บันทึกโดย: จิณณ์ (หมายเลข ๑๔)
๑๕ มิถุนายน ๒๕๖๒ [จุดเริ่มต้นของ “พี่แว่น”]
วันนี้ผมแกล้งทำลูกบาสกลิ้งไปทางม้านั่งตัวเดิมที่มี “พี่แว่น” คนหนึ่งนั่งอยู่ จริงๆ ผมเห็นพี่เขามานั่งตรงนี้ทุกวันเป็นเดือนแล้วล่ะ พี่เขาชอบใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวเนี้ยบๆ แต่กลับถือถุงน้ำส้มคั้นเดินไปเดินมา หน้าตาก็ดูล่ำๆ นิ่มๆ เหมือนหมีที่ชอบทำหน้าจริงจัง
ตอนที่ผมเดินไปขอรับลูกคืน พี่เขาสะดุ้งจนแว่นเกือบหลุด ตลกดีว่ะ… แต่สายตาหลังเลนส์แว่นหนาๆ นั่นน่ะสิ มันมีอะไรบางอย่างที่ทำให้ผมอยากแกล้งชูตพลาดบ่อยๆ เพียงเพื่อจะให้เขาหันมามอง
๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๒ [การเปลี่ยนแปลงที่ผมไม่ได้ร้องขอ]
พี่พีทเริ่มเปลี่ยนไป… เขาผอมลง ผิวดีขึ้น และเริ่มถอดแว่นออก เพื่อนในทีมผมเริ่มพูดถึง “พี่ประธานชมรมวารสารที่โคตรฮอต” มากขึ้นเรื่อยๆ ผมควรจะดีใจใช่ไหมที่เขาดูดีขึ้น?
แต่ความจริงคือผมหวงว่ะ… ผมชอบ “พี่หมีแว่น” คนเดิมที่คอยแอบมองผมหลังพุ่มไม้มากกว่า ผมกลัวว่าถ้าเขาดูดีขนาดนี้ วันหนึ่งเขาจะหายไปจากสนามบาสของผม… ผมเลยแกล้งไปกวนประสาทเขาบ่อยขึ้น เพียงเพื่อให้มั่นใจว่าเขายัง “มอง” แค่ผมคนเดียว
๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๒ [โรงอาหาร… วันที่โลกแตกสลาย]
วันนี้พี่พีทตะโกนบอกว่า “รำคาญ” ผมต่อหน้าคนทั้งโรงเรียน มันเหมือนผมโดนบล็อกลูกชูตนาทีสุดท้ายจนหน้าหงาย ผมพยายามเข้มแข็งนะ แต่พอเห็นเขาวิ่งหนีไปพร้อมน้ำตา ผมรู้ทันทีว่าเขากำลังโกหก… พี่โง่หรือเปล่าพี่พีท? พี่แว่นของผมโกหกไม่เนียนเลยสักนิด
ที่พี่บอกว่ารำคาญ… ทำไมสายตาพี่ถึงบอกว่า ‘เจ็บปวด’ ขนาดนั้นล่ะ? ไม่ว่าใครจะขู่พี่ หรือพี่กำลังกลัวอะไรอยู่… ผมจะพิสูจน์ให้พี่เห็นเองว่า เด็กเบอร์ 14 คนนี้ไม่มีวันยอมแพ้ต่อกำแพงของพี่หรอก
๑๕ มิถุนายน ๒๕๖๔ [เกตผู้โดยสารขาออก – อเมริกา]
ผมไม่อยากไปเลย… ผมอยากจะทิ้งทุน ทิ้งบาส แล้ววิ่งกลับไปกอดพี่ไว้ที่นั่น ตอนที่พี่บอกให้ผมไปคว้าฝัน พี่รู้ไหมว่า ‘ฝัน’ ของผมจริงๆ คือการได้ตื่นมาเห็นพี่คั้นน้ำส้มให้กินในทุกๆ เช้าต่างหาก
จดหมายที่พี่ยัดใส่มือผม ผมเปิดอ่านบนเครื่องตอนที่เครื่องบินทะยานพ้นน่านฟ้าไทย ผมร้องไห้จนฝรั่งข้างๆ หันมามอง พี่บอกว่าพี่จะรออยู่ที่เดิม… พี่แม่งโคตรใจร้ายเลยพี่พีท พี่รู้ว่าผมไม่มีวันลืมพี่ได้ พี่ถึงกล้าสัญญากับผมแบบนี้ใช่ไหม?
พี่รอผมนะ… ผมจะรีบโต รีบเก่ง เพื่อกลับไปดูแลพี่ในวันที่ผมไม่ต้องกลัวใครอีกต่อไป
๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ [ในชุดสูทเจ้าบ่าว]
วันนี้ผมต้องสวมหน้ากากที่หนักที่สุดในชีวิต… หน้ากากของ ‘ความรับผิดชอบ’ ซาร่าเป็นคนดี เธออยู่กับผมในวันที่ผมบาดเจ็บที่อเมริกา พ่อผมรักเธอ สังคมรักเรา… แต่ในห้องแต่งตัวเจ้าบ่าว ผมกลับหยิบพวงกุญแจรูปลูกบาสเก่าๆ ที่พี่เคยให้มาขึ้นมาดู
ตอนที่เห็นพี่เดินเข้ามาในงาน… พี่ดูดีมาก ดีกว่าวันที่ผมฝันไว้เสียอีก พี่ดูมั่นคง สง่างาม และมีแววตาของคนที่ ‘ปล่อยวาง’ ได้แล้ว
ตอนที่ผมกอดพี่… ผมแอบกระซิบข้างหูพี่ว่าผมรักพี่ พี่คงไม่รู้หรอกว่าผมต้องใช้ความกล้าแค่ไหนที่จะไม่คว้ามือพี่แล้ววิ่งหนีออกไปจากงานแต่งของตัวเอง ขอบคุณนะพี่พีท… ขอบคุณที่สอนให้ผมรู้ว่า บางครั้งการรักใครสักคน คือการยอมให้เขาไปมีชีวิตที่มั่นคง แม้ในชีวิตนั้นจะไม่มีที่ว่างให้เราในฐานะเดิมอีกต่อไป
๑๗ กรกฎาคม ๒๕๗๓ [ม้านั่งหินอ่อนตัวเดิม]
ผมเห็นพี่นั่งอยู่ที่นั่น… กับใครบางคนที่ดูใจดี คนที่นั่งฟังพี่เล่าเรื่องต้นหางนกยูงด้วยรอยยิ้มที่ผมไม่เคยทำได้ ผมยืนแอบมองอยู่ไกลๆ สักพัก แล้วผมก็ตัดสินใจเดินถอยออกมา
ผมไม่ได้เข้าไปทัก ไม่ได้เข้าไปแทรกแซง เพราะผมเห็น ‘ความนิ่งสงบ’ ในดวงตาของพี่… ความสุขที่เกิดจากการที่พี่รักตัวเองจริงๆ ผมดีใจที่พี่เจอ ‘น่าน’ …เจอคนที่จะอยู่กับพี่ในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่ติดอยู่ในอดีตเหมือนผม
บาสเกตบอลนัดนี้ของผมกับพี่… จบลงแล้วจริงๆ ครับ และมันเป็นแต้มที่สวยงามที่สุด แม้ผลลัพธ์คือเราต้องแยกย้ายกันไปเติบโตก็ตาม
ลาก่อนนะ… พี่แว่นที่ผมรักที่สุดในโลก หลังจากนี้ ผมจะทำหน้าที่ ‘น้องชาย’ และ ‘เพื่อน’ ที่ดีที่สุดของพี่ เพื่อให้พี่ได้ยิ้มกว้างๆ แบบนั้นตลอดไป
🏀 Jinn #14



