วูบ… วูบ… วูบ…
แสงไฟฉุกเฉินสีแดงหมุนวนไปทั่วโถงทางเดินชั้น 3 เปลี่ยนบรรยากาศหรูหราให้กลายเป็นฉากสยองขวัญ เงาของรูปปั้นและแจกันใบมหึมาทอดยาววูบไหวราวกับปีศาจเต้นระบำ
“หยุดนะ! วางอาวุธลง!”
เสียงตะโกนของหัวหน้าบอดี้การ์ดดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างทะมึนสามร่างที่โผล่ออกมาจากมุมตึก ปืนกลมือ MP5 ในมือของพวกมันเล็งตรงมาที่ผู้บุกรุก
เข้มไม่รอให้พวกมันเหนี่ยวไก เขาผลักนลินให้หลบเข้ามุมเสา แล้วพุ่งตัวม้วนหน้าออกไปกลางโถงทางเดิน พร้อมกับวาดปืนกล็อกลงอาคมในมือ
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงปืนดังสนั่นก้องทางเดิน กระสุนสามนัดพุ่งออกจากปากกระบอก แต่มันไม่ได้วิ่งเป็นเส้นตรงตามหลักฟิสิกส์ ด้วยอำนาจของยันต์ ‘กระสุนคต’ หัวกระสุนเลี้ยวโค้งกลางอากาศอ้อมผ่านเสาที่การ์ดใช้กำบัง พุ่งเข้าเจาะที่หัวไหล่และข้อมือของพวกมันอย่างแม่นยำ
“อ๊ากกก!” การ์ดทั้งสามร้องลั่น ปืนหลุดจากมือ ล้มลงไปดิ้นพราดๆ ด้วยความเจ็บปวดและอาการชาดิกจากอาคม ‘นะจังงัง’ ที่แฝงมากับลูกตะกั่ว
“ไป!” เข้มตะโกนเรียกนลิน
ทั้งสองวิ่งข้ามร่างของการ์ดที่นอนโอดโอย ตรงไปที่ประตูไม้สักบานมหึมาที่สุดที่ปลายทางเดิน… ห้องทำงานส่วนตัวของดนัย
เข้มถีบประตู เปรี้ยง! เข้าไปในห้อง ห้องทำงานกว้างขวางปูพรมกำมะหยี่สีแดง ผนังประดับด้วยหัวสัตว์ป่าสตัฟฟ์นับสิบหัว ทั้งหัวกระทิง หัวเสือ และงาช้างคู่งาม… ของสะสมจากความตายที่ตระกูลนี้ภาคภูมิใจ
“กลิ่นคาวเลือด…” นลินนิ่วหน้า ยกมือปิดจมูก “ห้องนี้เต็มไปด้วยวิญญาณอาฆาตของสัตว์”
“ช่างหัวผีสัตว์ก่อน!” เข้มรีบลากโต๊ะทำงานตัวใหญ่มาขวางประตู แล้วดันตู้โชว์มาทับอีกที “เรามีเวลาไม่มากก่อนที่พวกข้างล่างจะแห่กันขึ้นมา… เซฟอยู่ไหน?”
นลินกวาดตามองไปรอบห้องที่มืดสลัว แสงสีแดงจากภายนอกส่องลอดหน้าต่างเข้ามาเป็นจังหวะ “ตรงนั้น…” นลินชี้ไปที่รูปวาดสีน้ำมันขนาดใหญ่รูปคุณหญิงแม่ของดนัยที่แขวนอยู่หลังโต๊ะทำงาน “ข้าได้ยินเสียง… เสียงคลื่นไฟฟ้าเบาๆ มาจากหลังรูปนั้น”
เข้มรีบปลดรูปภาพลง เผยให้เห็นตู้เซฟสีดำทะมึนฝังอยู่ในผนัง หน้าปัดดิจิทัลดับสนิทเพราะไฟตัด แต่แป้นหมุนรหัสแบบแมคคานิค (กลไก) ยังใช้งานได้
“ตู้รุ่นนี้มีระบบสำรอง…” เสียงหมอหมึกดังแทรกมาในหูฟัง “นลิน… ฟังให้ดี แป้นหมุนมี 100 ล็อค แกต้องหาเขี้ยวที่ถูกต้อง 6 ตัว… ผิด 3 ครั้ง ระบบจะล็อคตายและปล่อยก๊าซยาสลบ”
“เข้าใจแล้ว”
นลินสูดหายใจลึก เขาถอดหูฟังวิทยุออกเพื่อให้ได้ยินเสียงธรรมชาติที่สุด แล้วแนบใบหูลงกับบานประตูเหล็กเย็นเฉียบ เข้มยืนเฝ้าอยู่ที่หน้าประตู ปืนในมือกระชับแน่น เหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นตามไรผม
กึก… กึก… (เสียงเคาะประตูจากด้านนอก) “เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ไม่งั้นกูยิงถล่มแน่!” เสียงการ์ดตะโกนขู่
“เร็วเข้าพ่อคุณ…” เข้มพึมพำ หันกระบอกปืนไปที่ประตู
นลินหลับตาพริ้ม ตัดเสียงโวยวายภายนอกออกไป โลกของเขาตอนนี้เหลือเพียงเสียงเฟืองจักรกลเล็กจิ๋วภายในตู้เซฟ คลิก… (ไม่ใช่) คลิก… (ไม่ใช่) กริ๊ง… (เสียงโลหะกระทบกันที่แหลมกว่าปกตินิดเดียว)
“หนึ่ง…” นลินหมุนกลับทางซ้ายทันที
ปัง! ปัง! ปัง! กระสุนปืนกลกราดยิงทะลุประตูไม้เข้ามา เศษไม้ปลิวว่อน เข้มต้องก้มหัวหลบวูบ ยิงสวนกลับไปสองนัดเพื่อกดดันไม่ให้พวกมันพังเข้ามาง่ายๆ
“นลิน! เร็วอีก!” เข้มตะโกนแข่งกับเสียงปืน
“สมาธิ… สมาธิ…” นลินเหงื่อท่วมตัว ความเจ็บปวดที่ปีกจากการถูกรัดแน่นเริ่มรบกวนจิตใจ “อึก…” เขาพยายามจูนเสียงในหัวใหม่ มองเห็นภาพเฟืองตัวที่สามกำลังขยับ
กริ๊ง! “สาม…”
ข้างนอกเริ่มมีการใช้ขวานจามประตู โครม! โครม! ประตูไม้เริ่มแตกเป็นร่อง เข้มเห็นลำกล้องปืนสอดเข้ามา เขายิงสวนทันที เปรี้ยง! เสียงร้องโหยหวนดังขึ้น แต่การ์ดคนใหม่ก็เข้ามาแทนที่
“มันจะเข้ามาแล้ว!” เข้มเปลี่ยนแม็กกาซีนใหม่อย่างรวดเร็ว
นลินกัดริมฝีปากจนห้อเลือด มือหมุนแป้นรหัสด้วยความเร็วสูง ซ้าย… ขวา… ซ้าย… เฟืองตัวที่ 4… ตัวที่ 5…
โครม!!! บานประตูพังครืนลงมา โต๊ะทำงานที่ขวางอยู่กระเด็นคว่ำ การ์ดชุดดำนับสิบคนกรูเข้ามาในห้องพร้อมอาวุธครบมือ
“ฆ่ามัน!”
เข้มกระโจนออกจากที่กำบัง ยิงเปิดทางด้วยลีลาพรานป่า กระสุนทุกนัดเข้าเป้าที่ขาและไหล่ของศัตรู แต่จำนวนมันมากเกินไป “นลิน!!”
กริ๊ก… แกร๊ก!
เสียงสลักตัวสุดท้ายหลุดออก นลินกระชากคันโยกลง ครืด… ประตูตู้เซฟหนาหนักเปิดอ้าออก!
ภายในตู้มีปึกธนบัตร ก้อนทองคำ และแฟ้มเอกสารสีดำหนาปึ้ก นลินไม่สนเงินทอง เขาคว้าแฟ้มเอกสารนั้นออกมา แล้วกวาดตามองหา ‘ขวดโหลเล็กๆ’ ที่เข้มเคยบอกว่าดนัยเก็บยาเอาไว้
“เจอแล้ว!” นลินคว้าขวดแก้วน้ำทิพย์ (ที่ดนัยยึดไป) ออกมาด้วย แล้วหันหลังกลับ “พี่เข้ม! ได้ของแล้ว!”
“โดดหน้าต่าง!” เข้มตะโกนสั่ง ขณะกระโดดเตะก้านคอการ์ดคนหนึ่งจนสลบ
นลินวิ่งไปที่หน้าต่างบานใหญ่ มองลงไปข้างล่าง… ความสูงสามชั้น “มันสูงมาก!”
“ไม่มีเวลาแล้ว!” เข้มวิ่งฝ่าวงล้อมเข้ามา คว้าเอวนลินไว้ “กางปีกไม่ได้ก็ต้องโดด!”
เข้มใช้เก้าอี้ทุบกระจกแตกกระจาย เพล้ง! แล้วกอดนลินแน่น ทิ้งตัวดิ่งพสุธาลงสู่ความมืดเบื้องล่างทันที
วูบบบบ!
ลมตีหน้าแรงจนลืมตาไม่ขึ้น ขณะที่ร่างกำลังร่วงหล่น นลินตัดสินใจกระตุกปมเชือกที่รัดหน้าอกอยู่ใต้เสื้อ แคว่ก! ผ้าพันแผลขาดออก ปีกสีทองกางพรึ่บออกมาดันเสื้อแจ็คเก็ตจนขาดวิ่น
นลินกระพือปีกต้านลมเพียงครั้งเดียว เพื่อชะลอแรงตกกระแทก ตุบ!
ทั้งสองลงสู่พื้นสนามหญ้าหลังบ้านแล้วกลิ้งหลุนๆ ไปหลายตลบ แต่ไม่บาดเจ็บสาหัส เสียงรถตู้เบรกเอี๊ยดดังสนั่นที่ริมรั้ว
“ขึ้นรถ! เร็ว!” หมอหมึกตะโกน เปิดประตูสไลด์รอ
เข้มและนลินวิ่งตีนผีไปที่รถตู้ กระสุนปืนจากระเบียงชั้น 3 ยิงไล่หลังมาเป็นสายฝน ปู๊น! ปู๊น! พวกเขากระโจนขึ้นรถ เปี๊ยกที่รออยู่ข้างในรีบดึงประตูปิด
“ไปเลยลูกพี่! เหยียบมิดไมล์!” เปี๊ยกตะโกน
รถตู้เก่าๆ ออกตัวล้อฟรี พุ่งทะยานฝ่าความมืดหนีออกจากวังเดชาบดินทร์ ทิ้งความโกลาหลและเสียงไซเรนตำรวจที่กำลังใกล้เข้ามาไว้เบื้องหลัง
…
ภายในรถตู้
เข้มและนลินนั่งหอบหายใจพิงเบาะ แฟ้มเอกสารและขวดน้ำทิพย์วางอยู่บนตัก นลินค่อยๆ ถอดเสื้อแจ็คเก็ตที่ขาดวิ่นออก เผยให้เห็นปีกที่ได้รับอิสระอีกครั้ง เขาขยับปีกเบาๆ เพื่อคลายความปวดเมื่อย
“เราทำได้…” นลินยิ้มกว้างทั้งน้ำตา “เราได้ของคืนแล้ว”
เข้มหยิบแฟ้มขึ้นมาเปิดดู แสงไฟจากเสาไฟฟ้าข้างทางส่องให้เห็นเนื้อหาข้างใน มันคือบัญชีรายชื่อการค้าสัตว์ป่าสงวนข้ามชาติ… หลักฐานการฟอกเงิน… และที่สำคัญที่สุด ‘โฉนดที่ดิน’ ที่แนบอยู่หน้าสุดท้าย
“จบสิ้นกันที…” เข้มถอนหายใจยาว ปิดแฟ้มลง “พรุ่งนี้เช้า… ไอ้ดนัยเตรียมตัวย้ายไปนอนคุกได้เลย”
แต่ทว่า… ความสงบสุขอยู่กับพวกเขาได้ไม่นาน เสียงโทรศัพท์มือถือของหมอหมึกดังขึ้น
“ฮัลโหล… อะไรนะ!” สีหน้าของหมอหมึกเปลี่ยนเป็นซีดเผือด เขาหันมามองเข้มผ่านกระจกมองหลัง
“ข่าวร้ายว่ะพวกเอ็ง…” “เมื่อกี้สายข้าโทรมาบอก… ดนัยมันรู้ตัวแล้วว่าเราจะเอาหลักฐานไปแฉ” “มันสั่งลูกน้องไปดักที่หน้าสำนักพิมพ์และสถานีตำรวจทุกแห่ง… และที่แย่กว่านั้น…”
หมอหมึกกลืนน้ำลาย “มันจ้าง ‘มือปราบอาคม’ จากเขมรมาล่าพวกเอ็ง… ตอนนี้มันกำลังตามกลิ่นปีกกินนรมา!”
เข้มหันขวับไปมองนลิน “มือปราบอาคม?”
“พวกเล่นของ…” เข้มกำหมัดแน่น “หนีตำรวจข้าไม่กลัว… แต่ถ้าเล่นไสยศาสตร์ ข้าคงต้องงัดวิชาเก่าออกมาใช้บ้างแล้ว”
การปล้นสำเร็จ… แต่การหลบหนีเพิ่งเริ่มต้น และศัตรูคนใหม่ที่กำลังไล่ตามมา ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาที่ใช้ปืนผาหน้าไม้ แต่เป็นจอมขมังเวทย์ที่กัดไม่ปล่อย!
จบภาค 1



