HomeTagsสาปสมิงพรางใจ

Tag: สาปสมิงพรางใจ

spot_imgspot_img

บทที่ ๒๐ : พยัคฆ์เหยียบเมฆา

จันทร์เสี้ยวลอยเด่นอยู่เหนือยอดพระปรางค์วัดอรุณฯ ทอแสงสลัวลงมายังผืนน้ำเจ้าพระยาที่เงียบสงบ แต่ในเงามืดของตรอกซอกซอย กลับมีความเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและร้อนแรงยิ่งกว่าไฟ ณ เรือนเล็กท้ายสวน พี่กล้า สะพายย่ามใบเก่า ใบหน้าเคร่งเครียด เขาตัดสินใจแล้ว... การอยู่ที่นี่ต่อไปมีแต่จะนำภัยมาสู่ คุณพุ่ม และท่านเจ้าคุณ หากความจริงเรื่องที่เขาเป็น "ทายาทกบฏ" รู้ไปถึงหูคนในวัง ตระกูลบริรักษ์อาจถูกประหารเจ็ดชั่วโคตรในข้อหาให้ที่พักพิงแก่ศัตรูแผ่นดิน "ข้าต้องไป..." กล้ากระซิบสั่งลาความอบอุ่นในห้องนี้ "ขอโทษนะขอรับคุณพุ่ม" เขาเปิดหน้าต่าง เตรียมจะกระโจนหนีไปในความมืด แต่ทันทีที่เท้าแตะขอบหน้าต่าง... ปลายดาบเล่มงามก็พาดมาขวางหน้าคอหอย! "จะหนีไปไหนเจ้าเสือโง่?" กล้าชะงักเงยหน้ามอง คุณพุ่ม ที่ยืนดักรออยู่บนกิ่งมะม่วงใหญ่ข้างหน้าต่าง ในชุดทะมัดทะแมงสีเข้ม พร้อมด้วย...

บทที่ ๑๙ : ตราประทับราชสีห์

แดดสายส่องลอดใบมะม่วงลงมากระทบพื้นดินในสวนหลังเรือนท่านเจ้าคุณกรมท่า พี่กล้า ในชุดบ่าวไพร่เต็มยศ (เสื้อผ้าป่านสีขาวกับโจงกระเบนสีทึบ) กำลังกวาดใบไม้แห้งอย่างขะมักเขม้น แม้ทุกการขยับตัวจะทำให้แผลที่เอวแปลบปลาบขึ้นมาเหมือนถูกไฟจี้ "ขยันจริงนะพ่อคุณ..." เสียงทักทายที่คุ้นหูดังขึ้นจากด้านหลัง กล้ากำด้ามไม้กวาดแน่น หันกลับไปมองช้าๆ ไอ้สอน ยืนยิ้มเผล่ ถือกรรไกรตัดกิ่งไม้อันใหญ่ไว้ในมือ วันนี้มันไม่ได้นุ่งผ้าเตี่ยวแดงเหมือนเมื่อคืน แต่นุ่งโจงกระเบนสีมอซอเหมือนบ่าวทั่วไป ดูเผินๆ ก็แค่คนสวนร่างเล็กที่ไม่มีพิษมีภัย "แผลหายดีแล้วรึ?" สอนกระซิบถาม ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ "ยาของข้าแรงนะ... หรือว่า 'เลือด' ของเจ้านายมันดี ยิ่งกินยิ่งฟื้นตัวเร็ว?" กล้าขบกรามแน่น นัยน์ตาสีอำพันวาวโรจน์ "อย่ามายุ่งกับข้า......

บทที่ ๑๘ : เงาพรายท้ายสวน

รัตติกาลมาเยือนเรือนท่านเจ้าคุณกรมท่า บรรยากาศเงียบสงัดต่างจากความวุ่นวายในยามกลางวันอย่างสิ้นเชิง เสียงจิ้งหรีดเรไรกรีดปีกระงมผสานกับเสียงน้ำในคลองที่ไหลเอื่อยๆ ในเรือนหลังเล็กท้ายสวนที่แยกตัวโดดเดี่ยว พี่กล้า นั่งขัดสมาธิอยู่ในความมืด มีเพียงแสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาอาบไล้ร่างกำยำที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ความหิว... มันกลับมาอีกแล้ว ไม่ใช่ความหิวข้าวปลาอาหาร แต่เป็นความกระหายที่แล่นพล่านในกระแสเลือด ร่างกายของเขาเรียกร้องสิ่งที่ขาดหายไปเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ก๊อก... ก๊อก... เสียงเคาะประตูเบาๆ เป็นรหัสลับ กล้าลืมตาโพลง นัยน์ตาสีอำพันสว่างวาบก่อนจะรีบปรับให้เป็นปกติ เขาพุ่งตัวไปเปิดประตูอย่างเงียบเชียบ คุณพุ่ม ยืนอยู่หน้าประตู ในชุดนอนผ้าแพรสีอ่อน ถือปิ่นโตเถาเล็กๆ ไว้ในมือ ใบหน้าขาวเนียนมีรอยยิ้มซุกซน "รอนานไหมเจ้าเสือ?" กล้ารีบดึงพุ่มเข้ามาในห้องแล้วลงกลอนทันที "คุณพุ่มไม่ควรมาดึกดื่นป่านนี้... ถ้าท่านเจ้าคุณรู้เข้า..." "พ่อข้าหลับไปตั้งแต่หัวค่ำแล้ว"...

บทที่ ๑๗ : เสือในกรงทอง

ณ ท่าวาสุกรี พระนคร เสียงเซ็งแซ่ของผู้คน จอแจยิ่งกว่าฝูงนกกาในยามเย็น ตลาดน้ำยามเช้าคลาคล่ำไปด้วยเรือพายขายของ ทั้งเรือผลไม้ เรือก๋วยเตี๋ยว และเรือขุนนางที่สัญจรไปมา กลิ่นหอมของอาหารผสมปนเปกับกลิ่นควันไฟและกลิ่นน้ำคลองที่เริ่มเน่าเสียตามความเจริญของเมืองหลวง พี่กล้า นั่งตัวลีบอยู่ท้ายเรือเก๋งลำงามของท่านเจ้าคุณกรมท่า สายตาของเขากรอกไปมาด้วยความระแวดระวัง สัญชาตญาณสัตว์ป่าตื่นตัวทุกครั้งที่มีเสียงดังหรือมีเรือลำอื่นพายเข้ามาใกล้เกินไป "อย่าทำหน้าเหมือนเสือติดจั่นเยี่ยงนั้นสิพ่อกล้า" คุณพุ่ม ที่นั่งอยู่บนแคร่ไม้สักในตัวเรือเอ่ยกระซิบ พร้อมรอยยิ้มขบขัน "นี่บ้านเมืองข้า ไม่ใช่ดงโจร ไม่มีใครเขาจะกระโจนมากัดคอพี่หรอก" "คนน่ากลัวกว่าเสือขอรับ..." กล้าตอบเสียงเบาในลำคอ "สายตาพวกเขา... เหมือนกำลังประเมินราคาข้า" จริงอย่างที่กล้าว่า สายตาของบ่าวไพร่และชาวบ้านร้านตลาดต่างจับจ้องมาที่ชายแปลกหน้าผู้มีรอยสักเต็มตัวและแววตาดุดันที่นั่งมาในเรือท่านเจ้าคุณ ต่างซุบซิบกันไปต่างๆ นานา...

บทที่ ๑๖ : สัญญาริมฝั่งน้ำ

สายน้ำเจ้าพระยายาวเหยียดทอดตัวเอื่อยเฉื่อย สะท้อนแสงแดดระยิบระยับราวกับเกล็ดปลาบึกยักษ์ ตรงข้ามกับความเกรี้ยวกราดของบึงมรณะที่พวกเขาเพิ่งหนีตายออกมาอย่างสิ้นเชิง คณะผู้รอดชีวิตทั้งห้า มานั่งพักเหนื่อยกันอยู่ที่ศาลาริมน้ำเก่าๆ แห่งหนึ่งแถบชานเมืองอยุธยา รอยต่อที่จะเข้าสู่พระนคร เสื้อผ้าที่เคยขาดวิ่นและเปื้อนโคลนตมถูกซักล้างพอให้ดูสะอาดตาขึ้นบ้าง แม้กลิ่นคาวเลือดจางๆ จะยังคงติดจมูกอยู่ก็ตาม หลวงเทพ นั่งพิงเสาศาลา หลับตาพริ้มปล่อยให้ลมแม่น้ำพัดผ่านใบหน้า โดยมี แม่หญิงจัน คอยพัดวีให้เบาๆ ส่วน ไอ้จ้อย นอนหลับเป็นตายอยู่บนม้านั่งยาว กรนเสียงดังสนั่นเหมือนจะชดเชยที่ไม่ได้นอนมาสามคืน ห่างออกไปที่ท่าน้ำ... พี่กล้า นั่งห้อยขาจุ่มลงในน้ำ เหม่อมองเงาสะท้อนของตัวเองในน้ำนิ่ง ใบหน้าคมเข้มนั้นดูเศร้าหมองและเต็มไปด้วยความกังวล เขาเห็นเงาของตัวเอง... เดี๋ยวเป็นคน...

บทที่ ๑๕ : ทวงคืนวิญญาณ

แรงบีบที่ลำคอของ คุณพุ่ม แน่นขนัดราวกัคีมเหล็ก ลมหายใจขาดห้วง หน้าตาเริ่มแดงก่ำและเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ ดวงตาเบิกโพลงจ้องมองใบหน้าของชายคนรัก... ที่บัดนี้ถูกวิญญาณร้ายยึดครอง "อึก... ปล่อย..." พุ่มพยายามแกะมือหนานั้นออก แต่เรี่ยวแรงของสมิงบวกกับอาคมหมอผี มันมหาศาลเกินกว่ามนุษย์จะต้านทาน "เปล่าประโยชน์..." เสียงแหบแห้งของ หลวงวิเศษ ดังลอดผ่านริมฝีปากของ พี่กล้า "ไอ้หนุ่มนี่มันยกกายให้ข้าแล้ว จิตมันอ่อนแอ... มันยอมแพ้ข้า" หลวงเทพ ที่ยืนถือดาบค้างอยู่ ตัดสินใจในวินาทีวิกฤต เขาโยนดาบทิ้ง แล้วพุ่งตัวเข้าใส่ร่างของกล้าด้วยมือเปล่า "ปล่อยเพื่อนกูเดี๋ยวนี้!" หลวงเทพกระแทกเข้าที่เอวของกล้าสุดแรงเกิด แรงปะทะทำให้กล้าเซถลา...

บทที่ ๑๔ : อาคมเฒ่าเฝ้าศาล

เสียงหัวเราะแหบแห้งของชายชราบนหลังคาศาลเพียงตาดังสะท้อนก้องไปทั่วดงไม้แห้ง มันไม่ใช่เสียงหัวเราะของความสุข แต่เป็นเสียงเสียดสีของโลหะที่เป็นสนิมบาดลึกเข้าไปในโสตประสาท "หมอผี... หลวงวิเศษรึ?" คุณพุ่ม เอ่ยถามเสียงดัง แข่งกับเสียงลมที่เริ่มพัดกรรโชกแรงขึ้นเรื่อยๆ "ท่านตายไปแล้ว เหตุใดจึงยังไม่ไปผุดไปเกิด!" ร่างเหี่ยวย่นบนหลังคาแสยะยิ้มจนเห็นฟันดำๆ ที่เหลือเพียงไม่กี่ซี่ แกค่อยๆ ไต่ลงมาจากหลังคาด้วยท่วงท่าที่ผิดมนุษย์ แขนขาบิดเบี้ยวเหมือนแมงมุมไต่ลงมาช้าๆ "ผุดเกิด? ฮึ! สวรรค์ปิด นรกเมิน... ข้ามี 'ภารกิจ' ที่ยังทำไม่เสร็จ จะไปไหนได้เล่า?" ดวงตาบอดสนิทสีขาวขุ่นของแกหันไปจับจ้องที่ พี่กล้า แม้จะมองไม่เห็น แต่ดูเหมือนแกจะ...

Subscribe

- Never miss a story with notifications

- Gain full access to our premium content

- Browse free from up to 5 devices at once

Must read

spot_img