HomeTagsล่าบุปผาอมตะ

Tag: ล่าบุปผาอมตะ

spot_imgspot_img

บทที่ ๑ : กลิ่นสาบสางแห่งดงพญาไฟ

ราตรีกาลในป่าดงพญาไฟมิเคยเงียบสงัดอย่างแท้จริง ภายใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาบดบังแสงจันทร์จนมิดชิด ความมืดอนธการปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ เสียงจักจั่นเรไรกรีดปีกระงมผสมผสานกับเสียงหวีดหวิวของสายลมที่พัดผ่านยอดไม้ ฟังดูคล้ายเสียงกระซิบกระซาบของภูตพรายที่กำลังเฝ้ามองผู้บุกรุก กลิ่นดินชื้นแฉะผสมกับกลิ่นใบไม้เน่าเปื่อยลอยอวลอยู่ในอากาศ สร้างความรู้สึกอึดอัดกดดันราวกับป่าแห่งนี้มีลมหายใจเป็นของตนเอง เปลวไฟจากกองฟืนขนาดย่อมเต้นระริกไหววูบ สาดแสงสีส้มสลัวจับใบหน้าเคร่งเครียดของกลุ่มชายฉกรรจ์สี่ห้าคนที่นั่งล้อมวงกันอยู่ พวกเขาคือพรานป่าและหมอยาฝีมือดีที่ถูกว่าจ้างมาด้วยเงินถุงเงินถัง แต่ทว่าในเวลานี้ แววตาของทุกคนกลับเต็มไปด้วยความหวาดระแวง มือไม้กำกระชับอาวุธคู่กายไว้แน่นราวกับเป็นเครื่องรางกันภัยเพียงชิ้นเดียว ห่างออกไปจากวงสนทนาเล็กน้อย ที่โคนต้นตะเคียนยักษ์ซึ่งมีผ้าแพรสีซีดจางผูกมัดไว้ ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่คนหนึ่งนั่งขัดสมาธิพิงพนักไม้ด้วยท่าทีสงบนิ่ง เขาคือ 'พรานเข้ม' ผู้นำทางของคณะเดินทางชุดนี้ เข้มมิได้เข้าไปร่วมวงพูดคุยคลายกังวลกับลูกหาบ เขาชอบความเงียบ... หรือหากจะพูดให้ถูก เขาคุ้นชินกับความโดดเดี่ยวเสียมากกว่า ใบหน้าคมเข้มกร้านแดดกร้านลมสมชายชาตรี ดวงตาสีนิลลึกล้ำทอดมองเข้าไปในความมืดเบื้องหน้าอย่างไร้จุดหมาย แต่แฝงไว้ด้วยความระแวดระวังทุกฝีก้าว แสงไฟที่ตกกระทบเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อตึงแน่นภายใต้เสื้อหม้อห้อมสีครามเก่าคร่ำคร่า ที่แขนขวาคาดสายสิญจน์ถักเกลียวลงรักสีดำขลับ และที่คอห้อยตะกรุดโทนดอกใหญ่ที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ เข้มยกมือขึ้นลูบแผ่นหลังของตนเองเบาๆ......

บทนำ : เสียงเพรียกจากความตาย

สายลมกรรโชกแรงหอบเอากลิ่นคาวเลือดและกลิ่นสาบสางลอยคลุ้งไปทั่วคุ้มเจ้าพระยา เสียงไอกระเสาะกระแสะดังเล็ดลอดออกมาจากห้องนอนใหญ่ที่ปิดหน้าต่างมิดชิด ราวกับกลัวว่าแสงตะวันจะพรากวิญญาณของผู้ที่อยู่ข้างในไป "มัน... อยู่ที่นั่น... ข้ารู้ว่ามันอยู่ที่นั่น" ชายชราผู้มีอำนาจล้นฟ้าในย่านนี้ บัดนี้กลับนอนตัวลีบผอมแห้ง ผิวหนังเหี่ยวย่นและมีแผลพุพองส่งกลิ่นเหม็นเน่า เขากำลังพร่ำเพ้อถึงสิ่งเดียวที่จะช่วยยื้อลมหายใจเฮือกสุดท้าย "ดอกไม้... ดอกไม้นั่น" บ่าวรับใช้ต่างก้มหน้าตัวสั่นงันงก ไม่มีใครกล้าสบตาชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกพิงเสาเรือนอยู่ในเงามืด รัศมีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างของเขาจนทำให้อากาศในห้องเย็นยะเยือกยิ่งกว่าเดิม "พรานเข้ม" เสียงแหบแห้งเรียกชื่อเขา "เอ็งต้องไปเอามันมาให้ข้า... แล้วข้าจะคืนทุกอย่างให้ตระกูลเอ็ง" ชายหนุ่มในเงามืดขยับตัว แสงตะเกียงน้ำมันวูบไหวเผยให้เห็นดวงตาคมกริบดั่งพญาเสือและรอยสักอักขระโบราณที่โผล่พ้นคอเสื้อขึ้นมา "ท่านรู้ใช่ไหมว่าที่นั่นไม่ใช่ที่เดินเล่น" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียบ "ป่าหิมพานต์... เข้าไปสิบ ตายเสียเก้า อีกหนึ่งรอดกลับมาก็กลายเป็นบ้า" "ข้าไม่สน!" ชายชราตะคอกจนไอโขลก "ข้าต้องการบุปผาเทวา! ไปเอามันมา! แล้วหนี้ชีวิตพ่อแม่เอ็ง......

Subscribe

- Never miss a story with notifications

- Gain full access to our premium content

- Browse free from up to 5 devices at once

Must read

spot_img