HomeTagsMidnight Memory

Tag: Midnight Memory

spot_imgspot_img

บทที่ 16: ความลับของขวดโหลและจูบสั่งลา

รถกระบะแล่นเข้าสู่เขตกรุงเทพฯ ในยามค่ำคืน แสงไฟนีออนของเมืองหลวงสาดส่องเข้ามาในรถ แต่กลับไม่สามารถขับไล่ความหมองหม่นที่ปกคลุมบรรยากาศภายในห้องโดยสารได้ กานต์ นั่งเงียบมาตลอดทาง ร่างกายของเขาดูโปร่งแสงและจางลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ผิวขาวซีดเริ่มมีรอยร้าวเหมือนแก้วที่ใกล้แตก ซึ่งเป็นผลกระทบจากการใช้พลังเกินขีดจำกัดและการอยู่ใกล้ กริชเขี้ยวหนุมาน นานเกินไป ริว เลี้ยวรถเข้าไปจอดในลานจอดรถของคอนโดร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยา สถานที่ที่เงียบสงบและปลอดภัยพอที่จะพักหายใจก่อนบุกรังมาดาม ริวดับเครื่องยนต์ แล้วหันมามองคนรักด้วยความเป็นห่วง “นายไหวไหม? ตัวนายซีดมากเลย” ริวเอื้อมมือไปแตะแก้มกานต์... มือของเขาทะลุผ่านแก้มกานต์ไปเล็กน้อยก่อนจะสัมผัสโดนเนื้อเย็นๆ กานต์สะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะจับมือริวไว้แน่น บังคับให้สัมผัสที่จับต้องได้กลับคืนมา “ผมไม่เป็นไร... แค่พลังงานเหลือน้อย” กานต์ฝืนยิ้ม “ริว... เราต้องคุยกัน” น้ำเสียงจริงจังของกานต์ทำให้ใจของริวกระตุกวูบ...

บทที่ 15: งานเลี้ยงโต๊ะจีนผีดิบ

กลิ่นคาวเลือดลอยคลุ้งมาแตะจมูกตั้งแต่ยังไม่เห็นตัวคฤหาสน์ รถกระบะจอดทิ้งไว้ที่ชายป่า ริว และ กานต์ ต้องเดินเท้าลัดเลาะผ่านดงกล้วยตานีที่ใบไหวระริกเหมือนมีคนเขย่า ทั้งที่ไม่มีลม ยิ่งเดินลึกเข้าไป กลิ่นเหม็นเน่าเหมือนซากสัตว์ตายก็ยิ่งรุนแรงจนริวต้องยกแขนเสื้อขึ้นมาปิดจมูก เบื้องหน้าคือคฤหาสน์ไม้สักทองหลังมหึมา ยกใต้ถุนสูงแบบเรือนไทยโบราณ แต่กลับให้ความรู้สึกน่าขนลุกมากกว่างดงาม รอบคฤหาสน์มีรั้วลวดหนามลงอาคมขึงกั้น และมี "ยาม" เดินตรวจตราอยู่ขวักไขว่ แต่ยามพวกนี้ไม่ใช่คนปกติ... พวกมันเดินหลังค่อม ตัวกระตุกเกร็ง ใบหน้าตอบจนเห็นกะโหลก ดวงตาเบิกโพลงไร้แวว และที่มุมปากมีคราบเลือดแห้งกรัง... พวกมันคือ "ปอบ" ลูกสมุนของเจ้าสัวกุ่ย “พวกมันไวมาก...” กานต์กระซิบ ดึงริวให้หมอบลงหลังพุ่มไม้...

บทที่ 14: ตลาดแลกเงาและสินค้าต้องห้าม

หมอกหนาทึบปกคลุมพื้นที่รกร้างหลังสุสานเก่า ป้ายไม้ผุพังปักเอียงกระเท่เร่เขียนด้วยเลือดไก่แห้งกรังว่า "ตลาดแลกเงา" ริว จอดรถกระบะไว้ใต้ต้นไทรใหญ่ เขาลงจากรถพร้อมกับ กานต์ ที่สวมฮู้ดสีดำคลุมศีรษะเพื่อปิดบังใบหน้าและรอยสักปีกนกที่เด่นชัด “จำกฎสามข้อที่ผมบอกได้ไหมครับ?” กานต์กระซิบถาม “หนึ่ง... ห้ามบอกชื่อจริง สอง... ห้ามรับของกินฟรี และสาม... ห้ามสบตาพวกที่ไม่มีเงาหัว ที่สำคัญที่สุด อย่าปล่อยมือผม กลิ่นมนุษย์ของคุณมันหอมหวานเกินไปสำหรับพวกเปรตแถวนี้” ทั้งคู่ก้าวเดินผ่านซุ้มประตูที่ทำจากโลงศพเก่าๆ เข้าสู่ตัวตลาดมืดที่แสงสว่างเดียวมาจากโคมไฟกระดาษสาจุดด้วยเทียนไขน้ำมันพราย ให้แสงสีเขียวอมฟ้าสลัวๆ ร้านค้าบางร้านปูเสื่อบนหลุมศพ บางร้านใช้โครงกระดูกสัตว์ใหญ่ทำเป็นโครงร้าน สรรพสิ่งผิดกฎหมายนรก สินค้าที่วางขายล้วนเป็นของที่ริวไม่เคยคิดว่าจะมีอยู่จริง... และแน่นอนว่ามัน ผิดกฎหมาย ทั้งโลกมนุษย์และโลกวิญญาณ: แผงเสียงกรีดร้อง:...

บทที่ 13: ทางหลวงสายมรณะ (Highway to Hell)

ควันสีเขียวมรณะที่ลอดผ่านช่องใต้ประตูเข้ามาเริ่มหนาตัวขึ้น กลิ่นเหม็นไหม้ของสมุนไพรพิษทำเอา ริว สำลักจนแสบคอ “กลั้นหายใจ!” กานต์ ตะโกนสั่ง รวบรวมพลังเงาดำห่อหุ้มร่างของริวไว้เหมือนชุดเกราะบางๆ ก่อนจะหันไปถีบประตูห้องพักเต็มแรง ปัง! บานประตูไม้เก่าๆ พังครืนลง ภาพเบื้องหน้าคือลานจอดรถม่านรูดที่ถูกย้อมด้วยแสงจันทร์สีเลือด ชายฉกรรจ์สี่คนยืนล้อมรถกระบะของริวอยู่ โดยมีชายแก่ร่างผอมเกร็ง... "อาจารย์คง" หมอผีนักล่าค่าหัว ยืนพนมมือบริกรรมคาถาอยู่ตรงกลาง “จับตาย...” อาจารย์คงสั่งเสียงแหบพร่า “เอาวิญญาณมาส่งมาดาม... เอาศพไอ้เด็กนั่นไปทำปุ๋ย” ริววิ่งฝ่าวงล้อมโดยมีกานต์ลอยตัวคอยปัดป้อง กานต์สะบัดมือวูบเดียว เงาสีดำก็พุ่งไปกระแทกชายสองคนกระเด็นไปไกล เปิดทางให้ริวพุ่งเข้ารถกระบะได้สำเร็จ ริวบิดกุญแจสตาร์ท... แชะ... แชะ......

บทที่ 12: โรงเตี๊ยมวิญญาณบาป

สายฝนโปรยปรายลงมาอีกครั้งราวกับท้องฟ้ากำลังร่ำไห้ให้กับชะตากรรมของคนทั้งสอง รถกระบะเก่าๆ ที่ริวขโมยมาจอดที่หน้า "ม่านรูดริมทาง" แห่งหนึ่งแถบชานเมือง ที่นี่ดูทรุดโทรมและเงียบเชียบ เหมาะแก่การซ่อนตัวจากสายตาของ "หมาล่าเนื้อ" ที่มาดามส่งออกมา ริวกัดฟันข่มความเจ็บปวดจากแผลที่ต้นขา พยุงร่างลงจากรถโดยมี กานต์ ที่ตอนนี้ร่างเริ่มจางลงเล็กน้อยคอยประคอง ทั้งคู่เปิดห้องพักหมายเลข 13... ห้องที่อยู่ลึกที่สุดและติดกับป่ารกทึบ “พักผ่อนนะครับ” กานต์นั่งคุกเข่าลงดูแผลที่ขาของริว ไอเย็นจากมือของเขาช่วยบรรเทาความปวดแสบปวดร้อนได้ชะงัด “ผมจะเฝ้ายามให้เอง พวกนักล่าค่าหัวของมาดาม... มันมี 'พรายกระซิบ' คอยนำทาง เราประมาทไม่ได้” “นายก็ต้องพัก...” ริวดึงมือกานต์ให้ลุกขึ้นมานอนข้างๆ...

บทที่ 11: กุหลาบอาบยาพิษและทางรอดเพียงหนึ่งเดียว

กลิ่นกุหลาบในสวนชั้นดาดฟ้านั้นหอมหวานจนเลี่ยน มันไม่ได้หอมแบบธรรมชาติ แต่หอมฉุนกึกเหมือนกลิ่นน้ำอบที่ใช้ในงานศพ มาดาม ค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียงกลางสวนดอกไม้ ชุดราตรีสีแดงสดพลิ้วไหวราวกับมีชีวิต นางวางแก้วไวน์ลงแล้วเดินนวยนาดเข้ามาหาทั้งสองคน เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินดัง กึก... กึก... เป็นจังหวะเดียวกับเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของริว “เด็กโง่...” มาดามเอ่ยเสียงหวาน แววตาสีแดงฉานจ้องมองทะลุเข้าไปในดวงตาของริว “คิดจริงๆ หรือว่าจะหลอกฉันได้? พลังวิญญาณของกานต์ที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเธอ... มันฟ้องชัดเจนขนาดนี้” ริวกระชับด้ามมีดในกระเป๋าแน่น เหงื่อเย็นไหลซึมฝ่ามือ “ในเมื่อรู้แล้ว ก็ส่งกุญแจมาดีๆ” มาดามหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะกังวานใสดุจระฆังแก้ว แต่มันกลับทำให้ภาพตรงหน้าของริวเริ่มบิดเบี้ยว “กุญแจ?... อ๋อ...

บทที่ 10: คืนจันทร์คลั่งและการเดิมพันด้วยชีวิต

พระจันทร์เต็มดวงลอยเด่นอยู่กลางท้องฟ้ายามค่ำคืน แต่มันไม่ได้ส่องแสงสีนวลตาเหมือนทุกครั้ง... คืนนี้พระจันทร์ดูบวมเป่งและเจือด้วยสีแดงจางๆ ราวกับดวงตาที่กำลังอักเสบของท้องฟ้า ที่หน้าบาร์ The Limbo รถหรูจอดเรียงรายผิดวิสัย ลูกค้าในคืนนี้หนาตากว่าปกติ ทั้งมนุษย์ที่แสวงหาความตื่นเต้น และวิญญาณไฮโซที่แฝงตัวมาในคราบคนรวย ทุกคนต่างมุ่งหน้ามาเพื่อสิ่งเดียวกัน... "Full Moon Party" ภายในร้านถูกเนรมิตใหม่ เพลงแจ๊สเนิบนาบถูกเปลี่ยนเป็นเพลงบีทหนักหน่วงที่กระแทกกระทั้นหัวใจ กลิ่นกำยานหอมฉุนรุนแรงกว่าเดิมเพื่อกลบกลิ่นอายของความตายที่คละคลุ้ง ริว นั่งอยู่ที่โต๊ะ VVIP ตรงกลางร้าน ในชุดสูทกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้ม บนตักของเขามี กานต์ นั่งเกยอยู่... นี่คือส่วนหนึ่งของแผนการ...

Subscribe

- Never miss a story with notifications

- Gain full access to our premium content

- Browse free from up to 5 devices at once

Must read

spot_img