HomeChapterบทที่ 28: ฝ่าวงล้อมสู่โลกมนุษย์ (Breakout to the Human World)

บทที่ 28: ฝ่าวงล้อมสู่โลกมนุษย์ (Breakout to the Human World)

“วิ่ง! อย่าหันกลับมามอง!”

เสียงตะโกนของกาลดังก้องท่ามกลางความโกลาหลครับ พวกผมสี่คน (ถ้านับรวมกาลที่เพิ่งหลุดจากเสาหินมาได้) วิ่งหน้าตั้งอยู่บนทางเดินหินลอยฟ้าที่กำลังสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น เบื้องหลังคือฝูง ตุลาการทมิฬ นับสิบตัวที่ลอยไล่กวดมาติดๆ หอกสีแดงในมือพวกมันพุ่งเฉียดหัวผมไปมาเหมือนลูกธนูเลยครับ

“แม่จ๋า! ช่วยลูกด้วย! ลูกจะไม่โดดเรียนอีกแล้ว!” ไอ้เจร้องลั่น วิ่งนำหน้าสุดด้วยความเร็วระดับนักกีฬาทีมชาติ มินนี่วิ่งตามมาติดๆ “รอด้วยไอ้เจ! อย่าทิ้งกู!”

ผมวิ่งรั้งท้าย โดยมีกาลวิ่งขนาบข้างคอยคุ้มกันครับ กาลสะบัดเคียวเงาในมือปัดป้องหอกที่พุ่งเข้ามาเสียงดัง เคร้ง! เคร้ง! “พวกมันเยอะเกินไป…” กาลกัดฟัน เหงื่อท่วมหน้า “พลังผมเพิ่งฟื้น… ต้านได้อีกไม่นาน”

“ประตูอยู่ตรงนั้น!” ผมชี้ไปข้างหน้า ไกลออกไป… รอยแยกมิติสีทองที่เราเข้ามา ตอนนี้มันเล็กลงเหลือขนาดเท่าประตูบ้าน และกำลังหดตัวลงเรื่อยๆ ธูปของลุงยอดกำลังจะหมดแล้วครับ!

“ประตูจะปิดแล้ว! เร่งฝีเท้าเข้า!”

ทันใดนั้น… ตึง!!! เงาร่างยักษ์ขนาดมหึมาตกลงมาขวางทางหน้าประตูครับ! มันคือตุลาการทมิฬระดับบอสที่ตัวใหญ่กว่าปกติสามเท่า มันยืนจังก้าขวางทางออกเดียวของเราไว้ พร้อมคำรามเสียงต่ำที่ทำให้กระดูกผมสั่นสะเทือน “นักโทษ… ต้องถูกจองจำ… ชั่วนิรันดร์…”

“ซวยแล้ว…” ไอ้เจเบรกตัวโก่งจนหน้าเกือบทิ่ม “มันดักหน้าประตูเลยอ่ะ! ทำไงดีวะ!”

กาลก้าวออกมาข้างหน้า แววตาเด็ดเดี่ยว “พวกเจ้าวิ่งไปที่ประตู… ข้าจะเปิดทางให้เอง”

“ไม่เอา!” ผมคว้าแขนมันไว้ “นายจะทำบ้าอะไรอีก! จะสละตัวเองอีกแล้วเหรอ!”

“ไม่ใช่สละ…” กาลหันมายิ้มมุมปากให้ผม เป็นยิ้มแบบกวนๆ ที่ผมคิดถึงที่สุด “แต่จะโชว์เทพต่างหาก… เชื่อใจข้าไหม?”

ผมมองตาหนุ่มปี 1 ตรงหน้า… เห็นความมั่นใจที่เต็มเปี่ยม “เออ! ผมเชื่อ!”

“งั้นเกาะกลุ่มกันไว้!” กาลสูดลมหายใจลึก รวบรวมพลังเฮือกสุดท้าย ปีกสีดำที่กลางหลังกางออกกว้าง เคียวในมือของมันเปลี่ยนรูปร่าง… ยาวขึ้น และมีไฟสีน้ำเงินลุกท่วม

“วิชาลับยมทูต… ผ่ามิติสังหาร!”

กาลพุ่งตัวเข้าหาตุลาการยักษ์ด้วยความเร็วแสง! ฉับ!!! เคียวฟันผ่ากลางลำตัวของมัน! รอยฟันนั้นกลายเป็น “หลุมดำ” ขนาดใหญ่ที่ดูดกลืนร่างของตุลาการยักษ์เข้าไปทันที

“ไป!!!” กาลตะโกน ร่างยักษ์นั้นถูกดูดหายไป เปิดทางโล่งสู่ประตูมิติ

พวกผมสี่คนวิ่งสุดชีวิต แต่ประตูมิติตอนนี้หดเหลือแค่รูเล็กๆ แล้วครับ! “ชิบหาย! รูแค่นั้นจะออกยังไง!” ไอ้เจโวยวาย

“กระโดดพุ่งหลาวเข้าไป!” กาลสั่ง “ทีละคน! เร็ว!”

ไอ้เจพุ่งคนแรก ฟุ่บ! หายวับไป ตามด้วยมินนี่ ฟุ่บ!

เหลือผมกับกาล… และฝูงตุลาการนับสิบที่ไล่หลังมาถึงตัวแล้ว! “วิน! ไป!” กาลผลักหลังผม

“นายต้องไปพร้อมผม!” ผมไม่ยอมโดดคนเดียว ผมคว้ามือมันไว้แน่น “นับสามนะ… หนึ่ง… สอง… สาม!”

เราสองคนกระโดดพุ่งตัวเข้าไปในรูมิติพร้อมกัน! ปลายหอกของพวกมันพุ่งตามมาเฉี่ยวขาผมไปนิดเดียวเอง

วูบ…….

ณ ดาดฟ้าตึกคณะ (โลกมนุษย์)

ตุ้บ! โครม! โอ๊ย!

พวกผมสี่คนร่วงลงมากองรวมกันเป็นก้อนมนุษย์อยู่บนพื้นดาดฟ้าครับ ไอ้เจหน้าทิ่มพื้น มินนี่ทับหลังมัน ผมทับขามินนี่ และกาลทับตัวผมอีกที

“โอ๊ย… หลังหัก…” ไอ้เจครางอู้อี้ “หนักโว้ยยย ลุกไปที!”

“แฮ่ก… แฮ่ก…” พวกผมค่อยๆ ตะเกียกตะกายแยกออกจากกัน นอนหอบหายใจแผ่หลาอยู่บนพื้นปูนเย็นๆ แสงดาวบนฟ้าสว่างไสวเหมือนกำลังต้อนรับพวกผมกลับบ้านเลยครับ

“รอด… รอดแล้วโว้ยยยย!” ไอ้เจตะโกนลั่น “กูยังไม่ตาย! พรุ่งนี้กูจะไปแก้บนด้วยหัวหมูสิบหัว!”

มินนี่หัวเราะทั้งน้ำตา “กูด้วย… กูจะวิ่งรอบสนามหลวง!”

ผมหันไปมองข้างๆ… กาลนอนหงายอยู่ข้างผมครับ มันหลับตาพริ้ม หายใจแรง “กาล…” ผมเรียกมันเบาๆ “เป็นไงบ้างนาย?”

กาลลืมตาขึ้น… ดวงตาของมันไม่ใช่สีดำสนิทไร้แววแบบยมทูตอีกแล้วครับ แต่มันเป็น สีน้ำตาลเข้ม เหมือนคนปกติ และมีประกายสดใส ผิวที่เคยขาวซีดเริ่มมีสีเลือดฝาดขึ้นมาบ้างแล้ว

มันยกมือขึ้นมาทาบที่หน้าอกตัวเอง ตึกตั๊ก… ตึกตั๊ก… ตึกตั๊ก…

“เสียงนี้…” กาลพึมพำ ยิ้มกว้างจนตาหยี “มันเต้นแรงจัง… และอุ่นมาก”

“นาย… นายไม่เป็นไรใช่ไหม?” ผมถามด้วยความเป็นห่วง

กาลหันมามองผม เอื้อมมือมาจับแก้มผม มือของมัน อุ่น มากครับ อุ่นเหมือนมือคนปกติเลย “ข้าเสียพลังยมทูตไปเกือบหมดแล้วนะ วิน…” เขาบอกข่าวร้าย… ด้วยน้ำเสียงที่มีความสุขที่สุด “ปีกข้าหายไป… เวทมนตร์คงเหลือแค่นิดหน่อย… และข้าไม่ใช่อมตะอีกแล้ว”

ผมใจหายวูบ “แปลว่า… นายจะตายได้เหรอ?”

“ใช่…” กาลพยักหน้า “ข้าจะแก่ได้… เจ็บได้… และตายได้ เหมือนเจ้า”

ผมกอดมันไว้แน่นครับ “ดีแล้ว… ดีที่สุดเลยนาย เราจะได้แก่ไปด้วยกัน”

กาลกอดตอบผมแน่น “ใช่… ต่อไปนี้ เราจะใช้เวลาที่เหลืออยู่… เคียงข้างเจ้านะ”

“อะแฮ่ม!” เสียงกระแอมจากลุงยอดดังขึ้น ลุงนั่งยองๆ มองพวกผมด้วยสายตาล้อเลียนครับ “จู๋จี๋กันเกรงใจคนแก่บ้าง… แล้วก็นะ…” ลุงชี้ไปที่กระถางธูป ก้านธูปดอกยักษ์ไหม้หมดเกลี้ยงพอดีเป๊ะเลย

พวกเรามองหน้ากัน แล้วระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกัน ท่ามกลางแสงดาวและลมหนาว ยมทูตตกสวรรค์กับนายยื้อเวลาที่เป็นคนรักกัน… เดินจับมือกันลงจากดาดฟ้าเพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะมนุษย์ธรรมดาด้วยกัน

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments