HomeChapterบทที่ ๑๕ : ทวงคืนวิญญาณ

บทที่ ๑๕ : ทวงคืนวิญญาณ

แรงบีบที่ลำคอของ คุณพุ่ม แน่นขนัดราวกัคีมเหล็ก ลมหายใจขาดห้วง หน้าตาเริ่มแดงก่ำและเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ ดวงตาเบิกโพลงจ้องมองใบหน้าของชายคนรัก… ที่บัดนี้ถูกวิญญาณร้ายยึดครอง

“อึก… ปล่อย…” พุ่มพยายามแกะมือหนานั้นออก แต่เรี่ยวแรงของสมิงบวกกับอาคมหมอผี มันมหาศาลเกินกว่ามนุษย์จะต้านทาน

“เปล่าประโยชน์…” เสียงแหบแห้งของ หลวงวิเศษ ดังลอดผ่านริมฝีปากของ พี่กล้า “ไอ้หนุ่มนี่มันยกกายให้ข้าแล้ว จิตมันอ่อนแอ… มันยอมแพ้ข้า”

หลวงเทพ ที่ยืนถือดาบค้างอยู่ ตัดสินใจในวินาทีวิกฤต เขาโยนดาบทิ้ง แล้วพุ่งตัวเข้าใส่ร่างของกล้าด้วยมือเปล่า “ปล่อยเพื่อนกูเดี๋ยวนี้!”

หลวงเทพกระแทกเข้าที่เอวของกล้าสุดแรงเกิด แรงปะทะทำให้กล้าเซถลา มือที่บีบคอพุ่มคลายออกเล็กน้อย พุ่มฉวยโอกาสนั้นสูดอากาศเฮือกใหญ่เข้าปอด แล้วกลิ้งตัวหนีออกมา

“ไอ้พวกมดปลวก!” ร่างทรงของกล้าตวาดลั่น สะบัดแขนเพียงครั้งเดียว หลวงเทพก็กระเด็นไปกระแทกต้นไม้ดัง อั้ก! จุกจนตัวงอ

“คุณเทพ!” แม่หญิงจัน วิ่งเข้าไปดูอาการ ส่วน ไอ้จ้อย ยืนขาสั่นฉี่ราดอยู่หลังศาล ไม่กล้าโผล่หัวออกมา

หลวงวิเศษในร่างกล้า หันกลับมามองพุ่มอีกครั้ง แสยะยิ้มน่ารังเกียจ “เจ้าหนุ่มนี่… ร่างกายมันยอดเยี่ยมจริงๆ พลังสมิงในตัวมันพลุ่งพล่าน… ข้าจะใช้ร่างนี้แหละ สร้างอาณาจักรแห่งความตายขึ้นมาใหม่!”

พุ่มยันตัวลุกขึ้นยืนโงนเงน ลำคอมีรอยช้ำเป็นรูปนิ้วมือชัดเจน เขาจ้องมองเข้าไปในดวงตาสีขาวขุ่นคู่นั้น “พี่กล้า…” พุ่มเรียกเสียงแหบพร่า “ข้ารู้ว่าพี่ได้ยิน… พี่สัญญาแล้วว่าจะปกป้องข้า”

“มันไม่ได้ยินเจ้าหรอก!” ผีร้ายหัวเราะเยาะ “จิตวิญญาณมนุษย์ของมันถูกข้าขังไว้ในกรงมืดมิดแล้ว!”

“ถ้าเช่นนั้น…” พุ่มกัดฟันแน่น ก้าวเท้าเดินเข้าไปหากล้าอย่างไม่เกรงกลัว “ข้าก็จะไม่คุยกับมนุษย์… แต่ข้าจะคุยกับ ‘สัตว์ร้าย’ ในตัวเขา”

พุ่มยกมือข้างที่มีแผลกรีด (ที่ให้เลือดกล้ากินเมื่อคืน) ขึ้นมา เขาแกะผ้าพันแผลออก เลือดสีแดงสดเริ่มซึมออกมาอีกครั้ง กลิ่นคาวเลือด… ลอยคลุ้งไปแตะจมูกของร่างตรงหน้า

ร่างของกล้าชะงักกึก จมูกขยับฟุดฟิดโดยสัญชาตญาณ ดวงตาสีขาวขุ่นเริ่มมีอาการกระตุก… ประกายสีอำพันแวบผ่านเข้ามาวูบหนึ่ง

“เลือด…” เสียงของกล้าเริ่มแปร่งปร่า เหมือนมีสองเสียงตีกันในลำคอ

“ใช่… เลือดของข้า” พุ่มเดินเข้าไปใกล้จนประชิดตัว ไม่สนใจว่าอาจจะถูกฆ่าได้ทุกเมื่อ “เลือดที่พี่เคยลิ้มรส… เลือดที่เป็นของพี่”

“อย่า… เข้ามา!” หลวงวิเศษพยายามบังคับร่างให้ถอยหนี แต่ขาทั้งสองข้างกลับตรึงแน่นอยู่กับที่ ร่างกายของสมิงกำลังต่อต้านคำสั่งวิญญาณ!

“ไอ้เดรัจฉานโง่เง่า! เชื่อฟังข้าสิวะ!” ผีร้ายสบถลั่น พยายามยกมือขึ้นจะตบพุ่ม แต่มือกลับสั่นระริกค้างอยู่กลางอากาศ

พุ่มฉวยจังหวะนั้น พุ่งเข้าประชิดตัว แล้วยกมือเปื้อนเลือดขึ้นแนบแก้มสากของกล้า ป้ายเลือดลงไปที่ริมฝีปากของชายหนุ่ม “กลับมาหาข้า… พี่กล้า” พุ่มเขย่งตัวขึ้น ประทับริมฝีปากของตนลงบนปากของกล้าอย่างดูดดื่ม

รสเค็มปร่าของเลือดผสมปนเปกับลมหายใจอุ่นร้อน… วินาทีนั้น เหมือนเวลาหยุดหมุน

ตูม!

เกิดคลื่นพลังบางอย่างระเบิดออกมาจากตัวกล้า! เสียงคำรามดังกึกก้องไม่ใช่เสียงของหลวงวิเศษ แต่เป็นเสียงคำรามของ เสือสมิง ที่พิโรธโกรธเกรี้ยว

“อ๊ากกกกกก!!!” ร่างของกล้าดิ้นพล่าน ผละออกจากพุ่ม แล้วทรุดลงไปดิ้นกับพื้น ดวงตาข้างซ้ายยังคงเป็นสีขาวขุ่น แต่ดวงตาข้างขวากลับมาเป็น สีเหลืองอำพัน สว่างจ้า!

“ออกไปจากร่างกู!!!” เสียงของกล้าตะโกนก้อง เป็นเสียงทุ้มต่ำที่ทรงพลัง “มึงบังอาจ… มึงบังอาจจะทำร้ายเมียกู!!!” (สัญชาตญาณเสือถือว่าพุ่มเป็นคู่ครองแล้ว)

“ไม่! ร่างนี้เป็นของข้า!” หลวงวิเศษกรีดร้อง เสียงแหลมปรี๊ด

การต่อสู้ภายในจิตใจแสดงออกมาทางกายภาพ เส้นเลือดทั่วตัวกล้าปูดโปน ผิวหนังเดี๋ยวมีขนงอก เดี๋ยวหดหาย ควันสีดำเริ่มรั่วไหลออกมาทางหู จมูก และปาก

“หลวงเทพ! ตอนนี้แหละ!” พุ่มตะโกนบอกเพื่อน

หลวงเทพที่ยันตัวลุกขึ้นมาได้ คว้าดาบอาญาสิทธิ์ขึ้นมา เขากัดฟันบริกรรมคาถาที่พ่อเคยสอน “นะโมพุทธายะ… ตัดขาดบ่วงมาร!”

หลวงเทพวิ่งเข้าใส่ร่างที่กำลังดิ้นทุรนทุราย ไม่ใช่ฟันคน แต่เขาใช้ ด้ามดาบ ที่พันสายสิญจน์ กระแทกเข้าที่กลางหน้าผากของกล้าสุดแรง! “ออกไป!!!”

กรี๊ดดดดดดดด!!!

เสียงกรีดร้องโหยหวนดังสะเทือนเลื่อนลั่น กลุ่มควันสีดำทมิฬถูกขับออกจากร่างของกล้า พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า มันพยายามจะหนี แต่แสงแรกของวันใหม่… แสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณ สาดส่องทะลุแมกไม้ลงมาพอดี

“ม่ายยยยย! แสงอาทิตย์!” วิญญาณที่อยู่มานานนับร้อยปีในความมืด เมื่อเจอแสงสุริยะที่บริสุทธิ์และไร้ซึ่งเครื่องยึดเหนี่ยว (หัวใจถูกทำลายแล้ว) ก็ไม่อาจคงสภาพอยู่ได้ ควันดำนั้นค่อยๆ สลายตัวไป เหมือนหมอกควันไฟที่ถูกลมพัด… หายไปตลอดกาล

ความเงียบสงบกลับคืนสู่ป่าช้าแตกแห่งนี้ หมอกหนาทึบที่เคยปกคลุมเริ่มจางหายไป เผยให้เห็นท้องฟ้าสีครามสดใส โขลงช้างผีหายไปแล้ว พรายน้ำหายไปแล้ว

ร่างของพี่กล้านอนคว่ำหน้าแน่นิ่งอยู่บนพื้นดิน “พี่กล้า!” พุ่มถลาเข้าไปประคอง พลิกตัวชายหนุ่มขึ้นมา

กล้าค่อยๆ ปรือตาขึ้น… ดวงตาทั้งสองข้างกลับมาเป็นสีน้ำตาลเข้มปกติ แม้จะดูอ่อนล้าจนแทบปิด “คุณ… พุ่ม…” เสียงของเขาแหบแห้ง แต่เป็นเสียงที่พุ่มคุ้นเคย

“ข้าอยู่นี่… ข้าอยู่นี่” พุ่มน้ำตาไหลพราก กอดร่างหนาไว้แน่น “ปลอดภัยแล้ว… ทุกคนปลอดภัยแล้ว”

กล้ายกมือสั่นๆ ขึ้นมาเช็ดน้ำตาให้พุ่ม แล้วยิ้มมุมปาก “รสเลือดคุณ… หวานกว่าเดิมนะขอรับ”

พุ่มหัวเราะทั้งน้ำตา “คนบ้า! ยังจะมีหน้ามาพูดเล่นอีก”

หลวงเทพเดินกระโผลกกระเผลกเข้ามา ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ แล้วถอนหายใจยาวเหยียด “จบสักทีนะโว้ย… นึกว่าจะได้เป็นผีเฝ้าป่าจริงๆ เสียแล้ว”

แม่หญิงจันและไอ้จ้อยค่อยๆ เดินตามมาสมทบ ทุกคนมองหน้ากันด้วยสภาพมอมแมม เลือดโชก โคลนท่วมตัว แต่แววตาเต็มไปด้วยความโล่งใจและรอยยิ้ม

“กลับบ้านกันเถอะ…” หลวงเทพเอ่ยขึ้น “ป่านนี้พ่อข้าคงพลิกแผ่นดินหาศพข้าแล้วกระมัง”

กล้าพยุงตัวลุกขึ้นโดยมีพุ่มช่วยประคอง เขาชี้มือไปทางทิศตะวันออก ที่ซึ่งแม่น้ำสายใหญ่ไหลผ่าน “ทางนั้น… แม่น้ำเจ้าพระยา เดินตัดป่าไปอีกไม่ไกล ก็จะเจอทางออก”

คณะเดินทางผู้รอดชีวิตทั้งห้า ค่อยๆ ประคองกันเดินออกจากดงมรณะ ทิ้งศาลเพียงตาและตำนานอาถรรพ์ไว้เบื้องหลัง แสงแดดอุ่นๆ อาบไล้ร่างของพวกเขา ราวกับจะชะล้างฝันร้ายตลอดสามคืนที่ผ่านมาให้หมดไป

แต่สำหรับ พุ่ม และ กล้า… พวกเขารู้ดีว่า นี่ไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง… และความลับเรื่องชาติกำเนิดของสมิงหนุ่ม ที่เพิ่งจะเริ่มเปิดเผยออกมาเท่านั้น

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments