HomeTagsกลิ่นซ่อนตาย

Tag: กลิ่นซ่อนตาย

spot_imgspot_img

ตอนที่ 9 — “บทละครที่เขียนให้เชื่อผิด”

รุ่งเช้ามาเยือนคฤหาสน์วารีด้วยความเงียบสงบ เรนเดินลงมายังโถงเล็กใกล้ห้องสมุด ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นจุดที่ “เงียบเชียบที่สุด” ของเรือนใหญ่ เขาพบ ลิลลี่ อยู่ที่นั่น เธอนั่งอยู่บนรถเข็นริมหน้าต่าง มีหนังสือเล่มหนาเปิดกางอยู่บนตัก แสงแดดยามเช้าสีเทาจาง ๆ ตกกระทบเส้นผมของเธอ ทำให้ดูเลือนรางเหมือนเงาไหมอ่อน เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างงดงาม งดงามเสียจนอาจทำให้ใครก็ตามเผลอลืมไปว่า... เด็กสาวคนนี้อยู่ใกล้ชิดกับ “กลิ่นต้องห้าม” มากเกินไป “เมื่อคืนบ้านหอมแปลกดีนะคะ” ลิลลี่เอ่ยทักขึ้นก่อน น้ำเสียงเหมือนถามเล่น ๆ ตามประสา แต่จังหวะการสังเกตนั้นรวดเร็วเกินธรรมชาติ เรนยิ้มบาง “แปลกยังไงครับ” “เหมือนกลิ่น... คนที่เคยอยู่ที่นี่”...

ตอนที่ 8 — “กลิ่นประจำบ้านที่ถูกเปลี่ยน”

หลังตำรวจกลับออกไป คฤหาสน์วารีก็จมดิ่งลงสู่ความเงียบงันอีกครั้ง เงียบเสียยิ่งกว่าเดิม... เพราะความตายครั้งที่สองทำให้บ้านทั้งหลังเปรียบเสมือนขวดน้ำหอมที่ถูกใครสักคนจับเขย่าอย่างรุนแรง ทุกอย่างภายในปั่นป่วน ขุ่นคลั่ก แต่ฝาขวดกลับถูกปิดเกลียวไว้แน่นหนาจนไม่มีหยดน้ำใดกระเด็นเล็ดลอดออกมาได้ เรนใช้เวลาตลอดทั้งวันนั้นเดิน “ช้า” เป็นพิเศษ ไม่ใช่เพราะไม่มีอะไรทำ แต่เพราะการเดินเร็วในบ้านหลังนี้มีค่าเท่ากับการตะโกนบอกคนร้ายว่า ‘ฉันกลัวแล้ว’ เขาเดินย้ำไปตามเส้นทางเดิม แต่จมูกกลับสูดดมอากาศใหม่ คอยจับสังเกตว่าลมหายใจของบ้านในวันนี้ผิดแปลกไปจากเมื่อวานอย่างไร และเขาก็พบว่า... กลิ่นประจำบ้านเปลี่ยนไป ก่อนหน้านี้ โถงทางเดินและพื้นที่ส่วนกลางถูกคุมโทนด้วยกลิ่นสะอาดของไม้แห้ง เพื่อให้ความหรูหราทำหน้าที่เป็นเหมือนผ้าคลุมบาง ๆ ที่ปกป้องบ้านไว้ แต่วันนี้... กลับมีกลิ่นดอกไม้สีขาวที่หวานฉ่ำกว่าปกติลอยอบอวล เป็นความหวานที่จงใจปรุงแต่ง หวานแบบย้ำเตือนว่า...

ตอนที่ 7 — “ศพที่นิ่งเกินไป”

ห้องเก็บสูตรตั้งอยู่ชั้นล่างสุดของเรือนใหญ่ ประตูไม้หนาหนักทำหน้าที่ตัดขาดโลกภายนอก แสงไฟด้านในสลัวราง อากาศเย็นเยียบจนความรู้สึกเหมือนมวลอากาศจับตัวแข็งและเคลื่อนไหวช้า... ราวกับความลับที่ถูกขังอยู่ในนี้ไม่ต้องการเล็ดลอดออกไป ร่างของอารัญนอนนิ่งอยู่กลางห้อง ล้มตะแคง มือข้างหนึ่งกำชายเสื้อแน่น ส่วนอีกข้างยังกำอะไรบางอย่างไว้ไม่คลาย ไร้เสียงกรีดร้อง ไร้ร่องรอยการต่อสู้ สภาพของเขาเหมือนคนที่กำลังเดินอยู่ดี ๆ แล้ว “ตัดสินใจหยุดหายใจ” ไปเฉย ๆ ซึ่งในโลกแห่งความจริง... ไม่มีใครตัดสินใจแบบนั้นได้ง่ายดาย เรนคุกเข่าลงข้างร่างไร้ชีวิต เขาไม่แตะต้องตัวศพ แต่ปล่อยให้จมูกทำหน้าที่รับคำสารภาพก่อนสมองจะประมวลผล ✨ Top note: กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกที่เพิ่งระเหยตัว 🌸 Heart note:...

