HomeChapterบทที่ 27: แหกคุกอนธการ (Breaking the Prison of Darkness)

บทที่ 27: แหกคุกอนธการ (Breaking the Prison of Darkness)

“วิน! มึงจะบ้าเหรอวะ จะเข้าไปคนเดียวได้ไง!” ไอ้เจตะโกนลั่นหน้าโบสถ์เก่าครับ มันกระชากแขนผมไว้แน่น หน้าตามันทั้งโกรธทั้งกลัว “มึงเห็นไหมว่ารูมิตินั่นแม่งมืดอย่างกะหลุมดำ เข้าไปแล้วมึงจะออกมายังไง!”

“กูต้องไปไอ้เจ” ผมหันไปมองมัน แววตาผมคงนิ่งจนมันเริ่มสั่น “กาลเหลือเวลาไม่มากแล้ว ถ้ากูไม่เข้าไปตอนนี้ ร่างกายมันจะกลายเป็นหินถาวร แล้วกูจะเสียมันไปตลอดกาล”

“แต่มึงเป็นแค่มนุษย์นะเว้ย!” มินนี่ร้องไห้โฮ “ถ้ามึงตายไปอีกคน พวกกูจะทำยังไง!”

“กูไม่ตายหรอก” ผมบีบมือมินนี่เบาๆ “กูมีแก่นวิญญาณของกาลอยู่ในตัว ครึ่งหนึ่งของชีวิตนายอยู่ในเรา เพราะงั้นผมถึงเป็นคนเดียวที่เดินเข้าไปในที่นั่นได้โดยไม่สลายไป”

ผมชูกุญแจศิลาที่เพิ่งได้มาจากหอระฆังขึ้นมา แสงสีเงินจากกุญแจเริ่มส่องสว่างวาบๆ สอดรับกับรอยแยกมิติที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นกลางโบสถ์ครับ

“พวกมึงรออยู่นี่… ถ้าเช้าแล้วกูยังไม่กลับมา มึงขับรถกลับมหาลัยไปเลยนะ”

“ไอ้เชี่ยวิน! มึงพูดงี้ได้ไงวะ!” เจสบถน้ำตาคลอ “เออ… มึงไปเหอะ แต่ถ้ามึงไม่พามันกลับมานะ กูจะเผาหอ 404 ทิ้งแม่มให้หมด!”

ผมยิ้มให้พวกมันเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังกลับไปประจันหน้ากับประตูมิติครับ “กูรักพวกมึงนะ… ฝากดูโลกข้างนอกด้วย”

วูบ!

ผมก้าวเท้าเข้าไปในรอยแยกมิติ ความรู้สึกเหมือนถูกกระชากวิญญาณออกจากร่างชั่วขณะ ก่อนจะตกลงมาบนพื้นหินที่เย็นเฉียบ

ณ ดินแดนไร้กาลเวลา (The Void)

ผมดีดตัวลุกขึ้นยืนหอบหายใจ รอบตัวผมคือความมืดที่ไม่มีที่สิ้นสุด มีเพียงนาฬิกาเรือนยักษ์นับพันล้านเรือนลอยคว้างอยู่เต็มท้องฟ้า แต่ทุกเรือนเข็มหยุดนิ่งสนิทเลยครับ

“กาล!” ผมตะโกนเรียกสุดเสียง “กาล! นายอยู่ไหน!”

ผมวิ่งไปตามทางเดินหินที่ลอยอยู่กลางอากาศ จนกระทิ่งเห็นแสงสีทองจางๆ อยู่ไกลออกไปครับ ที่นั่นคือ เสาหลักแห่งการพิพากษา

ร่างของกาลถูกตรึงอยู่ด้วยโซ่ทองคำนับร้อยเส้น ร่างกายส่วนล่างตั้งแต่เอวลงไปกลายเป็นหินสีขาวนวลไปหมดแล้ว ผิวหนังข้างบนที่ยังเหลืออยู่ก็เริ่มมีรอยแตกร้าวลามขึ้นมาถึงหน้าอก

“กาล!” ผมพุ่งเข้าไปหาเขา “ผมมาแล้ว! เรามารับนายแล้ว!”

กาลค่อยๆ ลืมตาขึ้นครับ… แต่ดวงตาสีดำที่ผมหลงรัก ตอนนี้มันกลายเป็น สีทองอร่าม ที่ว่างเปล่าและเย็นชา “เจ้ามนุษย์… บังอาจล่วงล้ำแดนศักดิ์สิทธิ์… จงถอยไป”

ผมชะงัก “กาล… นี่ผมเอง วินไง นายจำเราไม่ได้เหรอ?”

“ข้า… ไร้นาม… ไร้พันธะ…” เสียงของเขาดังขึ้นในหัวผม แต่มันไร้อารมณ์เหมือนเครื่องจักร “ข้าคือส่วนหนึ่งของเสาหลัก… เวลาของข้าสิ้นสุดลงแล้ว”

“สิ้นสุดบ้านนายดิ!” ผมตะโกนทั้งน้ำตา “นายสัญญากับผมแล้วว่าจะไปกินหมูกระทะด้วยกัน! นายบอกจะอยู่ปกป้องเราไม่ใช่เหรอ!”

ผมคว้ากุญแจศิลาออกมา แล้วทุบลงไปบนม่านพลังที่กั้นระหว่างผมกับเขา เปรี๊ยง!!! แรงสะท้อนกลับทำเอาแขนผมชาไปถึงหัวไหล่ แต่ม่านพลังเริ่มร้าว

“นายจำจูบของพวกเราที่ดาดฟ้าได้ไหมกาล! จำตอนที่ผมเช็ดตัวให้นายได้ไหม!” ผมทุบม่านพลังซ้ำแล้วซ้ำเล่า “นายบอกว่าชีวิตนายคือชีวิตผม… เพราะงั้นถ้านายกลายเป็นหิน ผมจะทุบตัวเราให้แหลกตามนายไปตรงนี้แหละ!”

ดวงตาสีทองของกาลเริ่มสั่นไหว รอยแตกบนร่างกายเขาขยายวงกว้าง “วิน…?” เสียงเรียกแผ่วเบาดังขึ้น เป็นน้ำเสียงที่คุ้นเคย น้ำเสียงของคนรักที่ผมโหยหา

“เออ! ผมเอง!” ผมกระแทกกุญแจศิลาลงไปสุดแรงครั้งสุดท้าย เพล้ง!!!

ม่านพลังแตกกระจาย ผมปราดเข้าไปกอดคอเขาไว้แน่น แม้โซ่ทองคำจะลวกมือจนแสบไหม้แต่ผมไม่สนหรอกครับ “กลับมาหาผมเถอะนะ… อย่าทิ้งผมไว้คนเดียวในโลกที่ไม่มีใครจำนายได้เลย”

ผมประกบริมฝีปากจูบเขา… จูบที่เต็มไปด้วยน้ำตาและความโหยหา ในวินาทีนั้น แก่นวิญญาณในตัวผมสั่นสะเทือน แสงสีทองจากกุญแจไหลเข้าสู่ตัวกาล

“อ๊ากกกกกกกก!” กาลกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด โซ่ทองคำเริ่มระเบิดออกทีละเส้น ร่างที่เป็นหินเริ่มกะเทาะหลุดร่วงลงมา

แต่ทว่า… “ผู้บุกรุก! บังอาจทำลายพันธนาการสวรรค์!” เสียงประกาศิตดังก้องไปทั่วความมืด พร้อมกับร่างเงาสูงใหญ่นับร้อยปรากฏตัวขึ้น พวกมันคือ ผู้คุมกฎแห่งกาลเวลา

“เจ้าเอาคนรักผมคืนมา!” ผมหันไปแยกเขี้ยวใส่พวกเงาดำนั่น “ใครขวางผม… ผมจะซัดหน้าแม่งให้ยับ!”

กาลหอบหายใจ ร่างกายค่อยๆ กลับคืนสู่สภาพมนุษย์ เขาเงยหน้ามองผม แววตาสีดำคู่เดิมกลับมาแล้วครับ “วิน… เจ้ามันบ้า… บ้าที่สุดเลย”

“เออ ผมก็ว่างั้นแหละ” ผมยิ้มให้เขา “ลุกไหวไหมนาย? ได้เวลาแหกคุกสวรรค์กันแล้ว!”

กาลแสยะยิ้มแบบที่ผมชอบ เคียวเงาสีดำปรากฏขึ้นในมือเขาอีกครั้ง “ไหวสิ… เพื่อเจ้า ข้าก็พร้อมจะลุยกับสวรรค์ทั้งชั้นนั่นแหละ!”

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments