HomeBL NovelThe Werewolf Story ภาค สาปสมิงพรางใจ

The Werewolf Story ภาค สาปสมิงพรางใจ

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ส่วนหนึ่งส่วนใดของหนังสือเล่มนี้ก่อนได้รับอนุญาตอย่างเป็นลายลักษณ์อักษณ์จากผู้เขียน ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์

ติดต่อ ติชม แนะนำ Email: yflixth@gmail.com

ตอนทั้งหมด

บทนำ : ลางร้ายปลายน้ำ

พุทธศักราช ๒๔xx (ช่วงต้นรัชกาลที่ ๖) ณ ท่าเรือปากเพรียว จังหวัดสระบุรี

สายลมร้อนอบอ้าวพัดกรรโชกมาตามลำน้ำป่าสัก หอบเอากลิ่นดินแห้งแล้งและกลิ่นควันไฟจากการเผาป่าลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ แสงตะวันยามบ่ายคล้อยเริ่มทอแสงเป็นสีส้มแก่ อาบไล้ผิวน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากให้ดูราวกับสายเลือดที่กำลังสูบฉีด

“กลับเถอะขอรับคุณพุ่ม! ข้าไหว้ล่ะ เชื่อข้าเถอะ ที่นั่นมันไม่ใช่ที่เที่ยวเล่นสำหรับผู้ดีตีนแดงๆ อย่างพวกท่าน!”

เสียงร้องโวยวายของ ผู้ใหญ่บ้าน ดังแข่งกับเสียงน้ำ เขาเป็นชายชราผิวเกรียมแดดที่ยืนขวางทางลงเรือด้วยท่าทีตื่นตระหนก มือไม้สั่นเทาชี้กราดไปทางทิศเหนือ ทิศที่ทิวเขาดงพญาไฟตั้งตระหง่านเสียดฟ้า ซ่อนตัวอยู่ในม่านหมอกสีทึม

“ผู้ใหญ่ก็พูดเกินไป” คุณพุ่ม ชายหนุ่มร่างโปร่งบางในชุดเสื้อราชปะแตนสีครีมสะอาดตา เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงความดื้อรั้น ใบหน้าขาวผ่องแบบลูกผู้ดีชาวกรุงระบายยิ้มบางๆ “กระผมแค่อยากจะล่องเรือขึ้นไปดูป่าต้นน้ำ ไปหาแรงบันดาลใจเขียนหนังสือสักหน่อย ไม่ได้จะไปรบราฆ่าฟันกับใครเสียหน่อย”

“หนังสือหนังหาอะไรกันเล่าคุณ!” ผู้ใหญ่บ้านตบเข่าฉาด “ป่าแถวนั้นมันป่าปิด! ชาวบ้านเขาลือกันให้แซ่ดว่า ‘ไอ้ลายพาดกลอน’ มันกำลังดุ! เดือนนี้ศพที่สามแล้วนะขอรับที่ถูกลากไปกินเหลือแต่ไส้!”

“พอเถอะลุง” ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบตำรวจสีกากี หลวงเทพ ก้าวเข้ามาแทรก เอามือแตะซองปืนที่เอวอย่างมั่นใจ “ข้าเตรียมปืนคาบศิลามาแล้ว ปืนพกฝรั่งก็มี ถ้าเสือมันกล้าโผล่หัวมา ข้าจะยิงเอาหนังมันมาปูพื้นเรือนเสียเลย… พุ่มมันอยากไป ก็ให้มันไปเถอะ ข้าดูแลเพื่อนข้าได้”

“แต่ปัญหาคือ… ไม่มีใครกล้าแจวเรือไปส่งพวกท่านนี่สิขอรับ” ผู้ใหญ่บ้านส่ายหน้า “คนแถวนี้เขารู้กิตติศัพท์ ‘คุ้งน้ำวน’ ตรงนั้นดี… เขาว่ากันว่า ใครหลงเข้าไป ไม่เคยได้กลับออกมา ถ้าไม่ตายเพราะไข้ป่า ก็โดน ‘ผีเจ้าที่’ บังตาจนหาทางกลับไม่เจอ”

คุณพุ่มถอนหายใจยาว เริ่มถอดใจ “ถ้าไม่มีเรือจ้าง… เราคงต้องกลับพระนครมือเปล่าจริงๆ หรือนี่?”

ทันใดนั้น… เงาร่างหนึ่งที่นั่งนิ่งเงียบอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ริมท่าน้ำ ก็ค่อยๆ ขยับตัว

“ข้าจะไป…”

เสียงทุ้มต่ำ แหบพร่า แต่น่าเกรงขามดังขึ้น เรียกสายตาของทุกคนให้หันไปมอง ชายหนุ่มรูปร่างกำยำล่ำสัน ผิวสีทองแดงกรำแดดกรำฝน นั่งชันเข่าพิงโคนไม้ สวมเพียงกางเกงขาก๊วยเก่าๆ และผ้าขาวม้าคาดเอว ผมยาวระต้นคอที่ยุ่งเหยิงปรกหน้าปรกตา ทำให้มองเห็นใบหน้าไม่ชัดเจน

แต่สิ่งที่ทะลุผ่านม่านผมลงมา… คือ ดวงตา ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่ดูดุดันและว่างเปล่า ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังซุ่มมองเหยื่อ

“เอ็ง… ไอ้กล้า รึ?” ผู้ใหญ่บ้านร้องทัก “เอ็งจะไปรึ? เอ็งบ้าไปแล้วหรือไง นั่นมันดงผีนะเว้ย!”

ชายหนุ่มที่ชื่อ กล้า ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยแผลเป็นประปราย ทำให้หลวงเทพที่ว่าตัวโตแล้ว ยังต้องแหงนหน้ามองเล็กน้อย กล้าไม่ตอบผู้ใหญ่บ้าน แต่เดินตรงดิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าคุณพุ่ม

กลิ่น… พุ่มได้กลิ่นประหลาดจากตัวชายคนนี้ ไม่ใช่กลิ่นเหม็นเหงื่อไคลแบบกรรมกรทั่วไป แต่เป็นกลิ่นดิน กลิ่นใบไม้ และกลิ่นสาบจางๆ ที่ชวนให้รู้สึกขนลุกแต่ก็น่าหลงใหลอย่างประหลาด

“ท่านอยากไปที่ ‘เรือนแพ’ หลังนั้นใช่ไหม?” กล้าถามสั้นๆ สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคุณพุ่ม

พุ่มชะงัก “พี่รู้รึว่ามีเรือนแพอยู่ข้างใน?”

“ข้ารู้จักแม่น้ำสายนี้… ดีกว่าเส้นลายมือตัวเอง” กล้าตอบเสียงเรียบ “ข้าจะพาไป… แต่มีข้อแม้”

“ข้อแม้อะไร?” หลวงเทพถามเสียงแข็ง เอาตัวเข้ามาบังเพื่อนไว้

กล้าปรายตามองหลวงเทพเพียงแวบเดียว แล้วหันกลับมาจ้องพุ่มเหมือนเดิม “ห้ามถามว่าข้าเป็นใคร… ห้ามทักถ้าเห็นอะไรแปลกๆ… และถ้าข้าบอกให้ ‘หนี’ พวกท่านต้องหนีทันทีโดยห้ามหันหลังกลับ”

บรรยากาศรอบตัวเย็นเยือกขึ้นมาฉับพลัน ทั้งที่แดดยังเปรี้ยง หลวงเทพกำลังจะอ้าปากด่าว่าไอ้ไพร่นี่มันอวดดีนัก แต่พุ่มกลับยกมือห้าม

“ตกลง” พุ่มรับคำ พร้อมรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสนใจ “ข้ารับข้อเสนอ… พี่ชื่อกล้าสินะ? ฝากเนื้อฝากตัวด้วย”

กล้ายกมุมปากขึ้นยิ้ม… เป็นรอยยิ้มที่ดูยากเหลือเกินว่ายินดีหรือเย้ยหยัน “เชิญลงเรือเถิด… นายน้อย

พุ่มก้าวเท้าลงไปในเรือแจวลำใหญ่ โดยไม่รู้เลยว่า ก้าวนี้… คือการก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตแดนระหว่าง ‘โลกมนุษย์’ เข้าสู่ ‘อาณาเขตของนักล่า’ ที่ซึ่งกฎหมายบ้านเมืองไม่อาจเอื้อมถึง

และชายหนุ่มเรือจ้างผู้นี้… กำลังซ่อนเขี้ยวเล็บที่แหลมคมที่สุดเอาไว้ภายใต้ท่าทีที่เงียบขรึมนั้น

เสียงไม้พายกระทบน้ำดัง จ๋อม… จ๋อม… เรือแจวค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากท่าน้ำ มุ่งหน้าสู่ความมืดมิดของทิวเขาดงพญาไฟ ที่ซึ่ง คำสาป และ ความรัก รอคอยพวกเขาอยู่…

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments