บรรยากาศหน้าคณะวิศวะฯ เย็นวันนี้มาคุชอบกล…
รถสปอร์ตสีแดงเพลิงแล่นเข้ามาจอดเทียบท่า ประตูแบบปีกนกยกขึ้น เผยให้เห็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทราคาแพง ใส่แว่นกันแดดแบรนด์เนม… ‘พี่ท็อป’ แฟนเก่าของผมเอง
เขาคือลูกชายเจ้าของโรงงานเหล็กที่ผมเคยคบตอนปี 1 และเลิกกันเพราะความขี้เก๊กและเจ้าชู้ของมันนั่นแหละ
“ไงวิน… ไม่เจอกันนาน สวยขึ้นนะเรา” ท็อปถอดแว่น ส่งสายตาแพรวพราว “พี่ซื้อขนมเจ้าดังจากฝรั่งเศสมาฝาก ว่าจะชวนไปดินเนอร์รำลึกความหลังซะหน่อย”
ผมกรอกตา “ผมไม่ว่างครับพี่ท็อป ต้องกลับบ้านไปดู…”
“ไปดูคนสวนเหรอ?” ท็อปแสยะยิ้ม มองข้ามไหล่ผมไปที่ ‘กระทิง’ ที่ยืนถือกระเป๋าเป้ให้ผมอยู่เงียบๆ
วันนี้กระทิงใส่เสื้อกล้ามสีขาว (ที่เริ่มเก่าจนบาง) กับกางเกงยีนส์ขาดๆ ดูมอมแมมแต่โคตรดิบเถื่อน
“นี่เด็กรับใช้ใหม่ที่บ้านเหรอ? หน้าตาบ้านนอกดีนี่ หึ… จ้างมาแบกของคุ้มเลยสิท่า”
กระทิงเอียงคอ มองท็อปตาแป๋ว “ลูกพี่จ๊ะ… ผู้ชายคนนี้ใคร? ทำไมตัวขาวซีดเหมือนไก่ต้มเปื่อยแบบนั้น เขาป่วยเหรอจ๊ะ?”
“อุ๊บ…” ผมหลุดขำพรืด
ท็อปหน้าตึงเปรี๊ยะ “ปากดีนักนะไอ้ขี้ข้า! วิน… พี่ว่าเราไปคุยกันที่อื่นเถอะ พี่เพิ่งสมัครสมาชิกฟิตเนส VIP เปิดใหม่แถวนี้ ไปดูพี่ออกกำลังกายไหม? เดี๋ยวพี่ไปส่งบ้าน”
ผมกำลังจะปฏิเสธ แต่กระทิงดันโพลงขึ้นมา “ไปสิจ๊ะ! ข้าอยากเห็น ‘ฟิตเนด’ อะไรนั่น มันคือลานประลองพละกำลังใช่ไหม? ข้าอยากรู้ว่าผู้ชายเมืองกรุงเขาแข็งแรงกันแค่ไหน!”
🏋️♂️ ณ ฟิตเนสคลับสุดหรู
และแล้วผมก็ต้องจำใจลากสังขารมาที่ยิมจนได้ พี่ท็อปอยู่ในชุดออกกำลังกายรัดรูปแบรนด์เนมราคาเหยียบหมื่น พยายามเบ่งกล้ามโชว์สาวๆ ส่วนกระทิง… ผมต้องไปเช่าชุดของยิมให้มันใส่
หายนะบังเกิด… ชุดของยิมมันไซส์มาตรฐานชายไทย แต่ตัวกระทิงมันไซส์ “ควายป่า” เสื้อกล้ามรัดติ้วจนเห็นหัวนมชัดเจน ส่วนกางเกงขาสั้นก็รัดรึงช่วงต้นขาและ “เป้า” จนเป็นลำอย่างน่าหวาดเสียว
“อึดอัดจังจ๊ะลูกพี่…” กระทิงบ่นอุบ ดึงกางเกงที่เข้าวิน “กางเกงกินตูดข้า”
“หยุดดึง!” ผมตีมือมัน “อยู่นิ่งๆ!”
พี่ท็อปเดินอาดๆ เข้ามาที่โซนยกน้ำหนัก เขาใส่น้ำหนักไปที่บาร์เบลข้างละ 20 กิโลฯ รวมแกนก็หนักเอาเรื่อง
“ดูไว้นะไอ้น้อง” ท็อปยักคิ้วให้กระทิง “ลูกผู้ชายมันวัดกันที่ความแข็งแกร่ง!”
ท็อปนอนลงบนม้านั่ง สูดลมหายใจฮึดฮัด แล้วยกบาร์เบลขึ้น… “ฮึบบบบบ! อื้อออออ!” เขาหน้าแดงก่ำ เส้นเลือดปูดโปน ยกขึ้นลงได้ 5 ที แล้ววางกระแทกเสียงดัง ตึง! “ฟู่ววว… เป็นไงวิน? กล้ามพี่แน่นขึ้นไหม?”
ผมยิ้มแห้งๆ “ครับๆ แน่นครับ”
“เอ้า! ตาแกแล้วไอ้เด็กดอย!” ท็อปผายมือไปที่ม้านั่งอย่างท้าทาย “ลองดูมั้ย? หรือจะให้พี่เอาแผ่นเหล็กออกให้ก่อน กลัวกระดูกหัก”
กระทิงเดินดุ่มๆ เข้าไป มองบาร์เบลนั่นด้วยสายตาสงสัย “แค่นี้เหรอจ๊ะ?”
“ห๊ะ?” ท็อปคิ้วกระตุก “แค่นี้อะไร! นี่มัน 50 กิโลนะเว้ย!”
“อ๋อ… ปกติข้าแบกกระสอบข้าวสาร 2 กระสอบวิ่งขึ้นดอย มันหนักกว่านี้นะจ๊ะ”
กระทิงไม่นอนลงบนม้านั่ง… แต่มันก้มลงจับบาร์เบล ด้วยมือเดียว! แล้วออกแรงยกขึ้นมาเฉยๆ เหมือนหยิบปากกา!
พรึ่บ!
กระทิงยืนตัวตรง ถือบาร์เบลหนัก 50 กิโลไว้ในมือข้างเดียว แล้วลองแกว่งไปมาเบาๆ “อืม… เบาจริงๆ ด้วยจ้ะลูกพี่ เหมือนถือท่อนฟืนแห้งๆ เลย”
ทั้งยิมเงียบกริบ… เทรนเนอร์แถวนั้นทำขวดน้ำหลุดมือ
“เฮ้ย! มึง…” ท็อปตาถลน อ้าปากค้าง
แต่จุดพีคมันอยู่ที่… จังหวะที่กระทิงออกแรงยก เสื้อกล้ามรัดรูปมันทนแรงขยายไม่ไหว
แคว่ก!!! 💥
เสื้อกล้ามขาดผ่ากลางหลังยาวลงมาถึงเอว! เผยให้เห็นแผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามสวยงาม ผิวสีน้ำผึ้งชุ่มเหงื่อตัดกับแสงไฟในยิม กระทิงหันมามองเสื้อตัวเอง “อ้าว… เสื้อขาดอีกแล้ว ลูกพี่ด่าแน่เลย”
เสื้อที่ขาดรุ่ยหลุดลงมาที่เอว เผยให้เห็นแผงอกแน่นๆ และซิกแพคที่เป็นลูกระนาดชัดเจนยิ่งกว่า 4K สาวๆ ในยิมเริ่มหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายคลิปกันรัวๆ
“ลูกพี่จ๊ะ…” กระทิงเดินเข้ามาหาผมพร้อมบาร์เบลในมือ (ยังไม่ยอมวาง) “ที่นี่ไม่มีของเล่นที่หนักกว่านี้แล้วเหรอ? ข้ายกแล้วไม่ได้เหงื่อสักเม็ด”
ผมมองภาพตรงหน้า… ไอ้เด็กหน้าซื่อที่ยืนเปลือยท่อนบนโชว์หุ่นพระเจ้าสร้าง ถือบาร์เบลมือเดียวข่มแฟนเก่าผมจนหน้าเหลือ 2 นิ้ว สะใจโว้ยยยย!
ผมแกล้งเดินเข้าไปใกล้มัน เอาผ้าขนหนูซับเหงื่อให้มัน “เก่งมากกระทิง… แต่ระวังหน่อย เดี๋ยวพี่ท็อปเขาจะอายจนไม่กล้ามาที่นี่อีก”
พี่ท็อปหน้าดำหน้าแดง “ฝ…ฝากไว้ก่อนเถอะมึง! กลับ! กูไม่เล่นแล้ว!” แล้วท็อปก็เดินสะบัดก้นหนีออกจากยิมไปทันที
กระทิงวางบาร์เบลลงนิ่มๆ แล้วยิ้มตาหยีให้ผม “ข้าไล่ ‘ไก่ต้ม’ ไปได้แล้วใช่ไหมจ๊ะลูกพี่? เย็นนี้ลูกพี่จะให้รางวัลข้าไหม?”
“รางวัลอะไร?” ผมเลิกคิ้ว
กระทิงก้มลงกระซิบข้างหูผม เสียงแหบพร่านิดๆ “ข้าอยากให้ลูกพี่ ‘อาบน้ำ’ ให้ข้าหน่อย… หลังข้าเอื้อมไม่ถึง… นะจ๊ะ?”
สายตาอ้อนๆ บวกกับหุ่นยั่วเยวนั่น… ผมกลืนน้ำลายดัง เอื้อก ตาย… ตายแน่กู… งานนี้จะรอดมือเด็กดอยไหมเนี่ย!


