ค่ำคืนของการกักบริเวณผ่านพ้นไปแล้วครึ่งหนึ่ง ฝนยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย แต่ความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านอยู่ในบ้านไม่ใช่เพราะไอฝนจากภายนอก… สิ่งที่ทำให้หนาวจับขั้วหัวใจ คือการตระหนักรู้ว่า “ใครบางคนยังคงเดินเพ่นพ่านอยู่ในที่ที่ทุกคนควรจะนอนหลับใหล”
เรนและกวินเดินออกจากห้องปรุงยาชั่วคราวอย่างเชื่องช้า ไม่มีการวิ่ง ไม่มีการแสดงความตื่นตระหนก เพราะทั้งคู่รู้ดีว่า… ความรีบร้อนคือ “กลิ่นของเหยื่อ”
ทางเดินลงสู่ชั้นใต้ดินเงียบสงัดกว่าปกติ แสงไฟสลัวพอให้มองเห็นทาง เงาของคนทอดยาวไปบนพื้นเหมือนผ้าคลุมสีดำ เรนหยุดยืนที่หน้าห้องเก็บสูตร—จุดเดียวกับที่อารัญเสียชีวิต ประตูยังคงปิดสนิท แต่กลิ่น “แอลกอฮอล์สด” ลอยลอดออกมาแตะจมูก… มันเป็นกลิ่นใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา
ประตูถูกผลักเปิดออกช้า ๆ ขวดแก้วสามใบที่ท่านย่าวางไว้ยังตั้งอยู่บนโต๊ะ Phase-1 และ Phase-2 ยังอยู่ครบ ไม่มีใครแตะต้อง ทว่าขวดสำคัญกลับหายไป…
⚠️ Primer ถูกขโมยออกไปแล้ว
“เขาเอา Primer ไป” กวินพูดเสียงต่ำ บนโต๊ะไม้มีรอยเช็ดทำความสะอาดใหม่ ๆ เหมือนมีคนใช้ผ้าชุบแอลกอฮอล์ถูซ้ำ ๆ เพื่อลบกลิ่นของตัวเองออก
เรนก้มลงสำรวจอากาศที่กำลังส่งเสียงพูด… กลิ่นหอมสะอาดแบบฟลอรัล-มัสก์ (Floral-Musk) มันไม่ใช่กลิ่นของคนใช้แรงงาน แต่มันเป็นกลิ่นที่ถูกฉีดเพื่อสร้าง “ภาพลักษณ์” มากกว่าฉีดเพื่อความรื่นรมย์
“Primer หายไป แปลว่าคนร้ายต้องลงมือ ‘สานต่อ’ มากกว่าแค่คิดหนี” เรนตอบเรียบ ๆ “มันคือประตูด่านแรก… Phase-1 กับ Phase-2 จะไม่มีประโยชน์เลยถ้าไม่มี Primer เป็นตัวเปิดทาง”
“คุณคิดว่าเขาจะเอามันไปทำอะไร” กวินถามด้วยความกังวล
เรนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบเหมือนกำลังฟังเสียงสายฝน “ทดลองเฟสถัดไป… หรือไม่ก็ทำให้ใครสักคน ‘กลายเป็นคนร้ายแทน’ ด้วย Primer ที่ถูกยืมมือ”
ทันใดนั้น เสียง “แก้วกระทบโต๊ะ” ดังมาจากโถงด้านบน ทั้งคู่รีบขึ้นไปจนถึงโถงใหญ่ที่ถูกเปิดไฟสว่างจ้า ทายาทบางคนยืนอยู่ บางคนนั่งลง ทุกคนมีสีหน้าเรียบเฉยแต่บรรยากาศหนาทึบเหมือนทุกคนกำลังถือมีดซ่อนไว้
มิลานยืนอยู่กลางโถง มือข้างหนึ่งถือซองเอกสาร อีกข้างประคองแฟ้มสูตรเก่าแก่
“ท่านย่าคะ… มีคนแอบเอาเอกสารจากห้องฉันไป แล้วขโมย Primer ไปด้วย” เสียงของเธอกังวาน สุภาพ และตั้งใจให้ทุกคนได้ยิน “เอกสารที่หายไปคือ รายชื่อ ‘คนที่แม่เรนเคยทำงานด้วย’ และคนที่มีสิทธิ์เข้าออกห้องสูตรในคืนนี้ มีอยู่แค่ไม่กี่คน… รวมถึงกวินด้วยค่ะ”
ในโถงไร้เสียงตอบโต้ แต่กลิ่นของ “ความสะใจ” จาง ๆ ลอยฟุ้งขึ้นมา เหมือนคนร้ายเพิ่งโยนหมากสับขาหลอกไปอีกตาผ่านปากของคนอื่น เรนมองมิลานช้า ๆ เขาไม่ได้เชื่อเธอ แต่เขากำลังอ่าน “การตั้งใจถูกใช้เป็นเครื่องมือ” ของเธอต่างหาก
ท่านย่ากวาดสายตามองทุกคน แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “คืนนี้ใครพยายามชี้นิ้วได้ไว คนคนนั้นต้องระวังว่าจะชี้เป้าผิดตัว”
เธอหันกลับมามองเรน “ไปเอา Primer กลับมา… ก่อนที่มันจะถูกใช้เปิดประตูให้ความตายเพิ่มขึ้นอีกศพ”
คำสั่งนั้นไม่ใช่คำขอร้อง เรนพยักหน้ารับไม้ต่อนั้นทันที ในขณะที่ทุกคนยังยืนนิ่งฟาดฟันกันด้วยคำพูด คนร้ายตัวจริงกลับซ่อนตัวอยู่ในรอยต่อของความสุภาพอย่างใจเย็น
เพราะคำพูดบางคำ… ทำให้คนตายได้เร็วพอ ๆ กับกลิ่นพิษ



