HomeChapterบทที่ 14: ตลาดแลกเงาและสินค้าต้องห้าม

บทที่ 14: ตลาดแลกเงาและสินค้าต้องห้าม

หมอกหนาทึบปกคลุมพื้นที่รกร้างหลังสุสานเก่า ป้ายไม้ผุพังปักเอียงกระเท่เร่เขียนด้วยเลือดไก่แห้งกรังว่า “ตลาดแลกเงา”

ริว จอดรถกระบะไว้ใต้ต้นไทรใหญ่ เขาลงจากรถพร้อมกับ กานต์ ที่สวมฮู้ดสีดำคลุมศีรษะเพื่อปิดบังใบหน้าและรอยสักปีกนกที่เด่นชัด

“จำกฎสามข้อที่ผมบอกได้ไหมครับ?” กานต์กระซิบถาม “หนึ่ง… ห้ามบอกชื่อจริง สอง… ห้ามรับของกินฟรี และสาม… ห้ามสบตาพวกที่ไม่มีเงาหัว ที่สำคัญที่สุด อย่าปล่อยมือผม กลิ่นมนุษย์ของคุณมันหอมหวานเกินไปสำหรับพวกเปรตแถวนี้”

ทั้งคู่ก้าวเดินผ่านซุ้มประตูที่ทำจากโลงศพเก่าๆ เข้าสู่ตัวตลาดมืดที่แสงสว่างเดียวมาจากโคมไฟกระดาษสาจุดด้วยเทียนไขน้ำมันพราย ให้แสงสีเขียวอมฟ้าสลัวๆ ร้านค้าบางร้านปูเสื่อบนหลุมศพ บางร้านใช้โครงกระดูกสัตว์ใหญ่ทำเป็นโครงร้าน


สรรพสิ่งผิดกฎหมายนรก

สินค้าที่วางขายล้วนเป็นของที่ริวไม่เคยคิดว่าจะมีอยู่จริง… และแน่นอนว่ามัน ผิดกฎหมาย ทั้งโลกมนุษย์และโลกวิญญาณ:

  • แผงเสียงกรีดร้อง: พ่อค้าตาบอดขาย “เสียงกรีดร้องของนางตานี” บรรจุขวดโหล สำหรับเอาไปหลอนศัตรูหรือผสมยาสั่ง
  • แผงพาสปอร์ตผี: หญิงสาวรอยเย็บรอบคอขายเอกสารปลอมให้วิญญาณเร่ร่อนใช้หนียมนูตข้ามเขตแดน
  • แผงอวัยวะทิพย์: ก้อนเนื้อเรืองแสงจากอสูรกายนรกที่กินแล้วพละกำลังเหนือมนุษย์แต่ต้องแลกด้วยการเสียสติ

ริวเห็นวัยรุ่นคนหนึ่งยอมแลก “อายุขัย” 10 ปี เพื่อแลกกับน้ำมันพรายขวดจิ๋ว “ที่นี่มัน… บ้าไปแล้ว”

“อย่าไปมอง…” กานต์ดึงหน้าริวให้หันกลับมา “เราต้องไปหา ‘เจ๊เกียว’ เอเย่นต์ขาใหญ่ที่รับซื้อของโจรจากยมโลก ถ้ามีใครขโมยกริชในตำนานมาขาย ก็ต้องเป็นแกที่รับซื้อไว้”


เผชิญหน้าปีศาจไร้เงา

จู่ๆ ชายร่างยักษ์ตัวเหม็นสาบเดินเข้ามาขวางทาง มันไม่มีเงาหัวและแสยะยิ้มจนปากฉีกถึงใบหู “เฮ้ย… น้องชาย กลิ่นตัวหอมจังวะ ขอชิมสักคำได้ไหม? แลกกับสร้อยคอนิ้วมือผีตายท้องกลมเอาไหม?”

มันง้างมือเล็บยาวโง้งเตรียมตบกานต์ แต่พริบตาเดียว กานต์คว้าข้อมือมันไว้แน่น ไอเย็นจัดแผ่ซ่านจนน้ำแข็งเกาะแขนปีศาจทันที

“กูบอกว่า… หลีกไป” กานต์เงยหน้าเผยดวงตาสีแดงฉานและเขี้ยวที่งอกยาว แรงบีบมหาศาลบดกระดูกข้อมือจนละเอียด กร๊อบ! ปีศาจร้องลั่นแล้ววิ่งหนีหายไปในฝูงชน

“นาย… นายโหดขึ้นทุกวันเลยนะ” ริวทึ่ง “ก็บอกแล้วไงครับ… ใครแตะคุณ… ตาย” กานต์หันมายิ้มหวานที่ดูสยองนิดๆ


คลังสมบัติบาปและการแลกเปลี่ยน

ทั้งคู่เดินมาถึงร้าน “คลังสมบัติบาป” ที่สร้างจากไม้ตะเคียนตกน้ำมัน เจ๊เกียว หญิงชราผมขาวนั่งสูบยากลัดพ่นควันเป็นรูปหัวกะโหลกมองทั้งคู่ด้วยสายตาฝ้าฟาง

“กริชเขี้ยวหนุมาน… หลวงตาคง” ริวใจกล้าเอ่ยปาก

“ของแรงนะนั่น… หายสาบสูญไปนาน” เจ๊เกียวเคาะขี้บุหรี่ “ฉันไม่มีหรอก”

“อย่ามาโกหกเจ๊” กานต์กดเสียงต่ำ “ผมรู้ว่าเจ๊เพิ่งรับซื้อ ‘โซ่ยมทูต’ มาเมื่อวาน ของแค่นี้ทำไมเจ๊จะหาไม่ได้”

เจ๊เกียวหัวเราะแหบแห้ง “ฉลาดสมกับเป็นเด็กมาดาม… ใช่ ฉันรู้ว่ามันอยู่ที่ไหน กริชเล่มนั้นถูกประมูลไปโดย ‘เจ้าสัวกุ่ย’ เศรษฐีที่เลี้ยงผีปอบไว้เป็นกองทัพ มันเก็บไว้ในห้องนิรภัยวิญญาณที่คฤหาสน์กลางป่า”

เจ๊เกียวแสยะยิ้มยื่นเงื่อนไข “ฉันไม่เอาเงิน… แต่ฉันขอ ‘ความทรงจำที่สวยงามที่สุด’ ของพ่อหนุ่มโฮสต์คนนี้หนึ่งเรื่อง เอามาใส่ขวดโหลให้ฉัน ความทรงจำของผีที่มีความรักรสชาติมันหวานหอมเหมือนขนมหวาน หายากในตลาดนี้”

กานต์นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะหันมองริวแล้วยิ้ม “ได้ครับ… ถ้ามันแลกกับทางรอดของคุณริว ผมยอม”

กานต์หลับตาลง ดึงเส้นแสงสีขาวออกจากขมับ… มันคือภาพคืนแรกที่ริวมองเขาด้วยสายตาอบอุ่นและปลอดภัย กานต์บรรจงใส่แสงนั้นลงในขวดโหลยื่นให้เจ๊เกียว

“อา… งดงาม” เจ๊เกียวรับไปแนบอก “ดีลจบ… คฤหาสน์เจ้าสัวกุ่ยอยู่ที่หุบเขาท้ายตลาด ระวังตัวด้วยล่ะ ปอบของมันดุยิ่งกว่าหมาบ้า”


เมื่อเดินออกมา ริวมองกานต์ด้วยความเจ็บปวด “พี่เสียความทรงจำตอนเราเจอกันครั้งแรกไปเหรอ?”

กานต์ส่ายหน้า จับมือริวเดินต่อ “ความทรงจำในขวดนั่น… เป็นแค่สำเนาครับ ของจริงผมเก็บไว้ในใจ… ใครก็เอาไปไม่ได้ อีกอย่าง ผมแอบใส่ ‘คำสาป’ เล็กๆ ลงไปในขวดด้วย ถ้าเจ๊แกเปิดกินเมื่อไหร่… ท้องเสียยาวแน่”

ริวหลุดขำท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด “นายนี่มัน… ร้ายจริงๆ”

“ไปกันเถอะครับ… ภารกิจปล้นคฤหาสน์ผีปอบ รอเราอยู่”

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments