admin

spot_img

บทที่ 14: ความจริงที่ถูกเปิดเผย (The Truth Revealed)

กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่โรงพยาบาล... สำหรับคนทั่วไปมันคือกลิ่นของความสะอาด แต่สำหรับผมและกาล... มันคือกลิ่นของความสิ้นหวัง "ฮือ... วิน! มินนี่... มินนี่เลือดออกเยอะมากเลยมึง..." เจทรุดตัวลงนั่งร้องไห้กับพื้นหน้าห้อง ICU เสื้อนักศึกษาเปื้อนเลือดสีแดงฉาน ผมนั่งลงข้างเพื่อน กอดคอมันไว้แน่น ทั้งที่มือตัวเองก็สั่นไม่แพ้กัน "ใจเย็นเว้ยเจ... ถึงมือหมอแล้ว มินนี่มันอึดจะตาย มันต้องรอด" ผมปลอบเพื่อน แต่ในใจกลับตะโกนก้องด้วยความกลัว กาลยืนพิงผนังอยู่ห่างออกไป สายตาของเขาไม่ได้มองที่ประตูห้อง ICU แต่มอง "ทะลุ" เข้าไปข้างใน ใบหน้าหล่อเหลานั้นเคร่งเครียด...

บทที่ 13: รสชาติของกาแฟและความตาย (The Taste of Coffee and Death)

"ขม..." กาลวางแก้วเซรามิกสีขาวลงบนโต๊ะไม้ กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟอเมริกาโน่ร้อนลอยคลุ้งเตะจมูก "ขมสิ ก็เล่นสั่งไม่ใส่น้ำตาลเลย" ผมนั่งเท้าคางมองเขาอยู่ฝั่งตรงข้าม "แล้วกินทำไมถ้ามันขม?" กาลหมุนแก้วเล่น นิ้วเรียวยาวสัมผัสไอร้อน "เมื่อก่อน... ข้าไม่เข้าใจว่าทำไมมนุษย์ถึงชอบดื่มน้ำสีดำรสชาติเหมือนยาพิษนี่" เขาหยุดพูด แล้วยกแก้วขึ้นจิบอีกครั้ง หลับตาพริ้ม "แต่ตอนนี้ข้าเริ่มเข้าใจแล้ว... ความขมที่ปลายลิ้น มันทำให้เรารู้สึกตื่นตัว... ทำให้เรารู้สึกว่าเรายังมี 'ความรู้สึก' อยู่" ผมมองหน้าเขา... ใบหน้าที่เคยซีดเซียวเริ่มมีสีเลือดฝาดขึ้นเล็กน้อย (อาจจะเพราะคาเฟอีนหรือเพราะแดดยามบ่าย) หลังจากที่รู้ความจริงว่าการใช้ชีวิตบนโลกนี้กัดกินอายุขัยของกาล ผมก็ตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะไม่ให้เขาใช้พลังพร่ำเพรื่ออีก และจะพาเขาไปเก็บเกี่ยวความสุขแบบมนุษย์ให้คุ้มค่าที่สุด "วันนี้ว่างใช่ไหม?" ผมถาม "สำหรับเจ้า......

บทที่ ๑๔ : เพลิงจักรกลและโทสะแห่งพงไพร

เสียงหวีดหวิวของเครื่องจักรไอน้ำดังก้องกังวานไปทั่วสระอโนดาต ทำลายความเงียบสงบศักดิ์สิทธิ์ลงอย่างสิ้นเชิง ฝูง 'แมลงปอเหล็ก' นับร้อยตัวบินโฉบลงมาจากท้องฟ้า ปีกโลหะบางเฉียบกระพือด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงน่ารำคาญ พวกมันปล่อยตาข่ายลวดอาคมลงมาหมายจะจับตัวสิ่งมีชีวิตทุกอย่างเบื้องล่าง ขณะที่บนพื้นดิน 'ยักษ์หุ่นพยนต์' ร่างทองเหลืองสูงสามวา ก้าวเท้าหนักๆ เหยียบย่ำดอกไม้แก้วแตกละเอียด เฟืองยักษ์ที่หน้าอกหมุนติ้ว ส่งควันดำโขมงออกมา "พวกมันมากันเยอะเกินไป!" เจ้าชายคีรีตะโกนแข่งกับเสียงระเบิด มือคว้าปืนยิงฉมวกที่ประดิษฐ์เองขึ้นมายิงใส่แมลงปอเหล็กตัวหนึ่งจนร่วงลงน้ำ พรานเข้มผลักนลินไปหลบหลังโขดหิน แล้วกระโจนเข้าใส่หุ่นพยนต์ตัวหน้าสุด มีดหมอในมือตวัดฟันเข้าที่ขาโลหะอย่างแรง เคร้ง! ประกายไฟแลบแปลบปลาบ แต่คมมีดที่เคยตัดเหล็กไหลขาดสะบั้น กลับทำได้เพียงสร้างรอยขีดข่วนบนเกราะทองเหลืองอาคม "บ้าเอ้ย! ฟันไม่เข้า!" เข้มสบถ "หนังเหนียวยิ่งกว่าควายธนูอีก!" "พวกมันไม่มีเนื้อหนังให้ฟันพี่เข้ม!" คีรีร้องบอก...

บทที่ ๑๓ : นครมัตตราและพันธนาการแห่งกลไก

ณ หุบเขาเมฆา (ทิศตะวันตกของเขาไกรลาส - เส้นทางลับที่คนทั่วไปไม่รู้) ท่ามกลางทะเลหมอกที่หนาทึบจนมองไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน มีเมืองขนาดใหญ่เมืองหนึ่งซ่อนตัวอยู่ สิ่งก่อสร้างในเมืองนี้มิได้สร้างจากไม้หรือหินธรรมดา แต่สร้างจากโลหะสำริดและทองเหลืองที่สลักลวดลายไทยวิจิตรบรรจง เฟืองยักษ์ขนาดมหึมาหมุนขบกันส่งเสียงดังกึกก้องแผ่วเบาไปทั่วเมือง ท่อส่งไอน้ำสีขาวพวยพุ่งออกมาตามซอกตึก ราวกับเมืองนี้มีลมหายใจ นี่คือ 'นครมัตตรา' เมืองแห่งผู้ใช้อาคมควบคุมวัตถุ ที่ซึ่งตัดขาดจากโลกภายนอกมานับพันปี ในท้องพระโรงทองเหลือง 'พญาจันทรคราส' เจ้าเมืองผู้มีใบหน้าซีกซ้ายเป็นเนื้อหนังมนุษย์ แต่ซีกขวาถูกแทนที่ด้วยหน้ากากทองคำและกลไกจักรกล นั่งอยู่บนบัลลังก์ที่เชื่อมต่อกับท่อลำเลียงพลังงาน ร่างกายของพระองค์ดูอ่อนแอและโรยรา เสียงไอโขลกดังก้อง "เวลาของข้า... เหลืออีกไม่มากแล้วใช่ไหม... ท่านโหร" พญาจันทรคราสเอ่ยถามเสียงแหบพร่า ดวงตาข้างที่เป็นมนุษย์ฉายแววหวาดกลัวความตาย เบื้องล่างบัลลังก์ ชายร่างสูงในชุดคลุมสีม่วงเข้มยืนสงบนิ่ง...

ตอนที่ 14: ทะเลพายุ (รัก) กับ ทริปฉลองแชมป์สุดอลเวง

เสียงคลื่นกระทบฝั่งและกลิ่นไอเกลือควรจะเป็นอะไรที่ผ่อนคลาย แต่สำหรับ คิริน ที่กำลังยืนแบกเป้สามใบของธันวาอยู่ท่ามกลางแดดเปรี้ยงที่ทะเลพัทยา... มันคือบทลงโทษชัด ๆ! “ธันวา! นายจะเอาชุดมาเดินแบบหรือไง หอบมาทำไมเยอะแยะเนี่ย!” “โธ่... คิริน นี่มันทริปฉลองแชมป์นะ เราต้องมีชุด Breakfast, Brunch, Lunch, และ Sunset Dinner สิครับ” ธันวาเดินลงจากรถตู้ในชุดเชิ้ตลายฮาวายปลดกระดุมโชว์แผงอกขาว ๆ พร้อมแว่นกันแดดสุดชิค “เนตรพายุของฉันบอกว่า ทริปนี้เราจะ ‘ฮอต’...

ตอนที่ 13: สมรภูมิโอลิมปัส กับ จังหวะหัวใจที่ไร้ขีดจำกัด

บรรยากาศในสนามกีฬาแห่งชาติวันนี้กดดันจนแทบหายใจไม่ออก ฝั่งตรงข้ามคือ ทีมโอลิมปัส (Olympus) ทีมรวมดาราที่แต่ละคนมีฉายาตามเทพเจ้า นำโดย ‘เซอุส’ เซตเตอร์ที่ว่ากันว่าส่งบอลได้แม่นยำระดับมิลลิเมตร และ ‘เฮอร์คิวลิส’ ตัวตบพลังทำลายล้างที่แค่กระโดดพื้นสนามก็สั่นสะเทือน “ธันวา... นายเห็นนั่นไหม?” คิรินชี้ไปที่เซอุสที่กำลังวอร์มอัพ รอบตัวหมอนั่นมีกระแสไฟฟ้าสถิตอ่อน ๆ กระจายอยู่ “เนตรพายุของนาย อ่านวิถีบอลของคนที่คุมไฟฟ้าได้ไหม?” “ยากหน่อย... เพราะไฟฟ้ามันเร็วกว่าลม” ธันวาตอบพลางขยับนิ้วมือที่พันเทปแน่น “แต่ไฟฟ้ามันก็มีวงจรของมัน ถ้าเราหา ‘สวิตช์’ เจอ...

บทที่ ๑๔ : อาคมเฒ่าเฝ้าศาล

เสียงหัวเราะแหบแห้งของชายชราบนหลังคาศาลเพียงตาดังสะท้อนก้องไปทั่วดงไม้แห้ง มันไม่ใช่เสียงหัวเราะของความสุข แต่เป็นเสียงเสียดสีของโลหะที่เป็นสนิมบาดลึกเข้าไปในโสตประสาท "หมอผี... หลวงวิเศษรึ?" คุณพุ่ม เอ่ยถามเสียงดัง แข่งกับเสียงลมที่เริ่มพัดกรรโชกแรงขึ้นเรื่อยๆ "ท่านตายไปแล้ว เหตุใดจึงยังไม่ไปผุดไปเกิด!" ร่างเหี่ยวย่นบนหลังคาแสยะยิ้มจนเห็นฟันดำๆ ที่เหลือเพียงไม่กี่ซี่ แกค่อยๆ ไต่ลงมาจากหลังคาด้วยท่วงท่าที่ผิดมนุษย์ แขนขาบิดเบี้ยวเหมือนแมงมุมไต่ลงมาช้าๆ "ผุดเกิด? ฮึ! สวรรค์ปิด นรกเมิน... ข้ามี 'ภารกิจ' ที่ยังทำไม่เสร็จ จะไปไหนได้เล่า?" ดวงตาบอดสนิทสีขาวขุ่นของแกหันไปจับจ้องที่ พี่กล้า แม้จะมองไม่เห็น แต่ดูเหมือนแกจะ...

Subscribe

- Never miss a story with notifications

- Gain full access to our premium content

- Browse free from up to 5 devices at once

Must read

spot_img