HomeChapterตอนที่ 15: เมื่อ 'ประธานชมรมวารสาร' กลายเป็น 'เชียร์ลีดเดอร์' จำเป็น

ตอนที่ 15: เมื่อ ‘ประธานชมรมวารสาร’ กลายเป็น ‘เชียร์ลีดเดอร์’ จำเป็น

๑๕ กันยายน ๒๕๖๒

ร่างกายผมฟื้นตัวจากการนอนโรงพยาบาลได้สักพักแล้วครับ แต่สิ่งที่ยังไม่ฟื้นคือความสัมพันธ์ระหว่างผมกับจิณณ์ ผมได้ยินมาจากไอ้ตั้มว่า ช่วงนี้จิณณ์ซ้อมบาสหนักจนดูเหมือนเครื่องจักร เขาไม่ยิ้ม ไม่คุย และชูตลูกลงห่วงแบบไร้วิญญาณ

ผมต้องทำอะไรสักอย่าง… และคนอย่างผม ถ้าจะทำ มันต้อง “ไปให้สุด”

✍️ บันทึกหน้าที่ ๒๒: ปฏิบัติการกอบกู้หัวใจ (ที่แลกด้วยศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มี)

“มึงเอาจริงเหรอไอ้พีท?” ก้อยถามเสียงสูงปรี๊ด มือที่ถือแปรงแต่งหน้าสั่นระริก “มึงเนี่ยนะ จะใส่ชุดนี้ลงไปกลางสนาม?”

“เออ… ถ้าทำแค่เขียนจดหมาย เขาก็คงขยำทิ้ง” ผมส่องกระจก มองตัวเองในชุด ‘มาสคอต’ ของโรงเรียนที่เป็นรูปเจ้ากระรอกอ้วนกลม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำชมรมกองเชียร์ แต่ที่เด็ดกว่านั้นคือ… ผมสั่งทำป้ายไฟอันเล็กๆ ซ่อนไว้ข้างใน


[ความวุ่นวายกลางเวลาพักครึ่ง]

วันนี้มีการแข่งขันบาสเกตบอลกระชับมิตรระหว่างโรงเรียนครับ จิณณ์กำลังลงแข่ง ท่ามกลางเสียงเชียร์กระหึ่ม ผมในชุดมาสคอตกระรอกอ้วนท้วนยืนอยู่ขอบสนาม เหงื่อไหลโชกอยู่ข้างใน แต่หัวใจมันฮึดสู้ยิ่งกว่าตอนวิ่งผลัด

พอถึงช่วงพักครึ่ง… นาทีทองของผมมาถึงแล้วครับ

จิณณ์กำลังนั่งพักที่ม้านั่งข้างสนาม เขาเอาผ้าขนหนูคลุมหัวไว้ ไม่สนใจใครทั้งนั้น ผมเดินอุ้ยอ้ายเข้าไปหาเขา ท่ามกลางสายตาขบขันของคนทั้งสนาม ‘เจ้ากระรอก’ ตัวนี้เริ่มเต้นท่าประหลาดๆ เรียกเสียงฮาจากคนดู แต่จิณณ์ยังคงนิ่ง

ผมตัดสินใจ… ทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด

ผมถอด ‘หัวมาสคอต’ ออกกลางสนาม!

เสียงฮือฮาดังลั่นโรงยิม เมื่อภาพที่ปรากฏคือพี่พีท ประธานชมรมวารสารสุดเนี้ยบที่กำลังหน้าแดงก่ำ เหงื่อท่วมหัว แต่ออกมาทำท่าเต้นตลกๆ จิณณ์เงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจ ผ้าขนหนูเลื่อนหลุดจากไหล่

“พี่พีท? ทำอะไรของพี่เนี่ย?” จิณณ์อุทานออกมา

ผมไม่ตอบ แต่ผมชูป้ายไฟที่เตรียมมา มันเป็นข้อความสั้นๆ ที่ผมตั้งใจเขียนมากที่สุดในชีวิต: [ ที่บอกว่าสงสาร… พี่โกหก! จริงๆ คือ ‘รักชิบหาย’ เลยครับ ]

คำหยาบคายครั้งแรกที่ผมพูดออกสื่อ (ผ่านป้ายไฟ) ทำให้คนทั้งโรงยิมนิ่งเงียบไปสามวินาที ก่อนจะมีเสียงกรี๊ดและเสียงเชียร์ระเบิดขึ้นจนแสบแก้วหู


[วินาทีที่น้ำแข็งละลาย]

จิณณ์ลุกขึ้นเดินตรงมาหาผมกลางสนาม สายตาที่เคยเย็นชาตอนนี้กลับสั่นไหวอย่างรุนแรง เขาหยุดยืนตรงหน้าผมที่ยังสวมชุดมาสคอตตัวอ้วนกลม

“พี่พีท… พี่รู้ไหมว่าพี่ทำอะไรลงไป?” เขาถามเสียงต่ำ

“รู้… พี่ทำลายภาพพจน์ประธานชมรมฯ ไปแล้ว” ผมตอบพลางหอบ “แต่พี่ไม่อยากเสียจิณณ์ไปเพราะคำโกหกเฮงๆ ของพี่อีกแล้ว พี่รักจิณณ์นะ… รักมาตลอดสามปีที่ผ่านมาเลย”

จิณณ์ไม่รอให้ผมพูดจบ เขาคว้าตัวเจ้ากระรอกอ้วนกลมเข้าไปกอดแน่นกลางสนามบาส! ความอ้วนของชุดมาสคอตทำให้กอดกันลำบาก แต่มันเป็นอ้อมกอดที่อุ่นที่สุดเท่าที่ผมเคยได้รับ

“พี่มันบ้า…” จิณณ์กระซิบข้างหู “แต่ผมก็รักคนบ้าอย่างพี่ที่สุดเลยว่ะ”

เสียงนกหวีดหมดเวลาพักครึ่งดังขึ้น จิณณ์ผละออกแล้วยิ้มจนลักยิ้มบุ๋มลงไปลึกกว่าเดิม “พี่ไปนั่งรอผมข้างสนามนะ แข่งจบแล้ว… เรามีเรื่องต้องคุยกันยาว”


[บทเรียนของความกล้า]

คืนนั้นผมกลับบ้านมาด้วยความรู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่ แม่ที่เห็นข่าว (ผ่านเพจโรงเรียน) ไม่ได้ดุด่าอะไร ท่านเพียงแต่ยิ้มบางๆ แล้วส่งน้ำแข็งประคบหน้าให้เพราะผมหน้าแดงจากความร้อนในชุดมาสคอต

✍️ บันทึกหน้าที่ ๒๓: แต้มนำที่สวยงามที่สุด

วันนี้ผมเสียศักดิ์ศรีไปเยอะครับ… แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือ ‘ความจริง’ ที่ไม่ต้องซ่อนไว้อีกต่อไป จิณณ์กลับมาเป็นคนเดิมของพี่แล้ว… ไม่สิ เขาดีกว่าเดิมอีก

ขอบคุณความบ้าของตัวเอง และขอบคุณที่โลกนี้มีชุดมาสคอตกระรอกนะครับ

ปล. จิณณ์บอกว่าคืนนี้จะคอลมาหา… ผมควรจะใส่แว่น หรือไม่ใส่แว่นดีนะ? (ก้อยบอกว่าใส่แว่นแล้วดูเหมือนแมวน้อยดี… งั้นใส่แว่นละกัน!) 🧡👓

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments