admin

spot_img

ตอนที่ 15: เมื่อ ‘ประธานชมรมวารสาร’ กลายเป็น ‘เชียร์ลีดเดอร์’ จำเป็น

๑๕ กันยายน ๒๕๖๒ ร่างกายผมฟื้นตัวจากการนอนโรงพยาบาลได้สักพักแล้วครับ แต่สิ่งที่ยังไม่ฟื้นคือความสัมพันธ์ระหว่างผมกับจิณณ์ ผมได้ยินมาจากไอ้ตั้มว่า ช่วงนี้จิณณ์ซ้อมบาสหนักจนดูเหมือนเครื่องจักร เขาไม่ยิ้ม ไม่คุย และชูตลูกลงห่วงแบบไร้วิญญาณ ผมต้องทำอะไรสักอย่าง... และคนอย่างผม ถ้าจะทำ มันต้อง "ไปให้สุด" ✍️ บันทึกหน้าที่ ๒๒: ปฏิบัติการกอบกู้หัวใจ (ที่แลกด้วยศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มี) "มึงเอาจริงเหรอไอ้พีท?" ก้อยถามเสียงสูงปรี๊ด มือที่ถือแปรงแต่งหน้าสั่นระริก "มึงเนี่ยนะ จะใส่ชุดนี้ลงไปกลางสนาม?" "เออ... ถ้าทำแค่เขียนจดหมาย เขาก็คงขยำทิ้ง" ผมส่องกระจก...

ตอนที่ 14: สภาวะสูญญากาศ และร่างกายที่ประท้วงความเสียใจ

๒ กันยายน ๒๕๖๒ หนึ่งสัปดาห์แล้วครับที่ผมไม่ได้ยินเสียงลูกบาสกระทบพื้นโรงยิม และหนึ่งสัปดาห์แล้วที่ผมไม่ได้เห็นรอยยิ้มลักยิ้มบุ๋มข้างแก้มของจิณณ์... โลกของผมตอนนี้เหมือนถูกกดปุ่ม Mute ทุกอย่างกลายเป็นภาพนิ่งที่มีเพียงเสียงเปิดหน้ากระดาษวิชาเคมี และเสียงเข็มนาฬิกาที่เดินไปอย่างเนิบนาบ ✍️ บันทึกหน้าที่ ๒๐: เมื่อ ‘คนเก่ง’ ของแม่... กำลังจะพัง จิณณ์ทำตามที่ผมบอกจริงๆ ครับ เขาหายไปจากวงจรชีวิตของผมอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีการดักรอที่หน้าห้องศิลปะ ไม่มีนมกล่องวางบนโต๊ะ และไม่มีแม้แต่การกดไลก์ในโซเชียลมีเดีย ทุกอย่างสะอาดตา... แต่ข้างในใจผมมันรกชัฏไปด้วยความโหยหา "พีท... มึงกินข้าวบ้างเถอะ กูขอร้อง" ก้อยพูดเสียงสั่นขณะมองดูผมที่นั่งตาลอยอยู่หน้าจานข้าวในโรงอาหาร...

ตอนที่ 13: กำแพงกระจก และคำพูดที่ไม่มีเสียง

๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๒ ถ้าความสุขเมื่อวานคือยอดคลื่นที่ซัดขึ้นไปสูงที่สุด... วันนี้ก็คงเป็นจังหวะที่คลื่นลูกนั้นถดถอยกลับลงสู่ทะเลกว้าง ทิ้งไว้เพียงทรายที่ชื้นแฉะและความว่างเปล่า ✍️ บันทึกหน้าที่ ๑๘: เมื่อ ‘ความหวัง’ ปะทะ ‘ความกตัญญู’ เช้านี้บรรยากาศในบ้านเงียบสนิทจนน่ากลัวครับ พ่อออกไปทำงานตั้งแต่เช้ามืด เหลือเพียงผมกับแม่ที่นั่งเผชิญหน้ากันบนโต๊ะอาหาร แม่ไม่ได้ดุด่า ไม่ได้อาละวาดเหมือนวันก่อน ท่านเพียงแค่เลื่อนแท็บเล็ตที่เปิดรูปถ่ายเมื่อวานให้ผมดู... รูปที่จิณณ์กำลังพยุงผมอยู่ข้างสนามบาส ท่าทางของเราสองคนในรูปนั้น มันดู "เกินกว่ารุ่นพี่รุ่นน้อง" อย่างที่ใครก็ปฏิเสธไม่ได้ "พีท... แม่คุยกับพ่อแล้วนะ" แม่พูดเสียงเรียบแต่หนักแน่น "ถ้าแกยังจัดการความรู้สึกตัวเองไม่ได้...

ตอนที่ 12: กีฬาสีสีเลือด (หมู) และอาการ “หวง” ออกสื่อ

๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๒ งานกีฬาสีที่โรงเรียนปีนี้ดูจะคึกคักเป็นพิเศษครับ โดยเฉพาะในกลุ่มคณะสี "อัคนีบริพัตร" หรือสีแดงเลือดหมูของผม กับสีน้ำเงินของจิณณ์ที่ดูเหมือนจะเป็นคู่ปรับกันในทุกๆ สนาม แต่ในสนามใจ... ผมว่าผมกำลังเสียหลักครับ ✍️ บันทึกหน้าที่ ๑๖: เมื่อเด็กแว่นกลายเป็น "หนุ่มวิ่งผลัด" ใครจะไปเชื่อครับว่า "พีทคนอ้วน" ในวันนั้น จะกลายมาเป็น "พี่พีทคนฮอต" ในวันนี้ เพราะผลจากการวิ่งลดน้ำหนักและดูแลตัวเองมาหลายเดือน ร่างกายผมตอนนี้ดูสมส่วนขึ้นมาก ผิวพรรณก็ดูสดใสจนก้อยถึงกับจับผมไปแต่งหน้าทำผมเพื่อลงแข่งวิ่งผลัด ๔x๑๐๐ เมตร...

ตอนที่ 11: ปฏิบัติการ “ง้อ” ฉบับนักบาส กับแผนสำรองของก๊วนเพื่อนซี้

๕ สิงหาคม ๒๕๖๒ หลังจากเหตุการณ์ "ระเบิดลง" ที่โรงอาหารวันนั้น บรรยากาศระหว่างผมกับจิณณ์ก็ตึงเครียดอย่างกับสายกีตาร์ที่ตั้งสายเพี้ยนครับ ผมพยายามหลบหน้าเขาชนิดที่ว่าถ้าเดินไปเจอจิณณ์ที่ทางเดิน ผมพร้อมจะกระโดดเข้าถังขยะหรือแฝงตัวไปกับกำแพงทันที ✍️ บันทึกหน้าที่ ๑๔: เมื่อความเงียบถูกทำลายด้วย "โพสต์อิท" "มึงจะหลบเขาไปถึงชาติหน้าเลยไหมไอ้พีท?" ก้อยถามพลางดูดชานมไข่มุกดัง จ๊วบ "น้องมันหน้าจ๋อยจนจะกลายเป็นปลาทองขาดน้ำอยู่แล้วนะนั่น" "กูไม่ได้หลบ... กูแค่... ใช้เส้นทางเลี่ยงเมือง" ผมตอบอ้อมแอ้ม ขณะที่กำลังก้มหน้ากวมุดเข้าไปใต้โต๊ะเพื่อเก็บปากกาที่แกล้งทำตก เพราะเห็นเงาสูงๆ ของใครบางคนเดินผ่านห้องเรียนไป แต่ดูเหมือนจิณณ์จะไม่ได้ยอมแพ้ง่ายๆ ครับ เขาเริ่มปฏิบัติการ "รุกเงียบ"...

ตอนที่ 10: แรงเสียดทานที่มองไม่เห็น กับความเงียบที่ตะโกนก้อง

๑ สิงหาคม ๒๕๖๒ เดือนใหม่เริ่มขึ้นพร้อมกับความอึดอัดที่ทวีคูณครับ ผมเริ่มชินกับการใช้ชีวิตแบบ ‘สายลับ’ ที่ต้องคอยหลบสายตาคนของแม่ (ซึ่งผมสงสัยว่าเป็นป้าแม่บ้านที่รู้จักกับแม่) พร้อมกับต้องคอยปั้นหน้าให้ปกติที่สุดยามอยู่ต่อหน้าจิณณ์ แต่วันนี้... กำแพงที่ผมสร้างไว้มันเริ่มสั่นคลอนจนเกือบพังทลาย ✍️ บันทึกหน้าที่ ๑๒: เมื่อ ‘ความหวังดี’ กลายเป็น ‘ความกดดัน’ เช้านี้ที่โรงอาหาร บรรยากาศจอแจเหมือนทุกวัน ผมนั่งเขี่ยข้าวมันไก่ (แบบไม่เอาหนัง) อยู่กับตั้มและก้อย ความซูบผอมลงของผมเริ่มสังเกตได้ชัดจนก้อยต้องแอบยัดน่องไก่มาให้ในจาน “มึงกินเข้าไปบ้างเหอะไอ้พีท หน้ามึงจะกลายเป็นกระดาษเอสี่อยู่แล้ว” ก้อยบ่นพลางทำหน้ายักษ์ “ไอ้ที่ว่าเปลี่ยนตัวเองให้ดูดีน่ะ...

ตอนที่ 9: หน้ากากที่ประณีตที่สุด และความลับใต้รอยยิ้ม

๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒ แก้มข้างซ้ายของผมยังคงรู้สึกระบมจางๆ แต่มันไม่เจ็บเท่าความรู้สึก 'ข้างใน' ที่ดูเหมือนจะแหลกเป็นผงไปแล้ว ผมมองตัวเองในกระจกเช้านี้ พยายามแต่งหน้ากลบรอยช้ำบางๆ และจัดทรงผมให้ดูดีที่สุด หน้ากากของความเข้มแข็งถูกสวมทับลงไปอย่างแนบเนียน ✍️ บันทึกหน้าที่ ๑๐: การแสดงระดับรางวัลตุ๊กตาทอง "พีท... กินข้าว" เสียงแม่เรียกจากข้างล่างดูเย็นชากว่าปกติ ท่านไม่ได้ขอโทษเรื่องเมื่อคืน และผมก็ไม่ได้พูดอะไร เราต่างทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่มันคือสงครามเย็นที่กรีดใจผมจนเหวอะหวะ ผมเดินออกจากบ้านด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง แต่พอเห็นหน้าไอ้ตั้มกับก้อยที่ยืนรออยู่หน้าปากซอย ผมก็ต้องปั้นหน้ายิ้ม "เฮ้ย เป็นไงมึง? หน้าซีดๆ นะ"...

Subscribe

- Never miss a story with notifications

- Gain full access to our premium content

- Browse free from up to 5 devices at once

Must read

spot_img