admin

spot_img

บทที่ 6: เงาอำมหิต

บรรยากาศในซอยเปลี่ยวเย็นยะเยือกขึ้นอย่างฉับพลัน อุณหภูมิลดฮวบจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ร่างของชายหัวหน้าแก๊งลอยคว้างอยู่กลางอากาศ เท้าลอยเหนือพื้นเกือบเมตร ดิ้นพราดๆ เหมือนปลาขาดน้ำ สองมือตะเกียกตะกายจับที่ลำคอตัวเอง พยายามแกะมือที่มองไม่เห็นออก ดวงตาของมันเบิกโพลงจนเส้นเลือดฝอยในตาแตก แดงก่ำด้วยความขาดอากาศหายใจและ... ความกลัว “เฮ้ย! ลูกพี่! ม...มึงเป็นอะไร!?” ลูกน้องอีกสองคนที่ยืนอยู่ข้างหลังตะโกนลั่นด้วยความตื่นตระหนก พวกมันมองไม่เห็น "มือ" ที่บีบคอหัวหน้า เห็นเพียงแค่หัวหน้าของพวกมันกำลังถูกยกขึ้นโดยอากาศธาตุ “ย...ยิงมัน! ยิงไอ้เด็กเวรนั่น!” หัวหน้าแก๊งเค้นเสียงสั่งออกมาอย่างยากลำบาก ชี้นิ้วที่สั่นระริกมาทางริว ลูกน้องคนหนึ่งตั้งสติได้ คว้าปืนพกไทยประดิษฐ์ออกมาจากเอว เล็งกระบอกปืนสีดำมะเมื่อมมาที่กลางหน้าผากของริว “ตายซะมึง!” ปัง! เสียงปืนดังสนั่นซอย ริวหลับตาปี๋ตามสัญชาตญาณ เคร้ง! เสียงโลหะกระทบกันดังก้อง......

ตอนที่ 6: ข่าวลือมั่วซั่ว กับคืนงานวัดสะท้านทุ่ง

รุ่งเช้าของวันงานวัด... ตลาดสดเทศบาลตำบลหนองหมาว้อคึกคักเป็นพิเศษ ไม่ใช่เพราะผักสดหรือหมูราคาถูก แต่เพราะ "อาหารสมอง" ที่กำลังถูกเสิร์ฟร้อนๆ ในวงสภากาแฟและแผงขายหมูปิ้ง แหล่งข่าวต้นตอไม่ใช่ใครที่ไหน "ส้มจี๊ด" ในชุดนอนลายคิตตี้ (ที่ยังไม่ได้อาบน้ำแต่หน้าเต็ม) กำลังยืนจีบปากจีบคอเล่าเรื่องราวสุดระทึกให้ป้าๆ น้าๆ ฟังอย่างออกรส "ป้าเชื่อม... ป้าไม่รู้อะไร! ที่นังพี่เจนนี่มันซมซานกลับมาเนี่ย ไม่ใช่เพราะมาพักร้อนหรอกนะ!" ส้มจี๊ดลดเสียงลงกระซิบ แต่ดังพอให้ได้ยินไปถึงแผงขายปลาเค็ม "หนูได้ยินวงในเขาบอกมา... ว่านางไปโกงเงินแชร์ลูกโซ่ระดับชาติ! พันล้าน! แล้วหนีคดีมาหลบที่นี่! ดีไม่ดีนะ... ตำรวจกองปราบอาจจะบุกบ้านผู้ใหญ่สมหมายวันนี้พรุ่งนี้ก็ได้!" "ว้าย!...

ตอนที่ 6 : ความจริงก่อนวันวาเลนไทน์

ผมนั่งอยู่ในห้องสมุดประชาชนประจำเขตที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศครางหึ่งๆ และเสียงพลิกหน้ากระดาษเบาๆ รอบตัว บนโต๊ะตรงหน้าผมคือกองหนังสือพิมพ์เก่าปี 2563 ที่ผมไปขอเบิกจากเจ้าหน้าที่บรรณารักษ์มาด้วยข้ออ้างว่า "ทำวิจัยประวัติศาสตร์ชุมชน" หลังจากที่ได้คำใบ้ 'ระวังวันที่ 13 กุมภา' จากศิลาเมื่อเช้า ผมก็ตัดสินใจลางานครึ่งวันบ่ายทันที ความอยากรู้อยากเห็นมันรุนแรงจนผมไม่มีสมาธิจะลงบัญชีงบดุลบริษัทอีกต่อไป ผมเริ่มไล่เปิดหนังสือพิมพ์ฉบับวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นมา... ข่าวการเมือง... ข่าวเศรษฐกิจ... ข้าวดาราเลิกกัน... ทุกอย่างดูเป็นเรื่องปกติของโลกใบนี้ แต่ไม่ใช่สำหรับโลกของผม นิ้วผมไล่ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงฉบับวันที่ 14...

ตอนที่ 6: ภารกิจกู้ซากชมรม (ฉบับคอสเพลย์จัดเต็ม!)

"ไม่-มี-ทาง! ฉันเป็นนักกีฬา ไม่ใช่ตุ๊กตาหน้ารถ!" เสียงคำรามของ คิริน ดังลั่นห้องชมรมจนนกที่เกาะขอบหน้าต่างบินหนีไปเป็นแถว ในมือของเขาคือชุดอัศวินสีเงินวาววับที่มีผ้าคลุมสีแดงยาวเฟื้อย ส่วนข้างๆ กันนั้น ธันวา กำลังหมุนตัวหน้ากระจกในชุดจอมโจรสูทสีขาวมีหน้ากากสีเงินปิดตาข้างหนึ่ง ดูหล่อวัวตายควายล้มสุดๆ “โธ่... คิริน ดูสิ ชุดอัศวินนี่ส่งเสริมกล้ามแขนนายจะตายไป แฟนคลับเห็นคงได้โดเนทจนชมรมเราสร้างยิมใหม่เป็นทองคำแน่ๆ” ธันวาแกล้งเดินเข้าไปจัดปกเสื้อให้รูมเมท พลางส่งสายตาหยาดเยิ้มผ่านหน้ากาก “ไอ้ธันวา! นายสนุกอยู่คนเดียวล่ะสิ! ดูชุดพี่ภูผาสิ รายนั้นเป็นหมีป่าไปแล้ว!” คิรินชี้ไปที่กัปตันทีม ภูผา ที่ตอนนี้นั่งนิ่งหน้าตายอยู่ในชุดมาสคอตหมีบราวน์ยักษ์ (ที่มีพลัง Absolute...

ตอนที่ 7 — “ศพที่นิ่งเกินไป”

ห้องเก็บสูตรตั้งอยู่ชั้นล่างสุดของเรือนใหญ่ ประตูไม้หนาหนักทำหน้าที่ตัดขาดโลกภายนอก แสงไฟด้านในสลัวราง อากาศเย็นเยียบจนความรู้สึกเหมือนมวลอากาศจับตัวแข็งและเคลื่อนไหวช้า... ราวกับความลับที่ถูกขังอยู่ในนี้ไม่ต้องการเล็ดลอดออกไป ร่างของอารัญนอนนิ่งอยู่กลางห้อง ล้มตะแคง มือข้างหนึ่งกำชายเสื้อแน่น ส่วนอีกข้างยังกำอะไรบางอย่างไว้ไม่คลาย ไร้เสียงกรีดร้อง ไร้ร่องรอยการต่อสู้ สภาพของเขาเหมือนคนที่กำลังเดินอยู่ดี ๆ แล้ว “ตัดสินใจหยุดหายใจ” ไปเฉย ๆ ซึ่งในโลกแห่งความจริง... ไม่มีใครตัดสินใจแบบนั้นได้ง่ายดาย เรนคุกเข่าลงข้างร่างไร้ชีวิต เขาไม่แตะต้องตัวศพ แต่ปล่อยให้จมูกทำหน้าที่รับคำสารภาพก่อนสมองจะประมวลผล ✨ Top note: กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกที่เพิ่งระเหยตัว 🌸 Heart note:...

ตอนที่ 6 — “ลายเซ็นที่ถูกยืมมือ”

คฤหาสน์วารีไม่เคยตื่นสาย เพราะที่นี่ไม่ยอมปล่อยให้ “เวลา” หลุดลอยไปจากมือแม้แต่วินาทีเดียว แม้แต่เสียงเดินของนาฬิกาก็ยังขยับเคลื่อนอย่างสุภาพนุ่มนวล เรนตื่นขึ้นมาพร้อมกับกลิ่นฝนอีกครั้ง ไม่ใช่ฝนจากฟากฟ้า แต่เป็นละอองน้ำจากระบบพ่นหมอกในสวนที่ทำงานตามเวลา เพื่อให้บ้านทั้งหลังชุ่มฉ่ำอยู่เสมอ ราวกับต้องการชำระล้าง “อะไรบางอย่าง” ออกไปทุกค่ำคืน เขาตรงไปยังจุดแรกที่วางกับดักไว้... มุมโถงด้านข้าง ผ้าสีขาวผืนน้อยที่วางทิ้งไว้เมื่อคืนยังคงอยู่ที่เดิม มันถูกแตะต้องแล้ว... ไม่จำเป็นต้องหารอยนิ้วมือ เรนรู้ได้จากกลิ่น เพราะกลิ่นของ “ผิวหนัง” มักทิ้งเงาจาง ๆ ไว้ในอากาศ เปรียบเสมือนเสียงที่ยังดังก้องอยู่ในหูแม้คนพูดจะเดินจากไปแล้ว เขาใช้ถุงมือหยิบผ้าผืนนั้นขึ้นมาสูดดมเบา ๆ กลิ่นสบู่เด็ก ผสมแป้งฝุ่นบางเบา และโทนส้มสะอาดสะอ้าน มันคล้ายคลึงกับกลิ่นที่เขาเจอในเรือนกระจก...

บทที่ 7: นาฬิกาที่เดินไม่ตรงกัน (The Unsynchronized Clocks)

บรรยากาศภายในโถงคณะสถาปัตย์ฯ วันนี้คึกคักเป็นพิเศษ ป้ายไวนิลขนาดใหญ่เขียนว่า "Open House: เปิดบ้านสถาปัตย์ฯ สานสัมพันธ์ครอบครัว" เสียงหัวเราะ เสียงพูดคุย และรอยยิ้มของเหล่าผู้ปกครองที่มาดูผลงานของบุตรหลาน อบอวลไปทั่วบริเวณ ข้ายืนพิงเสาต้นใหญ่ในมุมมืด (มุมโปรดประจำตัว) มองดูภาพความสุขเหล่านั้นด้วยสายตาเรียบเฉย สำหรับยมทูต... 'ครอบครัว' คือบ่วงพันธนาการที่เหนียวแน่นที่สุด และตัดขาดได้ยากที่สุดในวาระสุดท้าย ข้ากวาดสายตามองหาเจ้าตัวแสบ... วินยืนอยู่หน้าบอร์ดจัดแสดงผลงานของตัวเอง (โมเดลบ้านที่ทำจากไม้ไอติม ซึ่งดูบี้ยวๆ บูดๆ เหมือนคนทำ) เขาสวมเสื้อนักศึกษาเรียบร้อยผิดหูผิดตา ผมเซตมาอย่างดี...

Subscribe

- Never miss a story with notifications

- Gain full access to our premium content

- Browse free from up to 5 devices at once

Must read

spot_img