admin

spot_img

ตอนที่ 7 : คนในความทรงจำ

อาการปวดหัวตุบๆ เล่นงานผมอย่างหนักจนแทบประคองตัวไม่ไหว ผมเดินโซซัดโซเซออกจากร้านป้าหมวยราวกับคนไร้สติ เสียงรถไฟวิ่งผ่านไปมากลายเป็นเสียงหวีดหวิวที่บาดลึกเข้าไปในความทรงจำที่ถูกปิดตาย ภาพเหตุการณ์เมื่อ 6 ปีก่อนเริ่มฉายชัดขึ้นมาในสมองเหมือนม้วนฟิล์มที่ถูกกรอด้วยความเร็วสูง... เย็นวันนั้น... ผมเลิกงานดึก ยืนรอรถไฟด้วยความอ่อนล้า ร่างกายโอนเอนเพราะพิษไข้... แสงไฟหน้ารถด่วนสาดเข้ามาแยงตา... โลกหมุนคว้าง... ขาผมสะดุด... วินาทีที่ร่างผมร่วงลงสู่ความว่างเปล่าข้างล่าง ผมได้ยินเสียงตะโกน... แรงกระแทกจากมือใครบางคนผลักผมอย่างแรงจนกระเด็นออกไปกระแทกพื้นคอนกรีต... และภาพสุดท้ายก่อนที่สติจะดับวูบ... คือแผ่นหลังกว้างในชุดเครื่องแบบสีกากีที่ยืนบังแสงไฟหน้ารถไฟให้ผม... น้ำตาผมไหลพรากออกมาโดยไม่รู้ตัว ท่ามกลางผู้คนที่เดินขวักไขว่ในสถานียามเย็น ไม่ใช่ตกบันได... พ่อแม่กับหมอโกหกผม... หรือไม่พวกเขาก็คงไม่อยากให้ผมต้องจมอยู่กับความรู้สึกผิดที่รอดชีวิตมาได้ ในขณะที่คนช่วยต้องตาย "ศิลา..." ผมเรียกชื่อเขาเสียงสั่นเครือ ความรู้สึกเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่อก เขาตายเพื่อผม... เขาแอบชอบผม......

ตอนที่ 8 — “กลิ่นประจำบ้านที่ถูกเปลี่ยน”

หลังตำรวจกลับออกไป คฤหาสน์วารีก็จมดิ่งลงสู่ความเงียบงันอีกครั้ง เงียบเสียยิ่งกว่าเดิม... เพราะความตายครั้งที่สองทำให้บ้านทั้งหลังเปรียบเสมือนขวดน้ำหอมที่ถูกใครสักคนจับเขย่าอย่างรุนแรง ทุกอย่างภายในปั่นป่วน ขุ่นคลั่ก แต่ฝาขวดกลับถูกปิดเกลียวไว้แน่นหนาจนไม่มีหยดน้ำใดกระเด็นเล็ดลอดออกมาได้ เรนใช้เวลาตลอดทั้งวันนั้นเดิน “ช้า” เป็นพิเศษ ไม่ใช่เพราะไม่มีอะไรทำ แต่เพราะการเดินเร็วในบ้านหลังนี้มีค่าเท่ากับการตะโกนบอกคนร้ายว่า ‘ฉันกลัวแล้ว’ เขาเดินย้ำไปตามเส้นทางเดิม แต่จมูกกลับสูดดมอากาศใหม่ คอยจับสังเกตว่าลมหายใจของบ้านในวันนี้ผิดแปลกไปจากเมื่อวานอย่างไร และเขาก็พบว่า... กลิ่นประจำบ้านเปลี่ยนไป ก่อนหน้านี้ โถงทางเดินและพื้นที่ส่วนกลางถูกคุมโทนด้วยกลิ่นสะอาดของไม้แห้ง เพื่อให้ความหรูหราทำหน้าที่เป็นเหมือนผ้าคลุมบาง ๆ ที่ปกป้องบ้านไว้ แต่วันนี้... กลับมีกลิ่นดอกไม้สีขาวที่หวานฉ่ำกว่าปกติลอยอบอวล เป็นความหวานที่จงใจปรุงแต่ง หวานแบบย้ำเตือนว่า...

บทที่ ๘ : มหาสงครามเวหาและบาดาล

ท้องฟ้าเบื้องบนมิได้เป็นเพียงผืนผ้าใบว่างเปล่าอีกต่อไป หากแต่กลายเป็นสมรภูมิเลือดที่ถูกแบ่งแยกด้วยธาตุอันขัดแย้ง ฟากหนึ่งของท้องฟ้าเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิต เมฆสีเพลิงม้วนตัวเดือดพล่าน รังสีความร้อนแผ่ลงมาเผาผลาญยอดไม้จนไหม้เกรียม นี่คือเขตอำนาจแห่ง 'เวนไตย' หรือพญาครุฑ ผู้เป็นเจ้าเวหา อีกฟากหนึ่งกลับมืดครึ้มด้วยเมฆฝนดำทะมึน สายฟ้าแลบแปลบปลาบผ่าเปรี้ยงลงมาไม่ขาดสาย สายฝนโหมกระหน่ำรุนแรงจนพื้นดินเบื้องล่างกลายเป็นโคลนตม นี่คือเขตอำนาจแห่ง 'ภูริทัต' หรือพญานาคราช ผู้ครองบาดาล ตรงกึ่งกลางรอยต่อของสองอำนาจนั้น คือเส้นทางวิบากที่คณะเดินทางของพรานเข้มต้องฝ่าฟัน "ก้มต่ำ! อย่าเงยหน้าขึ้นมอง!" พรานเข้มตะโกนแข่งกับเสียงฟ้าผ่า เขาผลักศีรษะจ้อยและลูกทีมให้หมอบลงกับพื้นโคลนแฉะๆ ขณะที่เสียงกรีดร้องแหลมสูงดั่งนกหวีดมรณะดังแหวกอากาศลงมา เฟี้ยว... ตูม!! ลูกไฟขนาดมหึมาตกลงมากระแทกพื้นห่างจากจุดที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่ไม่ถึงร้อยวา แรงระเบิดส่งผลให้ต้นไม้ใหญ่หักโค่นระเนระนาด เศษดินและหินปลิวว่อน พรานเข้มรีบดึงร่างของนลินเข้ามาซุกไว้ใต้อกแกร่ง...

ตอนที่ 8: แผลเป็นในใจ กับมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าดรีม

เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นด้วยความมุ่งมั่น เจนนี่ตัดสินใจแล้วว่าจะยึดพื้นที่ใต้ถุนบ้านผู้ใหญ่สมหมายเป็นฐานบัญชาการหลักในการกอบกู้สถานะทางการเงิน "เอาล่ะ! ตรงนี้จะเป็นเคาน์เตอร์บาร์ ตรงนี้เป็นเตียงสระผม (ที่ดัดแปลงจากเก้าอี้ชายหาด) และตรงนี้... มุมเซลฟี่!" เจนนี่ในชุดเอี๊ยมยีนส์ขาสั้น (แต่ใส่ถุงน่องตาข่ายกันยุง) ยืนเท้าเอวสั่งการพ่อสมหมายที่กำลังถูกเกณฑ์แรงงานมาช่วยตอกตะปูทำชั้นวางของ "พ่อคะ ตอกเบาๆ สิคะ เดี๋ยวไม้แตกหมด นี่ไม้สักทองนะคะ!" เจนนี่โวย "ไม้สักทองกะผีน่ะสิ! ไม้ลังใส่ผลไม้เนี่ย!" พ่อเถียงกลับ แต่ก็ยอมทำให้โดยดี เพราะแม่บัวลอยยืนถือสากกะเบือคุมเชิงอยู่ห่างๆ ข่าวการเปิดร้าน "เจนนี่ ซาลอน (Jenny Salon)" แพร่กระจายไปทั่วหมู่บ้าน แต่แน่นอนว่า......

ตอนที่ 7: มหกรรมเมคโอเวอร์ และสมุดวาดเขียนของนายกล้ามโต

เช้าวันรุ่งขึ้น บ้านผู้ใหญ่สมหมายไม่เงียบเหงาอีกต่อไป จากเดิมที่เคยมีแต่เสียงไก่ขันและเสียงแม่บัวลอยบ่น วันนี้กลับคลาคล่ำไปด้วยชาวบ้านที่หอบหิ้วของฝากมาให้เต็มแคร่ไม้ไผ่ ทั้งกล้วยน้ำว้าเครือใหญ่ ข้าวต้มมัด มะละกอ และปลาส้ม "ป้าดติโถ... เมื่อคืนเจนนี่มันร้องเพลงม่วนหลาย! นึกว่าตั๊กแตน ชลดา มาเอง!" ป้าข้างบ้านชมเปาะ เจนนี่เดินลงมาจากบ้านในชุดคลุมนอนผ้าซาตินสีชมพูโอรส (พร้อมแว่นกันแดด เพราะหน้าสดคือความลับทางราชการ) เธอยิ้มรับคำชมอย่างนางงามมิตรภาพ "ขอบคุณค่าคุณน้าคุณอา... เจนนี่ก็แค่ทำเต็มที่เพื่อหมู่บ้านเราค่ะ" ท่ามกลางเสียงชื่นชม มีร่างเล็กๆ หลังค่อมๆ ของหญิงชราคนหนึ่งค่อยๆ แทรกตัวผ่านฝูงชนเข้ามา "ยายศรี" คุณยายวัย 80 กว่า ผู้เป็นตำนานแห่งการเคี้ยวหมาก...

บทที่ 8: รอยยิ้มใต้หน้ากากมาร

คืนต่อมา... ณ The Limbo บรรยากาศภายในบาร์คืนนี้ดูแตกต่างไปจากเดิมในความรู้สึกของริว เมื่อวานมันคือสรวงสวรรค์อันลึกลับ แต่วันนี้... มันคือ "กรงทอง" ที่สวยหรู ริวเดินผ่านประตูไม้บานใหญ่เข้ามาในมาดใหม่ เสื้อฮู้ดตัวเก่าถูกแทนที่ด้วยสูทกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มที่กานต์เนรมิตให้ ผมที่เคยยุ่งเหยิงถูกเซตเปิดหน้าผากเผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่เริ่มมีความมั่นใจ กลิ่นอายความขี้ขลาดหายไป เหลือเพียงความนิ่งลึกที่แฝงไปด้วยอันตราย... เพราะเขารู้ดีว่า "ใคร" เดินเคียงข้างเขาในเงามืด ทันทีที่ก้าวเข้ามา สายตาของริวก็ปะทะเข้ากับ "ผู้คุมกฎ" ชายร่างยักษ์ในชุดการ์ดสีดำสนิท ยืนกอดอกอยู่ที่มุมมืดของร้าน ใบหน้าเหี้ยมเกรียมมีรอยสักอักขระขอมเต็มลำคอ ที่เอวพกกระบองสั้นที่ลงอาคมสายดำเอาไว้... "เข้ม" หัวหน้าคุมร้านผู้ทำหน้าที่สะกดวิญญาณไม่ให้แตกแถว ริวสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลจากเข้ม...

บทที่ 7: ใบสั่งตายจากเงามืด

“เสี่ย... เสี่ยรงค์สั่งเก็บมึง! เพราะมึงรู้เรื่องทุจริต!” หัวหน้าแก๊งตะโกนเสียงสั่น ริวชะงักไปครู่หนึ่ง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน ความทรงจำของกานต์ที่ไหลเวียนอยู่ในหัวบอกว่า... มันไม่สมเหตุสมผล กานต์เป็นแค่นักศึกษาจบใหม่ที่บังเอิญเดินผ่านตรอกนั้น ไม่เคยไปรู้เห็นเรื่องธุรกิจอะไรของใคร เงาสีดำทมิฬที่ด้านหลังริวขยายใหญ่ขึ้น กานต์ในร่างวิญญาณแผ่รังสีอำมหิตกดดันจนอากาศรอบตัวหนักอึ้ง “มึงโกหก...” เสียงของกานต์ดังก้องผ่านริมฝีปากของริว “กูไม่รู้จักเสี่ยรงค์... กูไม่เคยรู้เรื่องทุจริต... บอกความจริงมา! ทำไมถึงเลือกกู!?” ริวกดปลายมีดลึกเข้าไปในแผลเดิมที่แก้ม เลือดสีสดไหลทะลัก หัวหน้าแก๊งกรีดร้องลั่น ดิ้นพราดด้วยความเจ็บปวดและความกลัวจับขั้วหัวใจ เมื่อเห็นว่าข้ออ้างเรื่องธุรกิจใช้ไม่ได้ผล มันจึงละล่ำละลักคายความจริงที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าออกมา “โอยยย! ยอมแล้ว! บอกแล้ว! ...ใบสั่ง! มันมีใบสั่งลงมา!” “ใบสั่งอะไร!?” “มาดาม...”...

Subscribe

- Never miss a story with notifications

- Gain full access to our premium content

- Browse free from up to 5 devices at once

Must read

spot_img