เช็ดแก้วกาแฟอยู่เงียบ ๆ
 ภณนั่งอยู่มุมหนึ่ง
 ธันวานั่งอยู่อีกมุมหนึ่ง
 ทั้งสองชายหนุ่มมาถึงร้านห่างกันไม่เกินห้านาที
 …แต่ระยะระหว่างพวกเขากลับเหมือนคนละทวีป

“พี่ภณ”
 เสียงของโสนนท์ดังขึ้น ขณะวางแก้วลงบนเคาน์เตอร์
 “ช่วงนี้พี่เงียบจัง”

ภณชะงัก
 เงยหน้าขึ้นสบตา
 โสนนท์ไม่ได้พูดต่อ
 …แต่แววตาของเขาชัดเจน

“เงียบจนฉันไม่รู้ว่าพี่ยังอยู่ข้างฉันไหม”

ก่อนภณจะได้พูดอะไร
 เสียงของธันวาก็ดังขึ้นจากโต๊ะใกล้หน้าต่าง

“บางที… ความเงียบก็ไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไปหรอกครับ”
 เขาหัวเราะเบา ๆ
 “บางคนใช้ความเงียบเป็นกำแพง
 …เพราะยังไม่แน่ใจว่าอยากอยู่ข้างใครจริง ๆ หรือเปล่า”

โสนนท์หันไปมองเขา
 ธันวายิ้ม
 แล้วพูดต่ออย่างช้า ๆ

“แต่ผมน่ะ… ผมชัดเจนตั้งแต่วันแรกแล้ว
 ว่าผมอยากอยู่ข้างโสน — ไม่ต้องใช้เวลาเยอะ ไม่ต้องคิดนาน
 เพราะบางคน… แค่เห็นก็รู้ว่า ‘อยากดูแล’”

บรรยากาศในร้านเงียบลงทันที
 ไม่ใช่เพราะไม่มีคนพูด
 แต่เพราะมีบางคำ มากเกินไป

ภณลุกขึ้น
 เดินมาวางเหรียญค่าน้ำไว้บนโต๊ะ
 แล้วพูดเสียงนิ่ง

“บางคนก็พูดเก่ง… เพราะไม่ได้ต้องรับผิดชอบอะไรจริง”

ธันวาเงยหน้าขึ้น
 ยิ้มบาง ๆ แบบคนที่ชนะกระดานหมากเล็ก ๆ ไปอีกตา

“แต่บางคนก็พูดช้าเกิน… จนคนที่อยู่ข้าง ๆ อาจหันไปฟังคนอื่นแล้วก็ได้นะครับ”

ภณหันไปมองโสนนท์อีกครั้ง
 ดวงตาคู่นั้นยังเหมือนเดิม — ซื่อ ตรง และเต็มไปด้วยคำถาม

แต่เขายังไม่ได้พูดอะไร
 …อีกแล้ว

ก่อนจะหันหลังเดินออกจากร้านไป
 พร้อมฝนที่เริ่มตกหนักลงกว่าเดิม

บางครั้ง… ความพ่ายแพ้ไม่ใช่เพราะเราอ่อนกว่า

แต่อาจเพราะเราเงียบเกินไป จนคนฟังหมดแรงรอฟังความจริงจากเราแล้ว

บ่ายวันฝนหยุด
 แดดออกบาง ๆ แต่แสงอ่อนคล้ายคนเพิ่งหายไข้
 ร้านโสน คาเฟ่ปิดครึ่งวัน เพราะโสนนท์บอกอยากไปดูแปลงผักของยายกับฝ้าย
 แต่คนที่มารับกลับไม่ใช่ฝ้าย — เป็นธันวา

“โสนครับ ผมซื้อกล้าพืชสมุนไพรมาใหม่จากอุบลฯ
 อยากให้ไปช่วยดูหน่อยว่าจะปลูกตรงไหนดี”

เขาพูดพร้อมถือกระบะใส่ต้นเล็ก ๆ
 และรอยยิ้มแบบคนที่ “ไม่ได้เร่ง” แต่ “รอให้ใจอีกฝ่ายตัดสินใจเอง”

โสนนท์ลังเลครู่หนึ่ง
 สุดท้ายก็พยักหน้า

ช่วงเย็น
 เขาสองคนอยู่ที่แปลงหลังบ้านดิน
 แสงพระอาทิตย์คล้อยต่ำลงเรื่อย ๆ
 ธันวานั่งตัดใบไม้แห้งออกจากต้นขิงข่าก่อนปลูก
 โสนนท์จัดดินอย่างเงียบ ๆ

“ผมไม่ได้อยากแย่งอะไรจากใครนะครับ”
 เสียงธันวาดังขึ้นขณะยังไม่มองหน้า
 “แค่อยากมีส่วนในอะไรบางอย่าง… ที่ผมอยากดูแลให้ดี”

โสนนท์เงียบไปครู่หนึ่ง
 ขอบตารู้สึกร้อนนิด ๆ เพราะประโยคนั้นกระทบสิ่งที่เขาพยายามไม่คิดถึงมาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา

“ผมไม่ได้ขอให้นายรู้สึกอะไรตอนนี้”
 ธันวายิ้มบาง ๆ หันมาสบตา
 “แค่ขอเป็นคนที่… ไม่ปล่อยให้นายอยู่เงียบ ๆ คนเดียวแบบที่เคยเจอ”

ในหมู่บ้าน
 เสียงคนเริ่มซุบซิบ

“คุณธันวานี่เหมาะกับน้องโสนนท์ดีนะ”
 “เห็นเคียงข้างกันตลอดเลยช่วงนี้”
 “คนดี ๆ แบบนี้ ถ้าอยู่ต่อได้ก็คงดี…”

แม้แต่ยายแย้ม ยังหลุดพูดในวงสนทนาหน้าบ้าน

“คนมีน้ำใจแบบนั้น ยายไม่เคยเจอในแขกกรุงเทพฯ ที่เคยผ่านมาเลย”

ฝ้ายสังเกตทุกอย่าง
 แต่ยังไม่พูด

ค่ำคืนนั้น
 โสนนท์นั่งล้างมืออยู่ข้างครัวหลังบ้าน
 มือเต็มไปด้วยคราบดิน แต่ใจกลับรู้สึกเปรอะเปื้อนกว่า

เขาหยิบมือถือขึ้นมา
 เปิดแชทที่เงียบที่สุดในช่วงสัปดาห์นี้

🟩 พี่ภณ
 ขอบคุณนะ… สำหรับที่ผ่านมานะครับ

นิ้วเขาแตะอยู่ตรงช่องพิมพ์
 ไม่ใช่จะบอกลา
 แค่จะดูว่าอีกฝ่าย… จะตอบไหม

แต่ข้อความไม่ได้ถูกส่ง

เขาลบทิ้ง
 เหมือนที่อีกฝ่ายลบความกล้าหาญบางอย่างไปก่อนหน้าเขา

ใจคนไม่เปลี่ยนง่าย ๆ…

แต่มันจะเริ่มไขว้เขว… เมื่อคนที่เคยอยู่ใกล้ กลับกลายเป็นคนที่เงียบจนเหมือนไม่ได้อยู่เลย

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments