HomeTagsกลิ่นซ่อนตาย

Tag: กลิ่นซ่อนตาย

spot_imgspot_img

ตอนที่ 16 — “กลิ่นของคนตายไม่ใช่ของใครก็ใช้ได้”

อุโมงค์สิ้นสุดลงที่บันไดหินอีกชุดหนึ่งซึ่งทอดตัวยาวขึ้นสู่เบื้องบน มันนำทางพวกเขาขึ้นไปยังปีกตะวันตกของเรือนใหญ่ ตรงเข้าสู่ห้อง Wardrobe & Archive... ห้องคลังสมบัติที่ใช้เก็บรักษาเสื้อผ้าเก่าแก่ ผ้าโบราณล้ำค่า และข้าวของเครื่องใช้ของคนในบ้านที่ “ไม่อยากทิ้ง” แต่ก็ไม่อาจนำกลับมาใช้ เรนหยุดยืนนิ่งหน้าบานประตูไม้หนาหนัก เขาสูดยมหายใจเข้าลึกเพื่ออ่านอากาศก่อนตัดสินใจเปิด กลิ่นที่ลอดออกมาจากข้างในนั้นเก่าและหนักอึ้ง เหมือนกองภูเขาแห่งความทรงจำที่ตั้งใจกลั้นหายใจมานานนับปี เขาผลักบานประตูเข้าไปช้า ๆ ห้องนี้เปรียบเสมือนทะเลสาบแห่งอาภรณ์ ตู้ไม้ขนาดใหญ่เรียงรายเป็นทิวแถวราวกับกำแพงเมือง ราวแขวนเสื้อยาวเหยียดจนนับไม่ถ้วน เต็มไปด้วยชุดสูทคัตติ้งเนี้ยบ ผ้าไหมเนื้อดี เสื้อคลุมไหล่ของท่านย่า... และเสื้อผ้าของคนที่ตายไปแล้ว เรนก้าวเท้าเข้าไปสำรวจด้วยท่าทีระแวดระวังราวกับพยานปากเอกที่กำลังเดินขึ้นสู่บัลลังก์ศาล เขาไม่แตะต้องข้าวของชิ้นใด แต่เลือกที่จะแตะ “มวลอากาศที่ค้างเติ่งอยู่ระหว่างมัน”...

ตอนที่ 15 — “อุโมงค์ที่เก็บลมหายใจเก่า”

การตามหา Primer ในบ้านที่ถูกสั่งปิดตาย เปรียบเสมือนการเฟ้นหาเสียงดนตรีเพียงเสียงเดียว... ท่ามกลางวงดุริยางค์ที่จงใจเล่นผิดคีย์ทั้งวง เรนเลือกเส้นทางที่มั่นใจว่าคนร้าย “ไม่คิดว่าเขาจะเลือก” เขาไม่มุ่งหน้าไปห้องของมิลาน ไม่ไปรบกวนห้องของท่านย่า และไม่เฉียดกรายไปใกล้เรือนกระจก แต่เขาพากวินเดินตรงดิ่งไปยัง “ทางเดินลับหลังห้องสมุด” เส้นทางที่แม่ของเขาเคยใช้... เพราะเธอไม่ชอบเดินผ่านสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามของคนในตระกูล เมื่อเรนกดน้ำหนักลงบนแผงไม้ข้างชั้นหนังสือ ประตูแคบ ๆ ก็เปิดออกเผยให้เห็นบันไดหินที่ทอดตัวลงสู่ความมืดมิด ลมเย็นเยียบพัดสวนขึ้นมาปะทะใบหน้า ราวกับบ้านทั้งหลังกำลังถอนหายใจเฮือกใหญ่ที่กักเก็บไว้นานนับปี “คุณรู้ทางนี้ได้ยังไง” กวินกระซิบถาม เรนตอบสั้น ๆ “กลิ่นฝุ่นกระดาษมันไหลลงไปด้านล่าง... ถ้าไม่มีช่องระบาย ฝุ่นจะไม่ไหลลงไปในทิศทางแบบนี้” กวินยิ้มจางที่มุมปาก เหมือนยอมรับความจริงข้อหนึ่งว่า แม้เขาจะเติบโตมาในบ้านหลังนี้...

ตอนที่ 14 — “Primer ที่หายไป”

ค่ำคืนของการกักบริเวณผ่านพ้นไปแล้วครึ่งหนึ่ง ฝนยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย แต่ความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านอยู่ในบ้านไม่ใช่เพราะไอฝนจากภายนอก... สิ่งที่ทำให้หนาวจับขั้วหัวใจ คือการตระหนักรู้ว่า “ใครบางคนยังคงเดินเพ่นพ่านอยู่ในที่ที่ทุกคนควรจะนอนหลับใหล” เรนและกวินเดินออกจากห้องปรุงยาชั่วคราวอย่างเชื่องช้า ไม่มีการวิ่ง ไม่มีการแสดงความตื่นตระหนก เพราะทั้งคู่รู้ดีว่า... ความรีบร้อนคือ “กลิ่นของเหยื่อ” ทางเดินลงสู่ชั้นใต้ดินเงียบสงัดกว่าปกติ แสงไฟสลัวพอให้มองเห็นทาง เงาของคนทอดยาวไปบนพื้นเหมือนผ้าคลุมสีดำ เรนหยุดยืนที่หน้าห้องเก็บสูตร—จุดเดียวกับที่อารัญเสียชีวิต ประตูยังคงปิดสนิท แต่กลิ่น “แอลกอฮอล์สด” ลอยลอดออกมาแตะจมูก... มันเป็นกลิ่นใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา ประตูถูกผลักเปิดออกช้า ๆ ขวดแก้วสามใบที่ท่านย่าวางไว้ยังตั้งอยู่บนโต๊ะ Phase-1 และ Phase-2...

ตอนที่ 13 — “คืนฝนกับกลิ่นที่ตั้งใจไม่ให้หวาน”

คืนนั้น สายฝนหวนกลับมาอีกครั้ง ตกไม่หนักหนา แต่ตกยาวนานต่อเนื่อง... ราวกับเวลาที่ไม่ยอมขยับเขยื้อนไปไหน บ้านทั้งหลังถูกลงกลอนทุกบานประตู ไฟทางเดินเปิดไว้เพียงสลัว พอให้คนมองเห็นทางเดินได้ แต่ไม่สว่างพอให้ใครใช้ซ่อนเงา นี่คือวิธีการของท่านย่า... การขังทุกคนให้อยู่ “ในสายตาของความมืด” เรนและกวินขลุกกันอยู่ในห้องปรุงยา ไม่ใช่เพราะความสบายใจ แต่เพราะคืนนี้พวกเขาต้องลงมือทำ “ของจริง” แทนคำพูด เรนเปิดสมุดบันทึกของแม่ หน้าที่เขียนสูตร Primer มีเพียงครึ่งเดียว อีกครึ่งหนึ่งถูกฉีกขาดหายไป แม่ไม่ได้หวงลูก... แต่แม่หวงโลกใบนี้ และหวงแหนไกปืนที่จะใช้หยุดยั้งมัน “Primer คือฐานที่ทำให้กลิ่น ‘จับหัวใจคนได้’...

ตอนที่ 12 — “โต๊ะยาวกับคำที่ไม่ต้องดัง”

เย็นวันนั้น ท่านย่าเรียกประชุมทายาททั้งหมดในห้องโถงใหญ่ ไม่ใช่เพราะอยากได้คำตอบ แต่เพราะเธออยากเห็น “ความเงียบของทุกคน” มารวมอยู่ในที่เดียวกัน โต๊ะอาหารยาวเหยียดถูกจัดวางใหม่ ดอกไม้กลางโต๊ะถูกเปลี่ยนเป็นดอกสีขาวล้วน ขาวสะอาด... แบบที่ไม่ใช่สัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ แต่มันคือการประกาศศักดาว่า ความตาย... ทำให้ทุกอย่างต้องเนี้ยบกริบยิ่งขึ้น คนในตระกูลทยอยเดินเข้ามาทีละคน มารยาทสมบูรณ์แบบ สีหน้าเรียบเฉยเหมือนภาพวาดราคาแพงที่ถูกใส่กรอบทอง ไม่มีใครร้องไห้ฟูมฟาย ไม่มีใครโวยวายแตกตื่น เพราะบ้านหลังนี้ไม่อนุญาตให้ “อารมณ์” ล้นทะลักเข้ามาถึงโต๊ะอาหาร เรนยืนสงบอยู่ด้านหลัง เขาไม่ได้เป็นสมาชิกในวงสนทนา แต่เป็นดวงตาอีกคู่ที่ท่านย่าเรียกตัวมา เพื่อให้ “ความจริง” มีคนนั่งเฝ้าดู 👑 กวิน:...

ตอนที่ 11 — “กลิ่นบนปลายแขนเสื้อ”

ค่ำวันนั้น บ้านทั้งหลังดูเหมือนจะจงใจลดระดับเสียงให้เบาลง ราวกับกลัวว่าหากเผลอพูดดังไปเพียงนิด ความจริงอาจจะได้ยินแล้วหลุดรอดออกมาจากผนังเอง เรนขลุกตัวอยู่ในห้องทดลองชั่วคราวที่กวินจัดหาให้ ห้องนี้ไม่ใช่แล็บลับที่มีอุปกรณ์ล้ำสมัย เป็นเพียงห้องที่ถูกทำให้ “ปลอดภัยพอให้ความจริงเกิดขึ้น” โต๊ะกลางห้องเต็มไปด้วยขวดแก้วใบจิ๋ว เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิทัล และกระดาษทดสอบกลิ่นที่วางระเกะระกะ เรนเปิดสมุดบันทึกของแม่ หน้ากระดาษเก่ากรอบส่งกลิ่นหวานจาง ๆ ของหมึกที่เริ่มซีดจางไปตามกาลเวลา แต่ลายเส้นตัวอักษรยังคงคมชัด เหมือนเธอกำลังจับมือเขาเขียนอยู่ตรงนี้ ณ วินาทีนี้ กวินเดินเข้ามาเงียบ ๆ ในมือถือถ้วยชาร้อน เขาวางมันลงตรงมุมโต๊ะอย่างระมัดระวัง ไม่รบกวนพื้นที่ส่วนตัวของเรน เหมือนคนที่เริ่มเรียนรู้ “จังหวะของคนอื่น” ได้ดีขึ้น “คุณควรกินอะไรบ้าง” เขาเอ่ยขึ้นเสียงต่ำ...

ตอนที่ 10 — “มือที่ถือไม้เท้า”

บ่ายวันเดียวกัน สายฝนหยุดโปรยปรายแล้ว แต่ท้องฟ้ายังไม่ยอมปล่อยให้สีครามได้ทำหน้าที่ เมฆครึ้มยังคงปกคลุมหนาทึบ ราวกับบ้านหลังนี้ยังไม่อนุญาตให้แสงสว่างสาดส่องเข้ามาเห็นความลับอะไรมากนัก กวินพาเรนเดินลึกเข้าไปยังห้องชั้นในสุดของเรือนใหญ่ ห้องที่แม้แต่คนรับใช้เก่าแก่ยังไม่กล้าเดินผ่านหากไม่มีเหตุจำเป็น ประตูไม้สีเข้มบานหนาแกะสลักลวดลายเป็นเถาไม้เลื้อยพันเกี่ยวกันยุ่งเหยิง เปรียบเสมือนกิ่งก้านของประวัติศาสตร์ที่รัดรึงอยู่รอบลำคอของทุกคนในตระกูล “ท่านย่าอยากเจอคุณ” กวินเอ่ยบอกเสียงเบา น้ำเสียงของเขาเจือไปด้วยความระมัดระวัง เหมือนเด็กที่รู้ตัวดีว่า... ในบ้านหลังนี้ มีใครบางคนที่เขาไม่เคยเอาชนะได้จริง ๆ เรนพยักหน้า เขารับรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณว่า คนที่อยู่หลังบานประตูนี้คือศูนย์กลางที่กำหนดจังหวะลมหายใจของคนทั้งบ้าน กวินเคาะประตูสามครั้ง... ไม่มากไม่น้อยไปกว่านั้น ก่อนจะผลักเปิดเข้าไป ห้องนั้นไม่ได้กว้างขวางจนโอ่อ่า แต่มัน “หนักแน่น” หนักแน่นด้วยกลิ่นไม้เก่าแก่ ด้วยผ้าม่านกำมะหยี่สีเข้มทึบ และด้วยความเงียบงันชนิดที่ไม่ต้องเอ่ยปากขออนุญาตใคร หญิงชราคนหนึ่งนั่งสงบนิ่งอยู่ริมหน้าต่าง แสงยามบ่ายทำได้เพียงแค่แตะลงบนไหล่ของเธอ...

Subscribe

- Never miss a story with notifications

- Gain full access to our premium content

- Browse free from up to 5 devices at once

Must read

spot_img