HomeChapterตอนที่ 9 — “บทละครที่เขียนให้เชื่อผิด”

ตอนที่ 9 — “บทละครที่เขียนให้เชื่อผิด”

รุ่งเช้ามาเยือนคฤหาสน์วารีด้วยความเงียบสงบ

เรนเดินลงมายังโถงเล็กใกล้ห้องสมุด ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นจุดที่ “เงียบเชียบที่สุด” ของเรือนใหญ่ เขาพบ ลิลลี่ อยู่ที่นั่น เธอนั่งอยู่บนรถเข็นริมหน้าต่าง มีหนังสือเล่มหนาเปิดกางอยู่บนตัก แสงแดดยามเช้าสีเทาจาง ๆ ตกกระทบเส้นผมของเธอ ทำให้ดูเลือนรางเหมือนเงาไหมอ่อน

เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างงดงาม งดงามเสียจนอาจทำให้ใครก็ตามเผลอลืมไปว่า… เด็กสาวคนนี้อยู่ใกล้ชิดกับ “กลิ่นต้องห้าม” มากเกินไป

“เมื่อคืนบ้านหอมแปลกดีนะคะ” ลิลลี่เอ่ยทักขึ้นก่อน น้ำเสียงเหมือนถามเล่น ๆ ตามประสา แต่จังหวะการสังเกตนั้นรวดเร็วเกินธรรมชาติ

เรนยิ้มบาง “แปลกยังไงครับ”

“เหมือนกลิ่น… คนที่เคยอยู่ที่นี่” เธอตอบโดยไม่หลบสายตา “หนูจำได้ เป็นกลิ่นที่คุณป้ารสาชอบใช้เวลาคิดสูตร”

เรนไม่ตอบรับทันที เขาเพียงแค่เดินเข้าไปหยุดยืนใกล้ ๆ และปล่อยให้จมูกทำหน้าที่อ่าน “แววตา” ของเธอแทน กลิ่นรอบตัวลิลลี่ในวันนี้… สะอาดและอ่อนจาง ไม่มีร่องรอยของ Eros Bloom ชัดเจนเหมือนเมื่อวาน เธอลบมันออกไปจนหมดจด

แต่สำหรับเรน การลบที่รวดเร็วเกินไป… คือการยอมรับความจริงอย่างหนึ่ง


แต่ก่อนที่เรนจะทันได้วางหมากตัวต่อไป ลิลลี่ก็ยื่นสิ่งหนึ่งมาให้เขา

มันคือซองจดหมายกระดาษสีครีม ปิดผนึกด้วยตราประทับขี้ผึ้ง กลิ่นของขี้ผึ้งนั้นเก่าคร่ำคร่า เหมือนผ่านมือผู้คนมานานหลายปี

“หนูเจอในห้องสมุดค่ะ ซองนี้ซ่อนอยู่หลังสันหนังสือ” เธอเล่าเหมือนกำลังเล่าเรื่องดอกไม้ริมทาง “บนซองเขียนชื่อคุณเรน”

เรนรับซองจดหมายมา มือของเขาไม่สั่น แต่หัวใจกลับเหมือนถูกจี้ด้วยปลายเข็มแหลม ลายมือบนซองเป็นของแม่เขา… ชัดเจนที่สุดตรงคำว่า ‘เรน’

กวินเดินเข้ามาพอดี เมื่อเห็นซองจดหมายในมือเรน เขาก็ชะงักฝีเท้า “มันคืออะไร”

เรนยังไม่เปิดซอง เขาเพียงแค่พิจารณาตราขี้ผึ้งที่มีรอยบิดเบี้ยวเล็กน้อย เหมือนเคยถูกเปิดออกแล้วปิดทับลงไปใหม่ เขาจ่อจมูกดมเบา ๆ แล้วก็รู้สึกเหมือนโดนไฟลามเลียที่ปลายประสาท

กลิ่นขี้ผึ้งเก่าผสมกับสารหอมชนิดใหม่… ใหม่จนไม่ควรจะอยู่บนซองจดหมายที่ควรจะเก่าเก็บ นั่นแปลว่า “มีใครบางคนเพิ่งแตะต้องมันเมื่อไม่นานนี้”


เรนเงยหน้ามองลิลลี่ “คุณเจอซองนี้ตอนกี่โมงครับ”

“เช้ามืดค่ะ” เธอตอบทันควัน “หนูนอนไม่หลับ เลยให้คนเข็นมาที่นี่”

กวินหันไปมองน้องสาว “ทำไมไม่บอกพี่ก่อน”

ลิลลี่ก้มหน้าลงเหมือนเด็กที่กำลังถูกดุ แต่กลิ่นรอบตัวเธอไม่ใช่กลิ่นของความละอาย มันเป็นกลิ่นที่สงบนิ่งจนเกินไป

“หนูกลัวพี่เครียดค่ะ” เธอว่า “พี่สูญเสียอารัญไปแล้ว… หนูไม่อยากให้พี่เสียคุณเรนไปด้วย”

ประโยคนั้นวางตัวเองเป็น “ผู้ปกป้อง” ได้อย่างสมบูรณ์แบบ สวยงาม… และคมกริบ

เรนค่อย ๆ เปิดซองจดหมายออกช้า ๆ ด้านในมีกระดาษโน้ตแผ่นสั้น เป็นลายมือของแม่เขาจริง ทว่าถ้อยคำที่เขียนไว้นั้น… เหมือนคนพยายาม “เขียนบทให้แม่เขาดูเลวร้าย”

‘เรน ถ้าเธอได้อ่านจดหมายนี้ แปลว่าแม่ทำสิ่งที่ไม่ควรทำสำเร็จแล้ว อย่ามาตามหาแม่ เพราะแม่เลือกที่จะอยู่ที่นี่ เลือก ‘กลิ่นนี้’ มากกว่าเลือกเธอ’

เรนอ่านจบแล้วเงียบลง ความเงียบของเขาไม่ได้แตกสลาย แต่มันเย็นเยียบลงเหมือนน้ำที่ถูกเทลงในแก้วหรูแล้วจับตัวเป็นน้ำแข็งในทันที

กวินขมวดคิ้วมุ่น “นี่ไม่ใช่สไตล์แม่คุณเลยใช่ไหม”

เรนยิ้มบาง เป็นรอยยิ้มที่ปราศจากความสุขโดยสิ้นเชิง “แม่ผมไม่เคยใช้คำว่า ‘เลือกกลิ่นมากกว่าลูก’ เธอพูดถึงกลิ่นเหมือนพูดถึงชีวิต แต่เธอไม่เคยเอาชีวิตไปแลกกับอะไรแบบนี้”

เรนพับกระดาษเก็บใส่ซองดังเดิม แล้วเงยหน้าขึ้น “คนร้ายอยากให้ผมโกรธแม่ และอยากให้ผมเชื่อว่าแม่เต็มใจอยู่ที่นี่ เพื่อให้คดีนี้จบลงเองในใจผม”

กวินมองจดหมายฉบับนั้นด้วยความหนักใจ “แล้วทำไมมันถึงโผล่มาตอนนี้”

เรนตอบสวนทันที “เพราะเขาเห็นว่าเกมการเล่าเรื่องของผมเริ่มบีบเขา เขาเลยต้อง ‘เพิ่มบทละคร’ เข้ามาอีกฉาก เพื่อให้ผมหลงทางไปกับอารมณ์”

ลิลลี่มองเรน ดวงตาของเธอใสกระจ่าง แต่เป็นความใสที่ดูเหมือนจะสะท้อนแสงได้ทุกเฉดสี “หนูขอโทษนะคะ หนูคิดว่ามันจะช่วยคุณเรนได้”

เรนไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ เขาเพียงแค่ยิ้มให้เธอ สุภาพพอ ๆ กับที่เธอสุภาพกับเขาเสมอมา “ขอบคุณครับลิลลี่ คุณช่วย… ได้เยอะเลย”


คำว่า ‘ช่วย’ ของเรนมีความหมายซ่อนอยู่สองชั้น แต่ไม่มีใครในห้องนั้นพูดให้มันแตกหัก เรนลุกขึ้นยืน เดินออกไปพร้อมกับความจริงอีกข้อในมือ

คนร้ายไม่ได้เพียงแค่ปลอมแปลงกลิ่น แต่เขากำลังปลอมเสียงของแม่เขาด้วย

และคนที่ “นำจดหมายมาวางไว้ในจุดที่ลิลลี่เจอ” จะต้องเข้าออกห้องสมุดได้โดยไม่มีใครเห็น ต้องรู้ว่าเครื่องกระจายกลิ่นถูกเปลี่ยนเมื่อคืน และต้องรู้ดีว่าเรนจะ “สะเทือนใจ” กับข้อความแบบไหนที่สุด

เรนเดินไปจนถึงทางเดินยาว ก่อนจะหันกลับมามองกวิน แล้วพูดประโยคเดียวสั้น ๆ เหมือนการขีดเส้นแบ่งบนกระดานหมากรุกให้ชัดเจนขึ้น

“จากนี้… อย่าเชื่อกระดาษ จงเชื่ออากาศ”

กวินพยักหน้า ไม่ถาม ไม่โต้แย้ง เหมือนเขาเริ่มยอมรับกฎแห่งการไล่ล่านี้แล้ว และในเงามุมหนึ่งของโถงทางเดิน มีใครบางคนยืนฟังอยู่เงียบ ๆ

กลิ่นของเขาไม่ได้ส่งเสียงดัง แต่ความตั้งใจนั้นดังมากพอ… ที่จะทำให้เกมนี้เดินเร็วขึ้นอีกหนึ่งจังหวะ

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments