HomeChapterบทที่ ๑๔ : เพลิงจักรกลและโทสะแห่งพงไพร

บทที่ ๑๔ : เพลิงจักรกลและโทสะแห่งพงไพร

เสียงหวีดหวิวของเครื่องจักรไอน้ำดังก้องกังวานไปทั่วสระอโนดาต ทำลายความเงียบสงบศักดิ์สิทธิ์ลงอย่างสิ้นเชิง

ฝูง ‘แมลงปอเหล็ก’ นับร้อยตัวบินโฉบลงมาจากท้องฟ้า ปีกโลหะบางเฉียบกระพือด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงน่ารำคาญ พวกมันปล่อยตาข่ายลวดอาคมลงมาหมายจะจับตัวสิ่งมีชีวิตทุกอย่างเบื้องล่าง ขณะที่บนพื้นดิน ‘ยักษ์หุ่นพยนต์’ ร่างทองเหลืองสูงสามวา ก้าวเท้าหนักๆ เหยียบย่ำดอกไม้แก้วแตกละเอียด เฟืองยักษ์ที่หน้าอกหมุนติ้ว ส่งควันดำโขมงออกมา

“พวกมันมากันเยอะเกินไป!” เจ้าชายคีรีตะโกนแข่งกับเสียงระเบิด มือคว้าปืนยิงฉมวกที่ประดิษฐ์เองขึ้นมายิงใส่แมลงปอเหล็กตัวหนึ่งจนร่วงลงน้ำ

พรานเข้มผลักนลินไปหลบหลังโขดหิน แล้วกระโจนเข้าใส่หุ่นพยนต์ตัวหน้าสุด มีดหมอในมือตวัดฟันเข้าที่ขาโลหะอย่างแรง

เคร้ง!

ประกายไฟแลบแปลบปลาบ แต่คมมีดที่เคยตัดเหล็กไหลขาดสะบั้น กลับทำได้เพียงสร้างรอยขีดข่วนบนเกราะทองเหลืองอาคม “บ้าเอ้ย! ฟันไม่เข้า!” เข้มสบถ “หนังเหนียวยิ่งกว่าควายธนูอีก!”

“พวกมันไม่มีเนื้อหนังให้ฟันพี่เข้ม!” คีรีร้องบอก “มันสร้างจากโลหะผสมแร่กายสิทธิ์ และขับเคลื่อนด้วย ‘ดวงจิตสัตว์ป่า’ ที่ถูกทรมาน ถ้าจะหยุดมัน ต้องทำลาย ‘แกนกลาง’ ที่หน้าอก!”

“ดวงจิตสัตว์ป่า?” นลินทวนคำ ดวงตาสีนิลวาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้น “พวกเจ้า… กล้าจับวิญญาณบริสุทธิ์มาขังไว้ในเศษเหล็กพวกนี้รึ!”

ความโกรธของกินนรหนุ่มส่งผลให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไป ลมพายุหมุนก่อตัวขึ้นรอบกายนลิน เขาเงยหน้าขึ้นสู่ท้องฟ้า แล้วเปล่งเสียงหวีดร้องแหลมสูง…

ไม่ใช่เสียงเพลงไพเราะ แต่เป็น ‘เสียงเรียกแห่งพงไพร’ ที่ดังกังวานไปไกลถึงก้นบึ้งของป่าหิมพานต์

“ตื่นเถิด! เหล่าผู้พิทักษ์! ป่าของเรากำลังถูกย่ำยี!”

สิ้นเสียงของนลิน ผืนป่ารอบสระอโนดาตก็สั่นสะเทือน เลือดในกายของพรานเข้มสูบฉีดพล่านเมื่อสัมผัสได้ถึง ‘พลังงานมหาศาล’ หลายสายที่กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้

ตูม!!

ผิวน้ำในสระอโนดาตระเบิดออก ร่างมหึมาสีม่วงเข้มพุ่งทะยานขึ้นมาจากใต้น้ำ งวงยาวทรงพลังฟาดเข้าใส่หุ่นพยนต์จนปลิวไปกระแทกหน้าผา

“วารีกุญชร” (ช้างน้ำ)

สัตว์วิเศษที่มีร่างเป็นช้างแต่มีครีบและหางดั่งปลา ร่างกายใหญ่โตมโหฬาร มันพ่นน้ำแรงดันสูงตัดปีกแมลงปอเหล็กจนร่วงกราวราวใบไม้ร่วง

ยังไม่ทันหายตกตะลึง เสียงคำรามกึกก้องดั่งราชสีห์ก็ดังมาจากยอดเขาไกรลาส ร่างสีแดงเพลิงกระโจนลงมาสู่สมรภูมิด้วยความเร็วแสง

“ไกรสรราชสีห์”

พญาสิงโตที่มีขนสีแดงชาดและมีพละกำลังมหาศาล มันตบเท้าหน้าเพียงครั้งเดียว หัวของหุ่นพยนต์ทองเหลืองก็ยุบลงไปเหมือนกระป๋องเปล่า กรงเล็บที่ทรงพลังยิ่งกว่าเหล็กกล้าฉีกกระชากเกราะอกของหุ่นยนต์ กระชากเอา ‘ลูกแก้ววิญญาณ’ สีฟ้าข้างในออกมาขยี้จนแตกละเอียด ดวงวิญญาณสัตว์ที่ถูกขังลอยหลุดออกมาและจางหายไปสู่สุขคติ

“สุดยอด…” จ้อยที่ซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้อ้าปากค้าง

แต่กองทัพจักรกลจากนครมัตตรายังคงดาหน้าเข้ามาไม่หยุด ยานเหาะลำเลียงพลปล่อย ‘อสุรปักษาจักรกล’ (หุ่นนกอินทรีติดใบมีด) ลงมาเพิ่มอีกนับร้อยตัว

“พวกมันไม่รู้จักเจ็บ ไม่รู้จักกลัว!” เข้มตะโกนบอก พลางกระโดดถีบยอดอกหุ่นยนต์ตัวหนึ่งจนหงายหลัง “เราต้านมันไม่ได้ตลอดหรอก!”

พระฤาษีกไลโกฏิที่ยืนสงบนิ่งอยู่กลางสระ สะบัดไม้เท้าสร้างกำแพงแก้วครอบต้นบุปผาเทวาเอาไว้ “เจ้าหนุ่ม! พาพวกเขาไปที่นครมัตตราซะ! ไปจัดการที่ต้นเหตุ… ข้าและเหล่าสัตว์วิเศษจะยันพวกมันไว้ที่นี่เอง!”

“แต่ว่า…” นลินลังเล เขาไม่อยากทิ้งป่าไว้เบื้องหลัง

“ไป!” พระฤาษีตวาดเสียงก้อง “ถ้านครมัตตรายังไม่หยุดล่าวิญญาณ ป่าหิมพานต์ทั้งป่าจะพินาศ… เจ้าคือความหวังเดียว!”

เข้มตัดสินใจเด็ดขาด วิ่งเข้าไปคว้าแขนนลิน “ไปกันเถอะ! อย่าให้การเสียสละของพวกท่านสูญเปล่า!”

คีรีรีบเป่าปากเรียกนกยักษ์ของตน “เจ้าวายุ! มารับพวกเราเร็ว!”

หุ่นนก ‘ปักษาวายุ’ ร่อนลงมารับทั้งสามคนขึ้นหลัง แต่ฝูงอสุรปักษาจักรกลของศัตรูเห็นเข้า จึงเบนเป้าหมายพุ่งตามมาหมายจะสอยให้ร่วง

“แย่แล้ว! เครื่องยนต์ข้าเร่งหนีพวกมันไม่ทัน!” คีรีร้องลั่นขณะบังคับคันโยก

ทันใดนั้น เสียงกีบเท้ากระทบอากาศดังระรัวมาจากทิศเหนือ

ร่างสง่างามของม้าศึกสีดำนิลทมิฬที่มีเขางอกออกมาจากหน้าผากและมีหางเป็นเกล็ดมังกร พุ่งทะยานแหวกอากาศเข้ามาขวางทางปืนของศัตรู

“ม้านิลมังกร!”

สุดยอดพาหนะแห่งหิมพานต์ มันพ่นไฟสีนิลออกจากปากเผาผลาญฝูงนกจักรกลจนร่วงเป็นจุณ ก่อนจะหันมาส่งเสียงร้องก้องกังวานเรียกให้ปักษาวายุบินตามไป

“ท่านปู่ม้านิลมังกรมาเปิดทางให้!” นลินตะโกนด้วยความดีใจ “คีรี บินตามท่านไป! ท่านจะพาเราไปทางลัดสู่หุบเขาเมฆา!”

พรานเข้มมองลงไปเบื้องล่าง เห็นภาพสงครามระหว่าง ‘จักรกล’ กับ ‘ธรรมชาติ’ ที่กำลังปะทุเดือด วารีกุญชรกำลังใช้งวงรัดหุ่นยนต์กดน้ำ ไกรสรราชสีห์กำลังขย้ำคอหุ่นยักษ์ และฝูงกินรีที่บินตามมาสมทบกำลังใช้เวทมนตร์โจมตีแมลงปอเหล็ก

เข้มกำหมัดแน่น สัญญากับตัวเองว่า เขาจะต้องนำ ‘หัวใจจักรกล’ กลับมาจบสงครามบ้าๆ นี้ให้ได้

“รอก่อนเถอะ… พญาจันทรคราส” เข้มกัดฟันกรอด “ข้าจะไปถล่มเมืองเจ้าให้ราบ!”

ปักษาวายุบินโฉบตามหลังม้านิลมังกรหายเข้าไปในกลีบเมฆ ทิ้งสมรภูมิสระอโนดาตไว้เบื้องหลัง มุ่งหน้าสู่ทิศตะวันตก… สู่ดินแดนที่ไร้ซึ่งธรรมชาติ ดินแดนแห่งเฟืองและควันพิษ… นครมัตตรา

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments