เช้าวันเสาร์ที่ควรจะสงบสุข…
บรื้นนนน! เสียงมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ของ พี่ภูผา คำรามเข้ามาจอดหน้าบ้าน แต่วันนี้พี่แกไม่ได้มาคนเดียว… บนถังน้ำมันมีก้อนกลมๆ ใส่หมวกกันน็อคใบจิ๋วนั่งแปะอยู่ด้วย
“ไอ้ทิง! ไอ้สะใภ้! ออกมารับของหน่อย!”
พี่ภูผาอุ้มเด็กผู้ชายวัยประมาณ 3 ขวบ หน้าตาถอดแบบพี่น้องคู่นี้มาเด๊ะๆ ส่งใส่ในอ้อมแขนผม “นี่ ‘เจ้าเสือ’ ลูกบุญธรรมกูเอง วันนี้กูมีธุระด่วนฝากเลี้ยงวันนึง ห้ามทำหล่น ห้ามให้กินของแปลก ไปล่ะ!”
ฟิ้วววว! สั่งจบปุ๊บบิดรถหนีหายไปทันที ทิ้งผมยืนอุ้มเด็กที่กำลังทำหน้านิ่งจ้องหน้าผมอยู่
“แอะ… อาทิง! ยักษ์!” เจ้าเสือทักทาย
“โอ้! เจ้าเสือน้อย!” กระทิงรีบคว้าหลานไปอุ้มชูขึ้นฟ้าอย่างตื่นเต้น “ไม่ได้เจอกันนาน ตัวหนักขึ้นนะเรา! กินหินเข้าไปเหรอ?”
🍼 ภารกิจที่ 1: มื้อเที่ยงมหาประลัย
เที่ยงวันนั้น… ห้องครัวกลายเป็นสมรภูมิรบ ผมพยายามป้อนข้าวผัดให้เจ้าเสือแต่เด็กน้อยสะบัดหน้าหนี “ม่ายอาว! อยากกินกล้วย! กล้วยยยย!”
กระทิงเดินเข้ามาพร้อมกล้วยน้ำว้าทั้งหวี “อยากกินกล้วยเหรอจ๊ะหลาน? ต้องโชว์ความแข็งแกร่งก่อน! ดูอาเป็นตัวอย่างนะ!”
กระทิงปอกกล้วยเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ แล้วเบ่งกล้ามแขนโชว์ ปึ้ด! “เห็นไหม? กินกล้วยแล้วจะมีลูกหนูวิ่งบนแขน!”
เจ้าเสือตาโต รีบตักข้าวเข้าปากเคี้ยวแก้มตุ่ยแล้วพยายามเบ่งแขนเล็กๆ บ้าง “อึ๊บบบบ! …อาทิง! ลูกหนูมายัง!?”
“มาแล้วจ้ะ! นี่ไงตัวเป้งเลย!” กระทิงจิ้มแขนนิ่มๆ ของหลาน เออแฮะ… วิธีเลี้ยงเด็กสไตล์คนป่ามันก็ได้ผลเหมือนกันนะเนี่ย
🧗♂️ ภารกิจที่ 2: สนามเด็กเล่น (ที่อันตรายที่สุดในโลก)
ผมเผลอหลับไปงีบเดียว ตื่นมาหัวใจแทบหยุดเต้น! กระทิงกำลังห้อยโหนตัวอยู่บนโคมไฟระย้ากลางห้องรับแขก และเจ้าเสือกำลังเกาะหลังกระทิงแน่นเหมือนลูกลิงเกาะแม่!
“วู้ววว! บินเลยอาทิง! บินนน!”
“ลงมาเดี๋ยวนี้!!!” ผมตะโกนลั่นบ้าน
กระทิงค่อยๆ ไต่ลงมาทำหน้าจ๋อย “ข้าแค่พาหลานออกกำลังกาย… พื้นมันน่าเบื่อ ข้างบนวิวสวยกว่า”
“วิวสวยพ่อง! ถ้าตกลงมาแข้งขาหักจะทำยังไง! แล้วโคมไฟแม่กูเนี่ย!”
ผมดุไปชุดใหญ่ ทั้งอาทั้งหลานนั่งคุกเข่าสำนึกผิดคู่กันหน้าตาสลดเหมือนกันเปี๊ยบ เจอลูกอ้อนแพ็คคู่แบบนี้… ใครจะโกรธลงวะ!
🛁 ภารกิจที่ 3: อาบน้ำปราบเซียน
ภารกิจสุดท้ายคือการจับลิงสองตัวอาบน้ำในอ่างที่เต็มไปด้วยฟองสบู่ ผมต้องนั่งขอบอ่างคอยขัดขี้ไคลให้ทั้งตัวเล็กตัวใหญ่
“อาวินเป็นแฟนอาทิงเหรอ?” เจ้าเสือถามตาแป๋ว “งั้นอาวินก็เป็น ‘แม่’ ของเสือด้วยสิ? ป้อภูบอกว่าเมียอาทิงก็คือแม่!”
“แค่กๆ!” ผมสำลัก “ไม่ใช่ลูก! เป็นอาวินเฉยๆ!”
กระทิงหัวเราะร่า ดึงผมลงไปกอดจนเปียกปอน “ใช่แล้วจ้ะหลานรัก! อาวินคือแม่ทูนหัวของพวกเรา! …ลูกพี่จ๊ะ หลานอยากได้น้องนะ เรามาช่วยกัน ‘เสกน้อง’ เข้าท้องลูกพี่กันเถอะ!”
🛌 บทส่งท้าย: ครอบครัวในอนาคต
ค่ำคืนนั้น หลังจากพี่ภูผามารับเจ้าเสือกลับไป เรานอนกอดกันบนเตียง กระทิงดูเหนื่อยแต่มีความสุข “ลูกพี่จ๊ะ… วันนี้สนุกจังเลยนะ ถ้าเรามีลูกกันจริงๆ ข้าจะสอนลูกปีนต้นมะพร้าวตั้งแต่อนุบาลเลย”
“เพ้อเจ้อ…” ผมดีดหน้าผากมันเบาๆ “แต่ก็… ขอบใจนะ วันนี้มึงทำหน้าที่ได้ดีมาก”
“งั้น…” กระทิงขยับตัวขึ้นมาทาบทับผม สายตาเจ้าเล่ห์กลับมาอีกครั้ง “พ่อเสือซ้อมเลี้ยงลูกเสร็จแล้ว… ตอนนี้พ่อเสือหิว ‘แม่เสือ’ แล้วจ้ะ… ขอกินตับแม่เสือเป็นรางวัลหน่อยนะจ๊ะ?”
“ไอ้ทิง! พรุ่งนี้กูมีประชุมเช้า!”
“ประชุมเช้า… งั้นเราก็ทำกันถึงแค่ ‘ตีสี่’ ก็พอจ้ะ!”
พรึ่บ! ไฟหัวเตียงดับลง… และนั่นคือบทสรุปของตำนานรักวุ่นๆ ของ “เด็กดอยป่วนกรุง” และ “วิศวะหนุ่มหน้าตี๋” ที่จะครองรัก (และตีกัน) ตลอดไป…
[บริบูรณ์]



