บรรยากาศในซอยเปลี่ยวเย็นยะเยือกขึ้นอย่างฉับพลัน อุณหภูมิลดฮวบจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ร่างของชายหัวหน้าแก๊งลอยคว้างอยู่กลางอากาศ เท้าลอยเหนือพื้นเกือบเมตร ดิ้นพราดๆ เหมือนปลาขาดน้ำ สองมือตะเกียกตะกายจับที่ลำคอตัวเอง พยายามแกะมือที่มองไม่เห็นออก ดวงตาของมันเบิกโพลงจนเส้นเลือดฝอยในตาแตก แดงก่ำด้วยความขาดอากาศหายใจและ… ความกลัว
“เฮ้ย! ลูกพี่! ม…มึงเป็นอะไร!?”
ลูกน้องอีกสองคนที่ยืนอยู่ข้างหลังตะโกนลั่นด้วยความตื่นตระหนก พวกมันมองไม่เห็น “มือ” ที่บีบคอหัวหน้า เห็นเพียงแค่หัวหน้าของพวกมันกำลังถูกยกขึ้นโดยอากาศธาตุ
“ย…ยิงมัน! ยิงไอ้เด็กเวรนั่น!” หัวหน้าแก๊งเค้นเสียงสั่งออกมาอย่างยากลำบาก ชี้นิ้วที่สั่นระริกมาทางริว
ลูกน้องคนหนึ่งตั้งสติได้ คว้าปืนพกไทยประดิษฐ์ออกมาจากเอว เล็งกระบอกปืนสีดำมะเมื่อมมาที่กลางหน้าผากของริว “ตายซะมึง!”
ปัง!
เสียงปืนดังสนั่นซอย ริวหลับตาปี๋ตามสัญชาตญาณ
เคร้ง!
เสียงโลหะกระทบกันดังก้อง… แต่ไม่มีความเจ็บปวด ริวลืมตาขึ้นช้าๆ ภาพตรงหน้าทำให้เขาลืมหายใจ กระสุนปืนลูกตะกั่วไม่ได้เจาะเข้าที่กะโหลกของเขา แต่มันหยุดนิ่งอยู่กลางอากาศ ห่างจากใบหน้าเขาเพียงคืบ ราวกับชนเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็น ก่อนจะร่วงตกลงพื้นเสียงดัง แก๊ง…
เงาสีดำทมิฬที่ทอดตัวยาวเหยียดมาจากเท้าของริว เริ่มบิดเบี้ยวและก่อตัวเป็นรูปร่าง มันยืดขยายขึ้นจากพื้นดิน โอบล้อมรอบตัวริวไว้เหมือนเกราะกำบัง รูปร่างของเงานั้นคล้ายกับปีกนกขนาดมหึมาที่กางออกเพื่อปกป้อง
“บังอาจ…”
เสียงคำรามต่ำลึกไม่ได้ดังมาจากปากของริว แต่มันดังก้องอยู่ในหัวของทุกคนในบริเวณนั้น เป็นเสียงที่เย็นยะเยือกเหมือนเสียงลมหวีดหวิวในป่าช้า เงานั้นพุ่งวูบออกจากตัวริว แยกออกเป็นสองสายราวกับงูยักษ์ พุ่งเข้าใส่ลูกน้องทั้งสองคนด้วยความเร็วที่ตามองไม่ทัน
“อ๊ากกกก!!!”
ลูกน้องคนที่ยิงปืนร้องเสียงหลง เมื่อเงาสีดำรัดพันรอบข้อมือข้างที่ถือปืน ก่อนจะบิดอย่างแรง กร๊อบ! เสียงกระดูกข้อมือหักสะบั้นดังชัดเจน ปืนร่วงลงพื้นพร้อมกับมือที่บิดงอผิดรูป มันลงไปนอนดิ้นพราดด้วยความเจ็บปวด
ลูกน้องอีกคนเห็นท่าไม่ดี ทิ้งมีดแล้วหันหลังวิ่งหนีสุดชีวิต “ผีหลอก! ช่วยด้วยโว้ยยย!”
แต่มันวิ่งไปได้ไม่ถึงสามก้าว เงาสีดำอีกสายก็พุ่งไปดักหน้า ก่อตัวเป็นกำแพงสูงทะมึน ก่อนจะเปลี่ยนรูปร่างเป็นมือขนาดใหญ่ ตบเข้าที่ลำตัวของมันเต็มแรง
ผัวะ!
ร่างของชายฉกรรจ์ปลิวไปกระแทกกับกำแพงตึกอย่างแรงจนผนังปูนร้าว เลือดกระอักออกมาคำโต ร่างกายร่วงลงมากองกับพื้นแน่นิ่งไป
ริวยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยหัวใจที่เต้นแรงจนเจ็บหน้าอก ความกลัวยังมีอยู่ แต่ความรู้สึกที่เหนือกว่านั้นคือ… ความสะใจ ความโกรธแค้นที่ถูกกดทับมาตลอดหนึ่งปี ระเบิดออกมาพร้อมกับพลังของกานต์ ริวรู้สึกได้ถึงความเชื่อมโยง… ความโกรธของกานต์ไหลผ่านเส้นเลือดของเขา ความต้องการฆ่าของกานต์สะท้อนอยู่ในใจเขา
ร่างวิญญาณของ กานต์ ค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้นซ้อนทับด้านหลังของริว กานต์ในร่างวิญญาณตอนนี้ดูน่ากลัวกว่าตอนอยู่ในบาร์ร้อยเท่า ดวงตาสีดำสนิทไม่มีแววตามนุษย์ รอยสักรูปปีกนกที่คอเปล่งแสงสีแดงเลือดจางๆ
กานต์โอบกอดริวจากด้านหลัง มือข้างหนึ่งของกานต์ซ้อนทับกับมือของริว แล้วยกขึ้นชี้ไปที่หัวหน้าแก๊งที่ยังลอยคว้างอยู่
“เอามันลงมา…” ริวพูดตามเสียงกระซิบในหัว
ตุบ!
ร่างของหัวหน้าแก๊งร่วงกระแทกพื้นอย่างแรง มันไอโขลกๆ รีบสูดอากาศเข้าปอด แต่ยังไม่ทันได้ลุกหนี รองเท้าผ้าใบเก่าๆ ของริวก็เหยียบลงที่กลางอกของมัน
“ม…มึง… มึงเป็นตัวอะไร…” หัวหน้าแก๊งถามเสียงสั่น เงยหน้ามองริวด้วยสายตาหวาดกลัวสุดขีด
แต่ภาพที่มันเห็นไม่ใช่ริว… ภาพที่ซ้อนทับอยู่บนใบหน้าของริว คือใบหน้าของชายหนุ่มที่มันเคยฆ่าเมื่อปีก่อน… ชายหนุ่มที่กำลังแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม เลือดไหลอาบหน้า
“จำกูไม่ได้เหรอ?” เสียงของริวและกานต์ประสานกันดังก้อง
หัวหน้าแก๊งเบิกตาถลน “… เป็นไปไม่ได้… มึงตายไปแล้ว! กูแทงมึงกับมือ!”
“ใช่… มึงฆ่ากู”
ริว (ที่ถูกกานต์ชักใย) ก้มลงหยิบมีดพกที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา ใบมีดวาววับสะท้อนแสงไฟถนน กานต์บังคับมือริวให้หมุนมีดเล่นอย่างชำนาญ
“กูตายทรมานมากนะ…” ริวพูดเสียงเรียบ แต่แววตาอำมหิต “คืนนั้นฝนตก… หนาว… เจ็บ… มึงจำได้ไหมว่ามึงแทงกูไปกี่แผล?”
“กูขอโทษ! อย่าฆ่ากู! กูแค่ทำตามคำสั่ง!” มันยกมือไหว้ปลกๆ ฉี่ราดรดกางเกงด้วยความกลัว
“คำสั่งใคร?” ริวตวาดถาม ปลายมีดจ่อที่ลูกตาของมัน
“เสี่ย… เสี่ยรงค์! เสี่ยรงค์สั่งเก็บมึง!”
“ฝากไปบอกไอ้เสี่ยรงค์…” ริวกดปลายมีดลงกรีดที่แก้มของมันช้าๆ เป็นทางยาว เลือดสดๆ ไหลทะลัก “ว่าคนที่มันฆ่า… กำลังจะกลับไปหามัน”
ฉึก!
ริวแทงมีดลงไปที่ไหล่ขวาของมัน ปักตรึงร่างนั้นไว้กับพื้นถนน เสียงร้องโหยหวนดังลั่นซอย ริวปล่อยมือจากด้ามมีด แล้วถอยหลังออกมา
นี่เขา… เพิ่งทำอะไรลงไป? เขาแทงคน… เขาขู่ฆ่า… เขาใช้พลังปีศาจ



