HomeTagsล่าบุปผาอมตะ

Tag: ล่าบุปผาอมตะ

spot_imgspot_img

บทที่ ๓๐ : แสงสีเลือดและรหัสลับมรณะ

วูบ... วูบ... วูบ... แสงไฟฉุกเฉินสีแดงหมุนวนไปทั่วโถงทางเดินชั้น 3 เปลี่ยนบรรยากาศหรูหราให้กลายเป็นฉากสยองขวัญ เงาของรูปปั้นและแจกันใบมหึมาทอดยาววูบไหวราวกับปีศาจเต้นระบำ "หยุดนะ! วางอาวุธลง!" เสียงตะโกนของหัวหน้าบอดี้การ์ดดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างทะมึนสามร่างที่โผล่ออกมาจากมุมตึก ปืนกลมือ MP5 ในมือของพวกมันเล็งตรงมาที่ผู้บุกรุก เข้มไม่รอให้พวกมันเหนี่ยวไก เขาผลักนลินให้หลบเข้ามุมเสา แล้วพุ่งตัวม้วนหน้าออกไปกลางโถงทางเดิน พร้อมกับวาดปืนกล็อกลงอาคมในมือ ปัง! ปัง! ปัง! เสียงปืนดังสนั่นก้องทางเดิน กระสุนสามนัดพุ่งออกจากปากกระบอก แต่มันไม่ได้วิ่งเป็นเส้นตรงตามหลักฟิสิกส์ ด้วยอำนาจของยันต์ 'กระสุนคต' หัวกระสุนเลี้ยวโค้งกลางอากาศอ้อมผ่านเสาที่การ์ดใช้กำบัง พุ่งเข้าเจาะที่หัวไหล่และข้อมือของพวกมันอย่างแม่นยำ "อ๊ากกก!" การ์ดทั้งสามร้องลั่น ปืนหลุดจากมือ...

บทที่ ๒๙ : หน้ากากบริกรและเงามืดในช่องแอร์

เวลา ๑๙.๓๐ น. ณ ด้านหลังวังเดชาบดินทร์ รถตู้ทึบสีดำเก่าๆ ขับเข้ามาจอดเทียบท่าส่งของอย่างเงียบเชียบ หมอหมึก ในที่นั่งคนขับเคาะนิ้วลงบนพวงมาลัย ส่งสัญญาณผ่านวิทยุสื่อสารขนาดจิ๋วที่เหน็บอยู่ที่หูของทุกคน "ถึงจุดหมาย... กล้องวงจรปิดโซนหลังครัวถูกวนลูปแล้ว พวกเอ็งมีเวลาเดินผ่านประตูแค่ ๓๐ วินาที... ไป!" ประตูท้ายรถเปิดออก ร่างสองร่างในชุดพนักงานเสิร์ฟก้าวลงมาอย่างรวดเร็ว เข้ม ในชุดเสื้อเชิ้ตขาวกางเกงสแล็คดำ ดูหล่อเหลาคมเข้มผิดหูผิดตา แม้จะดูอึดอัดเล็กน้อยที่ต้องใส่หูกระต่าย ส่วน นลิน (ในคราบ 'นิล')...

บทที่ ๒๘ : เสียงกระซิบของกลไกและเขี้ยวเล็บสมัยใหม่

ณ เซฟเฮาส์หลังร้านซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า บนโต๊ะไม้สักเก่าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำมันและรอยไหม้ มีแผนผังพิมพ์เขียวของ 'วังเดชาบดินทร์' กางหราอยู่ โดยมีกระป๋องกาแฟและซากบะหมี่กึ่งสำเร็จรู้วางทับมุมไว้กันปลิว "ไอ้ดนัยมันระวังตัวแจ..." หมอหมึก ชี้ปากกาเคมีไปที่จุดสีแดงบนแผนผัง "หลังจากที่พวกเอ็งไปถล่มงานวันเกิดมัน มันจ้างการ์ดเพิ่มเป็นเท่าตัว ติดกล้องวงจรปิดทุกมุม แถมยังมีระบบเลเซอร์กันขโมยที่หน้าห้องทำงานชั้นบนสุด... ที่นั่นแหละคือที่ตั้งของตู้เซฟ" "ตู้เซฟรุ่น 'ไททัน-X'..." หมอหมึกเคาะนิ้วลงบนรูปถ่ายตู้เซฟสีดำทึบ "ระบบล็อคสามชั้น กันระเบิด กันไฟ เจาะไม่เข้า... มีกุญแจดอกเดียวอยู่กับตัวดนัย และต้องใช้รหัสผ่าน 6 หลักที่เปลี่ยนทุกวัน" "ไม่มีอะไรที่เปิดไม่ได้หรอก" เข้ม...

บทที่ ๒๗ : เงาในตรอกและปีกที่ถูกพันธนาการ

แสงไฟนีออนกะพริบวิบวับจากป้ายโฆษณาหน้าปากซอยส่องลอดเข้ามาในห้องเช่ารูหนูที่เหม็นอับ กลิ่นคูคลองและขยะเน่าเสียลอยตลบอบอวล ซึ่งต่างจากกลิ่นหอมของป่าหิมพานต์ราวฟ้ากับเหว นลินนั่งก้มหน้าอยู่หน้ากระจกเงาบานร้าว ในมือถือกรรไกรสนิมเขรอะที่เข้มไปหามาได้ "ต้องทำจริงๆ หรือพี่เข้ม?" กินนรหนุ่มถามเสียงเครือ มองดูเส้นผมยาวสลวยสีดำขลับของตน "จำเป็น" เข้มตอบเสียงหนักแน่น ยืนซ้อนหลังนลิน มือหนาวางบนบ่าบาง "ถ้าเจ้ายังดูเหมือนเทพบุตรหลุดออกมาจากภาพวาดแบบนี้ เดินออกไปหน้าปากซอยก็โดนจับแล้ว... เราต้องกลมกลืน" นลินสูดหายใจลึก พยักหน้าช้าๆ "ลงมือเถอะ" ฉับ... ฉับ... เสียงกรรไกรตัดผ่านเส้นผมดังบาดใจ ผมยาวสลวยร่วงกราวลงสู่พื้นห้อง เปลี่ยนจากกินนรผู้สง่างาม ให้กลายเป็นชายหนุ่มผมรองทรงต่ำแบบวัยรุ่นสมัยนิยม เข้มใช้ยาย้อมผมราคาถูกที่ซื้อมาจากร้านชำ โกรกทับลงไปจนกลายเป็นสีน้ำตาลเข้ม เพื่อกลบประกายสีเหลือบปีกแมลงทับตามธรรมชาติของเส้นผมกินนร แต่ขั้นตอนที่ทรมานที่สุดคือ "การซ่อนปีก" เข้มใช้ผ้าดิบพันแผลม้วนยาว...

บทที่ ๒๖ : เพลิงริษยาและปีกแห่งความลับ

กลางดึกสงัด คืนเดือนมืดที่ไร้แสงจันทร์ส่องถึง ในคอกม้าเก่าท้ายวังเดชาบดินทร์ กลิ่นฟางแห้งและความชื้นอับโชยแตะจมูก แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ พรานเข้ม สะดุ้งตื่นจากภวังค์ มันคือกลิ่นฉุนกึกของสารเคมีบางอย่าง... กลิ่นน้ำมันเบนซิน "นลิน! ตื่น!" เข้มกระซิบเสียงเครียด เขย่าตัวคนรักที่นอนหนุนตักอยู่ "ตื่นเร็ว! เราต้องออกไปจากที่นี่!" นลินงัวเงียตื่นขึ้นมา "เกิดอะไรขึ้นพี่เข้ม?" พรึ่บ! ยังไม่ทันสิ้นคำถาม เปลวไฟสีส้มแดงก็ลุกพริบขึ้นรอบทิศทาง ราวกับมีใครราดน้ำมันล้อมคอกม้าไว้แล้วจุดไฟพร้อมกัน ไฟลามเลียไปตามกองฟางและผนังไม้เก่าอย่างรวดเร็วราวกับอสรพิษแลบลิ้น "ไฟไหม้!" นลินร้องลั่น สำลักควันไฟที่เริ่มโขมง เข้มรีบถอดเสื้อนอกมาชุบน้ำในรางน้ำม้าแล้วปิดจมูกให้นลิน "พวกมันกะจะย่างสดเรา... ไปที่ประตู!" เข้มวิ่งไปกระแทกประตูไม้บานใหญ่ แต่มันถูกลงกลอนแน่นหนาจากด้านนอก แถมยังมีการตอกตะปูปิดตาย เข้มใช้ไหล่กระแทกสุดแรง...

บทที่ ๒๕ : ป่าคอนกรีตและสัญญาที่ว่างเปล่า

เสียงคำรามต่ำๆ ดังกระหึ่มมาตามถนนลูกรังฝุ่นตลบ รถโดยสารประจำทางคันเก่าคร่ำคร่าสีส้มสนิมเขรอะ วิ่งโขยกเขยกมาจอดเทียบท่าที่ศาลาริมทาง "ขึ้นเลยๆ! เข้าเมืองคนละสิบบาท!" กระเป๋ารถเมล์ตะโกนแข่งกับเสียงเครื่องยนต์ นลินยืนตัวแข็งทื่อ มือจิกแขนเสื้อพรานเข้มจนแทบขาด ดวงตาเบิกกว้างจ้องมอง 'สัตว์ประหลาดเหล็ก' ตรงหน้าด้วยความหวาดกลัว "พี่เข้ม... มันกินคนเข้าไป! ดูสิ คนพวกนั้นถูกมันกลืนเข้าไปในท้อง!" เข้มกลั้นขำ พยายามทำหน้าขรึม "มันไม่ใช่สัตว์ร้ายหรอกนลิน เขาเรียกว่า 'รถเมล์' ...พาหนะของมนุษย์ เหมือนเกวียนแต่วิ่งเร็วกว่า" "แต่มันส่งเสียงคำราม... และมีควันพิษออกจากก้น!" นลินเถียงเสียงสั่น ไม่ยอมก้าวขา "เชื่อใจข้าไหม?" เข้มกระชับมือนลินแน่น...

บทที่ ๒๔ : รอยต่อแห่งมิติและเปลวเพลิงชำระบาป

พระจันทร์เต็มดวงลอยเด่นอยู่กลางท้องฟ้าที่มืดมิด ทอแสงสีนวลส่องกระทบหลังคาโบสถ์เก่าคร่ำคร่า แสงจันทร์ดูหมองหม่นลงถนัดตาเมื่อเทียบกับเปลวไฟอาคมสีขาวที่ลุกโชนอยู่ที่หน้าประตูวัด ตูม! ตูม! เสียงกำแพงแก้วแตกกระจายดังสนั่นหวั่นไหว ร่างมหึมาของ 'อสุรกายซากศพ' ที่เกิดจากการเย็บต่อเศษซากช้าง ม้า และเสือ เข้าด้วยกัน พังทลายเขตแดนเข้ามาได้สำเร็จ มันส่งเสียงคำรามกึกก้อง กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงจนต้นไม้ในวัดเหี่ยวเฉาทันทีที่มันเดินผ่าน "ไป!! ลงไปเดี๋ยวนี้!" เสียงตะโกนของ หลวงตาคง ดังฝ่าความโกลาหลมาถึงหลังโบสถ์ พรานเข้มและนลินยืนอยู่ที่ขอบ 'บ่อน้ำบาดาล' บ่อหินศิลาแลงโบราณที่ปากบ่อสลักรูปพญานาคเจ็ดเศียรพันรอบ ภายในบ่อลึกมืดมิดมองไม่เห็นก้น แต่น้ำเบื้องล่างกำลังหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นรุนแรง ฟองอากาศผุดพรายขึ้นมาพร้อมแสงสีเขียวมรกต "ท่านหลวงตา..." เข้มหันกลับไปมองด้วยความเป็นห่วง ภาพที่เห็นคือหลวงตาคงยืนประจันหน้ากับอสุรกายยักษ์อย่างไม่เกรงกลัว ร่างผอมแห้งของท่านดูเล็กจ้อย แต่ไม้เท้าหัวตะพดในมือกลับเปล่งแสงสีทองสว่างจ้า...

Subscribe

- Never miss a story with notifications

- Gain full access to our premium content

- Browse free from up to 5 devices at once

Must read

spot_img