ตอนที่ 6 — “ลายเซ็นที่ถูกยืมมือ”

คฤหาสน์วารีไม่เคยตื่นสาย เพราะที่นี่ไม่ยอมปล่อยให้ “เวลา” หลุดลอยไปจากมือแม้แต่วินาทีเดียว แม้แต่เสียงเดินของนาฬิกาก็ยังขยับเคลื่อนอย่างสุภาพนุ่มนวล เรนตื่นขึ้นมาพร้อมกับกลิ่นฝนอีกครั้ง ไม่ใช่ฝนจากฟากฟ้า แต่เป็นละอองน้ำจากระบบพ่นหมอกในสวนที่ทำงานตามเวลา เพื่อให้บ้านทั้งหลังชุ่มฉ่ำอยู่เสมอ ราวกับต้องการชำระล้าง “อะไรบางอย่าง” ออกไปทุกค่ำคืน เขาตรงไปยังจุดแรกที่วางกับดักไว้... มุมโถงด้านข้าง ผ้าสีขาวผืนน้อยที่วางทิ้งไว้เมื่อคืนยังคงอยู่ที่เดิม มันถูกแตะต้องแล้ว... ไม่จำเป็นต้องหารอยนิ้วมือ เรนรู้ได้จากกลิ่น เพราะกลิ่นของ “ผิวหนัง” มักทิ้งเงาจาง ๆ ไว้ในอากาศ เปรียบเสมือนเสียงที่ยังดังก้องอยู่ในหูแม้คนพูดจะเดินจากไปแล้ว เขาใช้ถุงมือหยิบผ้าผืนนั้นขึ้นมาสูดดมเบา ๆ กลิ่นสบู่เด็ก ผสมแป้งฝุ่นบางเบา และโทนส้มสะอาดสะอ้าน มันคล้ายคลึงกับกลิ่นที่เขาเจอในเรือนกระจก...

ตอนที่ 5 — “กับดักที่มองไม่เห็น”

สวนพฤกษาของตระกูลวารีไม่ใช่สวนที่ปลูกขึ้นเพื่อความรื่นรมย์ แต่มันถูกสร้างขึ้นเพื่อ “สกัดความหมาย” ต้นไม้แต่ละต้นมีชื่อเรียกขานราวกับรหัสลับ แต่ละแปลงมีป้ายเล็ก ๆ กำกับบอกวันเวลาที่ต้องเก็บเกี่ยว และระบุชื่อผู้ดูแลอย่างชัดเจน เรนเดินทอดน่องอยู่ท่ามกลางกลิ่นอายของพืชสด พืชพรรณเหล่านี้มักซื่อสัตย์... ซื่อสัตย์กว่ามนุษย์ เพราะพวกมันไม่รู้จักการแสดงออกสองชั้น หรือการซ่อนเร้นเจตนา เขาหยุดฝีเท้าลงตรงหน้าเรือนกระจกหลังหนึ่ง ผ้าม่านสีขาวถูกดึงปิดลงมาครึ่งบาน ฝ้ากระจกดูพร่ามัวเหมือนมีใครบางคนกำลังหายใจอยู่ข้างใน ทั้งที่ความจริงแล้วไม่มีใครอยู่ กวินเดินตามมาหยุดยืนข้าง ๆ เขาไม่รุกล้ำระยะห่างส่วนตัว ราวกับเรียนรู้แล้วว่าเรนต้องการพื้นที่ว่าง พอ ๆ กับที่ต้องการความจริง “คุณมั่นใจแค่ไหนว่ากลิ่นบนตัวลิลลี่เกี่ยวกับคดี” กวินเอ่ยถามเสียงเบา แต่ทุกพยางค์กลับอัดแน่นไปด้วยความหวาดหวั่น เรนยังไม่หันไปตอบ สายตาจับจ้องไปที่ต้นไม้เบื้องหน้า...

ตอนที่ 4 — “น้ำหอมที่ไม่ควรอยู่ตรงนั้น”

เช้าวันถัดมาเป็นเช้าที่ไร้แสงแดด เมฆขาวทึบปิดทับท้องฟ้าประหนึ่งฝากล่องกำมะหยี่ที่ครอบลงมา ทำให้คฤหาสน์ทั้งหลังดูราวกับขวดน้ำหอมที่ถูกใครบางคนปิดฝาไว้แน่นหนา... เพื่อไม่ให้กลิ่นใดหลุดรอดออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาต เรนตื่นก่อนเสียงนาฬิกาปลุก เพราะเขาตื่นด้วย “กลิ่น” กลิ่นของขิงอ่อนเจือใบส้มที่ลอยมาจากครัวด้านล่าง ไม่เข้มข้น ไม่ตะโกนเรียกร้องความสนใจ แต่สดชื่นพอที่จะทำให้จมูก “ลืมฝันร้าย” ได้ชั่วคราว เขาลุกขึ้นจากเตียงอย่างเชื่องช้า ไม่ใช่เพราะความง่วงงุน แต่เพราะร่างกายเพิ่งยอมรับความจริงว่า วันนี้เขาต้องใช้ชีวิตอยู่ในบ้านที่กลืนกินแม่ของเขาเข้าไป และต้องแสร้งทำเหมือนมันเป็นเพียงวันธรรมดาวันหนึ่ง ในโถงอาหารเช้า โต๊ะยาวสีเข้มถูกจัดแต่งไว้อย่างเป็นระเบียบ เหมือนทุกอย่างในบ้านหลังนี้เกิดมาเพื่อถูกจัดวาง... และเกิดมาเพื่อซ่อนเร้น สมาชิกในตระกูลนั่งกันครบองค์ประชุม ไร้เสียงพูดคุย ไม่มีการแสดงความเสียใจเกินความจำเป็น เหมือนทุกคนถูกสั่งสอนมาให้เชื่อว่าการตายคือข่าวสารประเภทหนึ่ง ไม่ใช่บาดแผลที่ต้องฟูมฟาย ความเงียบในบ้านนี้มีน้ำหนักมาก หนักอึ้งกว่าสิ่งใด...

ตอนที่ 3 — “แผนที่ของลมหายใจ”

ค่ำคืนในคฤหาสน์วารีมาถึงเร็วกว่าที่คิด มันเป็นความมืดที่เหมือนถูกห่อหุ้มด้วยผ้ากำมะหยี่สีเข้ม... มืด แต่ไม่ได้หนาวเหน็บ เพราะบ้านหลังนี้มีวิธีรักษาอุณหภูมิของตัวเอง ทั้งด้วยเครื่องปรับอากาศและด้วย “กลิ่น” เรนเดินตามกวินกลับเข้ามาในเรือนใหญ่ ไม่ใช่การเดินตามอย่างยอมรับ แต่เป็นการก้าวเท้าตามหลังอย่างคนที่กำลังกัดฟันอยู่กับคำว่า ‘จำเป็น’ โถงกลางเงียบงัน มีเพียงเสียงรองเท้าหนังของกวินที่ดังเป็นจังหวะสั้น เรียบ และเท่ากันทุกก้าว เหมือนเขาเป็นคนที่คิดคำนวณก่อนจะเหยียบย่างลงไปเสมอ “คุณอยากเริ่มจากตรงไหน” กวินเอ่ยถามโดยไม่หันกลับมา ราวกับรู้ดีว่าเรนไม่ชอบการถูกจ้องมอง เรนกวาดสายตาไปตามผนังที่กรุด้วยไม้สีเข้ม ลวดลายของมันคดเคี้ยวเหมือนเส้นทางน้ำในแผนที่เก่า เขาสูดลมหายใจเข้าช้า ๆ ปล่อยให้บ้านเล่าเรื่องราวของตัวเองผ่านโพรงจมูก กลิ่นของโถงใหญ่คือกลิ่นแห่งการ “ต้อนรับ”—สะอาดสะอ้านอย่างจงใจ มีความนุ่มนวลของแป้งบาง...

Subscribe

- Never miss a story with notifications

- Gain full access to our premium content

- Browse free from up to 5 devices at once

Must read

spot_img