HomeChapterตอนที่ 16 — “กลิ่นของคนตายไม่ใช่ของใครก็ใช้ได้”

ตอนที่ 16 — “กลิ่นของคนตายไม่ใช่ของใครก็ใช้ได้”

อุโมงค์สิ้นสุดลงที่บันไดหินอีกชุดหนึ่งซึ่งทอดตัวยาวขึ้นสู่เบื้องบน มันนำทางพวกเขาขึ้นไปยังปีกตะวันตกของเรือนใหญ่ ตรงเข้าสู่ห้อง Wardrobe & Archive… ห้องคลังสมบัติที่ใช้เก็บรักษาเสื้อผ้าเก่าแก่ ผ้าโบราณล้ำค่า และข้าวของเครื่องใช้ของคนในบ้านที่ “ไม่อยากทิ้ง” แต่ก็ไม่อาจนำกลับมาใช้

เรนหยุดยืนนิ่งหน้าบานประตูไม้หนาหนัก เขาสูดยมหายใจเข้าลึกเพื่ออ่านอากาศก่อนตัดสินใจเปิด กลิ่นที่ลอดออกมาจากข้างในนั้นเก่าและหนักอึ้ง เหมือนกองภูเขาแห่งความทรงจำที่ตั้งใจกลั้นหายใจมานานนับปี

เขาผลักบานประตูเข้าไปช้า ๆ

ห้องนี้เปรียบเสมือนทะเลสาบแห่งอาภรณ์ ตู้ไม้ขนาดใหญ่เรียงรายเป็นทิวแถวราวกับกำแพงเมือง ราวแขวนเสื้อยาวเหยียดจนนับไม่ถ้วน เต็มไปด้วยชุดสูทคัตติ้งเนี้ยบ ผ้าไหมเนื้อดี เสื้อคลุมไหล่ของท่านย่า… และเสื้อผ้าของคนที่ตายไปแล้ว

เรนก้าวเท้าเข้าไปสำรวจด้วยท่าทีระแวดระวังราวกับพยานปากเอกที่กำลังเดินขึ้นสู่บัลลังก์ศาล เขาไม่แตะต้องข้าวของชิ้นใด แต่เลือกที่จะแตะ “มวลอากาศที่ค้างเติ่งอยู่ระหว่างมัน” แทน

กลิ่นในห้องนี้บอกเล่าเรื่องราวชัดเจน

กลิ่นของอารัญ… ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะมัน “ลอยมา” ตามลม แต่มันถูก “ทาบทับ” ลงไปอย่างตั้งใจ เหมือนมีมือใครบางคนหยิบดินน้ำมันก้อนเดิมมาปั้นแต่งให้เป็นใบหน้าของคนตายขึ้นใหม่

เรนหยุดสายตาลงที่ตู้ใบหนึ่ง บนหน้าบานมีป้ายทองเหลืองแผ่นเล็กสลักชื่อ ARAN VAREE

กวินเดินตามมาหยุดยืนข้าง ๆ สายตาของเขานิ่งสงบ แต่เหมือนมีก้อนความรู้สึกบางอย่างจุกแน่นอยู่ใต้ลิ้น

เรนเปิดตู้ใบนั้นออก ภายในเต็มไปด้วยเสื้อผ้าที่ถูกจัดเรียงไว้อย่างเป๊ะปังทุกกระเบียดนิ้ว ชุดสูทสีเข้ม เสื้อเชิ้ตที่รีดเรียบกริบ ผ้าเช็ดหน้าที่พับเป็นสี่เหลี่ยมสมมาตร และขวดน้ำหอมใบเล็กที่วางหลบมุมอยู่อย่างเงียบเชียบ

ไม่มีฉลากกำกับ แต่เรนรู้ดีว่ามันคืออะไร

Personal tincture… น้ำนมกลิ่นสูตรเฉพาะตัวที่คนบางคนใช้แตะแต้มตามจุดชีพจรก่อนออกจากห้อง เปรียบเสมือนลายเซ็นส่วนตัวที่ไม่มีวางขายในตลาด

เรนหยิบขวดใบนั้นขึ้นมาถือ จมูกของเขาอ่านรหัสลับในขวดได้ทันที

นี่แหละคือ “ลายเซ็นของอารัญ” ที่ถูกขโมยไปทิ้งร่องรอยไว้ในอุโมงค์ ไม่ใช่กลิ่นที่คนร้ายปรุงขึ้นเองใหม่ แต่เป็นกลิ่นที่ “ยืมมือคนตาย” มาใช้

เขาหันไปมองกวิน “คนร้ายเข้าถึงขวดนี้ได้ และรู้วิธีใช้มันให้กลายเป็นหน้ากาก”

กวินพยักหน้าช้า ๆ เสียงของผู้ตายยังไม่ทันจางหาย กลับถูกคนเป็นหยิบฉวยไปเล่นละครต่อ… มันคือความโหดร้ายภายใต้ความสุภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของบ้านหลังนี้

“ใครเข้า Archive ได้บ้าง” เรนถาม

กวินตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด “ท่านย่า… ผม… มิลาน… และหัวหน้าแม่บ้าน”

เรนเงียบลง คำตอบนี้ “แคบ” เกินไปสำหรับกระดานหมากรุกกระดานใหญ่ คนร้ายต้องการให้เขาเชื่อว่าตัวเลือกมีอยู่แค่นี้

เรนวางขวดกลับที่เดิม แต่ไม่ได้วาง “ความคิด” ลงไปด้วย เขาเดินลึกเข้าไปในห้องอีก ผ่านโซนเก็บเสื้อผ้าของอดีตนักปรุงยา ป้ายชื่อเล็ก ๆ เขียนระบุชื่อคนทำงานในอดีตเรียงราย และมีชื่อหนึ่งที่ทำให้ฝีเท้าของเขาต้องหยุดชักงัก

Dr. RASA — Lab Coat Archive

เสื้อกาวน์ของแม่เขาถูกแขวนเอาไว้… ขาวสะอาด สะอาดเกินความจริง เหมือนผ่านการซักล้างซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนหวังจะลบเงาของเจ้าของออกไปให้หมดสิ้น

เรนยืนมองมันนิ่งงัน เขาไม่กล้าเอื้อมมือไปแตะ เพราะกลัวว่า “ความจริง” จะหลุดลอยออกมาจากเนื้อผ้า แล้วเขาอาจจะรับมันไม่ไหว

กวินขยับตัวเข้ามาใกล้ ยืนห่างออกไปเพียงครึ่งก้าว ไม่รุกล้ำอาณาเขต แต่ก็ไม่ถอยห่าง เหมือนยอมเป็นผนังให้เรนได้พิงพักใจเงียบ ๆ

“ใครเป็นคนเก็บเสื้อกาวน์แม่ผมไว้ที่นี่” เรนถามเสียงต่ำ

“ท่านย่าเป็นคนสั่ง” กวินตอบ “หลังจากแม่คุณหายไป เธอบอกให้เก็บทุกอย่างของแม่คุณไว้ ห้ามใครแตะต้อง ห้ามใครเผาทำลาย”

เรนหันกลับมามองกวิน สายตาที่เคยแข็งกร้าวเริ่มอ่อนลง “ทำไม”

กวินนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนตอบ “ท่านย่าบอกว่า… ‘กลิ่นของคนที่ยังไม่ได้รับความจริง ห้ามถูกทำให้จางหาย’”

คำพูดของท่านย่าเปรียบเสมือนกฎเหล็กที่ถูกเขียนไว้ในอากาศ ไม่ใช่บนหน้ากระดาษ และนั่นทำให้เรนเริ่มเชื่อในสิ่งหนึ่ง… ท่านย่าไม่ได้ต้องการปิดบังเรื่องแม่ของเขาอย่างที่คนอื่นในบ้านพยายามป้อนข้อมูลให้เขาเชื่อ

เรนถอนหายใจยาว เหมือนปล่อยควันขมพร่าออกจากอก

“คนร้ายยืมกลิ่นคนตายเพื่อบังหน้าตัวเอง แปลว่าเขาไม่กล้ามากพอที่จะทิ้งกลิ่นตัวเองไว้” เรนวิเคราะห์ “หรือไม่ก็… กลิ่นของตัวเองมันผิดแผนจนกลบเกลื่อนไม่ได้”

กวินสบตาเขา “งั้นเราจะบีบยังไงให้เขาหลุดออกมา”

เรนยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เหมือนมีมีดเล่มเล็กซ่อนอยู่ที่ปลายเสียง

“เราจะเอาขวดนี้ไปวางให้เขา ‘เห็นว่ามันหายไป’ แล้วรอดูกันว่า… ใครที่จะรีบร้อนกลับมาจัดมันให้เข้าที่เหมือนเดิม”

กวินพยักหน้า ไม่ถามอะไรเพิ่ม เขาเชื่อมั่นในวิธีการของเรนมากขึ้นทุกที แม้จะยังไม่ยอมพูดคำว่า “เชื่อ” ออกมาตรง ๆ ก็ตาม

ทั้งคู่ปิดบานตู้เสื้อผ้า เดินออกจากห้อง Archive ปล่อยให้ความเงียบงันภายในห้องนั้น ทำหน้าที่เป็นกับดักที่มองไม่เห็นอีกชั้นหนึ่ง

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments