HomeTagsยมฑูตตกสวรรค์

Tag: ยมฑูตตกสวรรค์

spot_imgspot_img

บทที่ 30: พันธกาล… นิรันดร์ในใจเรา (Eternal Bond in Our Hearts)

10 ปีต่อมา... แสงแดดยามเย็นสาดส่องเข้ามาในห้องทำงานกระจกใสของบริษัทสถาปนิกแถวสุขุมวิท บนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยแบบแปลนและโมเดลจำลอง มีป้ายชื่อตั้งโต๊ะเขียนว่า "ธาวิน วงศ์สวัสดิ์ - Senior Architect" "คุณวินครับ... แบบร่างพิพิธภัณฑ์กาลเวลาที่ลูกค้าขอแก้ ได้หรือยังครับ?" เสียงเลขาฯ หนุ่มเคาะประตูถามผม ผมเงยหน้าขึ้นจากกองกระดาษ ขยับแว่นสายตาครับ "เสร็จแล้วครับ... วางอยู่ตรงนั้น เดี๋ยวผมส่งไฟล์ตามไป" "โอเคครับ... เอ้อ คุณวินครับ มีคนมารอพบครับ บอกว่าเป็น... 'ผู้ปกครอง' ของคุณวิน" เลขาฯ...

บทที่ 29: ปาฏิหาริย์แห่งความธรรมดา (The Miracle of Ordinariness)

"ตื่นได้แล้วนาย... สายแล้วนะเว้ย" ผมใช้นิ้วจิ้มแก้มยุ้ยๆ ของคนที่นอนหลับอุตุอยู่บนเตียงครับ (เตียงล่างของผม ซึ่งตอนนี้กลายเป็นเตียงคู่ไปโดยปริยาย) กาลขยับตัวยุกยิก ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงหนีแสงแดดที่ลอดผ้าม่านเข้ามา "ขอนอนต่ออีกห้านาที... เมื่อคืนผมดูซีรีส์ดึก...” (ในที่สุดศัพท์แสงก็เหมือนคนธรรมดาสักทีนะ) ผมหลุดขำออกมาเลยครับ เชื่อเขาเลย... จากยมทูตที่ไม่เคยหลับไหล ยืนเฝ้าผมทั้งคืนเหมือนรูปปั้น ตอนนี้กลายเป็น "ไอ้ต้าวขี้เซา" ที่ติดซีรีส์เกาหลีงอมแงม แถมยังขี้เกียจตื่นไปเรียนยิ่งกว่าผมซะอีก "ไม่ได้! วันนี้มีควิซวิชาประวัติศาสตร์ศิลป์นะ! ลุกเดี๋ยวนี้!" ผมกระชากผ้าห่มออก กาลลืมตาขึ้นมาข้างหนึ่ง ทำหน้ามุ่ยใส่ผม "มนุษย์นี่วุ่นวายจริง... ต้องตื่น ต้องกิน...

บทที่ 28: ฝ่าวงล้อมสู่โลกมนุษย์ (Breakout to the Human World)

"วิ่ง! อย่าหันกลับมามอง!" เสียงตะโกนของกาลดังก้องท่ามกลางความโกลาหลครับ พวกผมสี่คน (ถ้านับรวมกาลที่เพิ่งหลุดจากเสาหินมาได้) วิ่งหน้าตั้งอยู่บนทางเดินหินลอยฟ้าที่กำลังสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น เบื้องหลังคือฝูง ตุลาการทมิฬ นับสิบตัวที่ลอยไล่กวดมาติดๆ หอกสีแดงในมือพวกมันพุ่งเฉียดหัวผมไปมาเหมือนลูกธนูเลยครับ "แม่จ๋า! ช่วยลูกด้วย! ลูกจะไม่โดดเรียนอีกแล้ว!" ไอ้เจร้องลั่น วิ่งนำหน้าสุดด้วยความเร็วระดับนักกีฬาทีมชาติ มินนี่วิ่งตามมาติดๆ "รอด้วยไอ้เจ! อย่าทิ้งกู!" ผมวิ่งรั้งท้าย โดยมีกาลวิ่งขนาบข้างคอยคุ้มกันครับ กาลสะบัดเคียวเงาในมือปัดป้องหอกที่พุ่งเข้ามาเสียงดัง เคร้ง! เคร้ง! "พวกมันเยอะเกินไป..." กาลกัดฟัน เหงื่อท่วมหน้า "พลังผมเพิ่งฟื้น......

บทที่ 27: แหกคุกอนธการ (Breaking the Prison of Darkness)

"วิน! มึงจะบ้าเหรอวะ จะเข้าไปคนเดียวได้ไง!" ไอ้เจตะโกนลั่นหน้าโบสถ์เก่าครับ มันกระชากแขนผมไว้แน่น หน้าตามันทั้งโกรธทั้งกลัว "มึงเห็นไหมว่ารูมิตินั่นแม่งมืดอย่างกะหลุมดำ เข้าไปแล้วมึงจะออกมายังไง!" "กูต้องไปไอ้เจ" ผมหันไปมองมัน แววตาผมคงนิ่งจนมันเริ่มสั่น "กาลเหลือเวลาไม่มากแล้ว ถ้ากูไม่เข้าไปตอนนี้ ร่างกายมันจะกลายเป็นหินถาวร แล้วกูจะเสียมันไปตลอดกาล" "แต่มึงเป็นแค่มนุษย์นะเว้ย!" มินนี่ร้องไห้โฮ "ถ้ามึงตายไปอีกคน พวกกูจะทำยังไง!" "กูไม่ตายหรอก" ผมบีบมือมินนี่เบาๆ "กูมีแก่นวิญญาณของกาลอยู่ในตัว ครึ่งหนึ่งของชีวิตนายอยู่ในเรา เพราะงั้นผมถึงเป็นคนเดียวที่เดินเข้าไปในที่นั่นได้โดยไม่สลายไป" ผมชูกุญแจศิลาที่เพิ่งได้มาจากหอระฆังขึ้นมา แสงสีเงินจากกุญแจเริ่มส่องสว่างวาบๆ สอดรับกับรอยแยกมิติที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นกลางโบสถ์ครับ "พวกมึงรออยู่นี่......

บทที่ 26: เสียงระฆังที่ไร้ตัวตน (The Echo of the Inaudible Bell)

บันไดไม้เก่าคร่ำคร่าส่งเสียงร้องเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งที่พวกผมเหยียบย่างขึ้นไปครับ หอระฆังแห่งนี้สูงเสียดฟ้า มองจากข้างล่างดูเหมือนยอดเจดีย์ที่ทะลุเข้าไปในม่านหมอกสีดำเลยทีเดียว "แฮ่ก... แฮ่ก... บันไดจะเยอะไปไหนวะเนี่ย..." ไอ้เจบ่นอุบอิบ มือเกาะราวจับแน่น "ถ้ารู้ว่าจะต้องมาปีนเขา กูจะไปฟิตเนสเตรียมตัวสักเดือน" "เงียบเถอะน่าเจ อีกนิดเดียวก็ถึงแล้ว" มินนี่หอบหายใจไม่แพ้กัน "วิน... มึงไหวไหม?" ผมเดินนำหน้าสุด เหงื่อไหลซึมตามไรผม แต่ขาผมไม่หยุดก้าวครับ "ไหว... ต่อให้ต้องปีนไปถึงดวงจันทร์กูก็ไหว" ในที่สุด พวกผมก็พาร่างอันอ่อนล้าขึ้นมาถึงชั้นบนสุดของหอระฆังครับ ที่นี่เป็นโถงโล่งกว้าง ลมกรรโชกแรงจนหนาวสะท้าน ตรงกลางโถงมี ระฆังสำริดโบราณ ขนาดมหึมาแขวนอยู่ มันใหญ่กว่าตัวคนสองคนโอบเลยครับ...

บทที่ 25: กระจกสะท้อนกรรม (The Mirror of Karma)

ผิวกระจกบานมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางลานวัดไม่ได้สะท้อนแสงจันทร์ แต่มันดูเหมือนหลุมดำที่หมุนวน ดึงดูดสายตาของพวกกูให้จดจ้องอย่างไม่อาจถอนตัวได้ "อย่ามองนาน..." หลวงตาเตือนเสียงเรียบ "ยิ่งจ้อง... มันยิ่งกัดกินใจ" แต่สายไปแล้ว... วินาทีที่สายตาของพวกกูปะทะกับผิวกระจก โลกความจริงรอบตัวก็พลันดับวูบลง เหมือนใครบางคนปิดสวิตช์ไฟ ในมิติแห่งกระจก (มุมมองของมินนี่) มินนี่ยืนอยู่กลางห้องเรียนสมัยมัธยม... ห้องเรียนที่มันเกลียดที่สุด รอบตัวมันมีเพื่อนๆ นั่งจับกลุ่มคุยกันหัวเราะสนุกสนาน แต่ไม่มีใครมองเห็นมันเลย มันพยายามจะเดินเข้าไปทัก "เฮ้ยพวกมึง! คุยไรกันน่ะ!" แต่ทุกคนเดินทะลุผ่านร่างมันไป เหมือนมันเป็นอากาศธาตุ "อุ๊ย... ได้กลิ่นอะไรเหม็นๆ ไหม?" เพื่อนคนหนึ่งทำท่าปิดจมูก "กลิ่นคนขี้แพ้มั้ง... คนที่ไม่มีใครเอาน่ะ" เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังระงมก้องหัว...

บทที่ 24: เส้นทางสู่วัดต้องห้าม (The Path to the Forbidden Temple)

"แกจะไปไหนนะ? วัดป่าโมกข์สังฆาราม?" เจทำหน้าเหมือนเพิ่งกลืนแมลงสาบเข้าไป "ชื่อวัดฟังดูเหมือนสถานที่ถ่ายทำหนังผีเกรดบีชิบหาย แถมยังอยู่ในหุบเขาจังหวัดกาญจนบุรี... แกจะไปบวชหรือไปตายวะวิน?" ผมนั่งยัดเสื้อผ้าใส่เป้ใบเก่งอยู่กลางห้อง โดยมีเจและมินนี่ยืนกอดอกขวางประตูอยู่ "กูจะไปตามหากาล... กูรู้แล้วว่าเขาอยู่ที่ไหน" ฉันตอบโดยไม่เงยหน้า "วิน..." มินนี่เดินมานั่งลงข้างๆ จับมือผม "กูรู้ว่ามึงประทับใจแกมาก แต่เรื่องยมทูต เรื่องคุกสวรรค์อะไรนั่น...มึงแน่ใจเหรอว่าไม่ได้ฝันไป?" ผมเงยหน้ามองเพื่อน หยุดมือที่กำลังพับเสื้อ "กูไม่รู้จะอธิบายยังไงให้พวกมึงเชื่อ... แต่ดูนี่" ผมถอดสร้อยนาฬิกาทรายยื่นให้ดู "พวกมึงเห็นทรายไหม? มันหยุดนิ่ง... และเมื่อคืน กูถอดจิตไปเจอเขามาจริงๆ เขา......

Subscribe

- Never miss a story with notifications

- Gain full access to our premium content

- Browse free from up to 5 devices at once

Must read

spot_img