HomeChapterบทที่ 13: ทางหลวงสายมรณะ (Highway to Hell)

บทที่ 13: ทางหลวงสายมรณะ (Highway to Hell)

ควันสีเขียวมรณะที่ลอดผ่านช่องใต้ประตูเข้ามาเริ่มหนาตัวขึ้น กลิ่นเหม็นไหม้ของสมุนไพรพิษทำเอา ริว สำลักจนแสบคอ

“กลั้นหายใจ!” กานต์ ตะโกนสั่ง รวบรวมพลังเงาดำห่อหุ้มร่างของริวไว้เหมือนชุดเกราะบางๆ ก่อนจะหันไปถีบประตูห้องพักเต็มแรง

ปัง!

บานประตูไม้เก่าๆ พังครืนลง ภาพเบื้องหน้าคือลานจอดรถม่านรูดที่ถูกย้อมด้วยแสงจันทร์สีเลือด ชายฉกรรจ์สี่คนยืนล้อมรถกระบะของริวอยู่ โดยมีชายแก่ร่างผอมเกร็ง… “อาจารย์คง” หมอผีนักล่าค่าหัว ยืนพนมมือบริกรรมคาถาอยู่ตรงกลาง

“จับตาย…” อาจารย์คงสั่งเสียงแหบพร่า “เอาวิญญาณมาส่งมาดาม… เอาศพไอ้เด็กนั่นไปทำปุ๋ย”

ริววิ่งฝ่าวงล้อมโดยมีกานต์ลอยตัวคอยปัดป้อง กานต์สะบัดมือวูบเดียว เงาสีดำก็พุ่งไปกระแทกชายสองคนกระเด็นไปไกล เปิดทางให้ริวพุ่งเข้ารถกระบะได้สำเร็จ ริวบิดกุญแจสตาร์ท… แชะ… แชะ… เครื่องยนต์เก่าคร่ำครึไม่ยอมติด!

“หนีไม่พ้นหรอก… แม่ย่านางรถคันนี้กูสะกดไว้แล้ว” อาจารย์คงแสยะยิ้ม หมอผีชี้ไม้เท้าหัวกะโหลกมาที่รถ ทันใดนั้นยางรถทั้งสี่เส้นก็แบนติดพื้นราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นกดทับ

กานต์วางมือลงบนคอนโซลรถ แววตาเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน “แม่ย่านางเหรอ?… ขอโทษทีนะป้า แต่คันนี้ ‘ผีเจ้าที่’ แรงกว่า!”

วูบ!

พลังวิญญาณมหาศาลของกานต์ไหลทะลักเข้าสู่ตัวถังรถ ไฟหน้ารถสว่างจ้าขึ้นมาเป็นสีแดง เครื่องยนต์คำรามกระหึ่มขึ้นเอง ยางรถที่แบนกลับพองตัวขึ้นด้วยแรงดันวิญญาณ ตัวถังรถถูกเคลือบด้วยเงาสีดำทมิฬจนดูเหมือนรถหุ้มเกราะจากนรก ริวกระทืบคันเร่งจมตีน รถกระบะผีสิงพุ่งทะยานออกไปชนร่างสมุนกระเด็น ทิ้งอาจารย์คงไว้เบื้องหลัง


การไล่ล่าและควายธนู

บนถนนหลวงสายเปลี่ยว ความเร็วรถแตะ 140 กม./ชม. แสงไฟหน้ารถจี๊ปสีดำสองคันไล่กวดมาติดๆ ทันใดนั้นเสียงกีบเท้าสัตว์กระทบพื้นถนนก็ดังสนั่น เงาขนาดมหึมาวิ่งขนาบข้างรถมา… มันคือ ควายธนู ตัวมหึมาที่สร้างจากดินเหนียวอาคม ดวงตาสีแดงก่ำ เขาโง้งยาวแหลมคม

ตึง! ควายธนูพุ่งเข้าชนด้านข้างรถกระบะจนเซถลา ริวประคองพวงมาลัยสุดชีวิต “ไอ้เหี้ย! แรงเยอะชิบหาย!”

กานต์ปีนออกไปนั่งบนขอบประตูรถท่ามกลางลมกรรโชกแรง “ริว! ชิดขวา!” กานต์เหวี่ยง โซ่ตรวนวิญญาณ สีเงินที่ลุกโชนด้วยไฟสีฟ้าเข้าพันรอบเขาของควายธนูแล้วกระชากเต็มแรง “เบรก!”

ริวกระทืบเบรกจนตัวโก่ง รถกระบะหยุดกึก แต่ควายธนูที่ถูกโซ่พันไว้เสียหลักตีลังกาข้ามหน้ารถไปพุ่งเข้าชนรถจี๊ปของพวกนักล่าที่ตามหลังมาเต็มๆ!

ตูม!!! รถจี๊ปคันหน้าพังยับเยิน ไฟลุกท่วมถนน กานต์มุดกลับเข้ามาในรถด้วยแววตาสะใจ “1 แต้ม”


ศิษย์ล้างครูด้วยเหล้าขาว

รถจี๊ปอีกคันยังคงตามมา อาจารย์คงนั่งบนหลังคารถขว้าง “ตะปูโลงศพ” ใส่รถของริว ตะปูเจาะทะลุเกราะเงาและกระจกหลังเฉียดแก้มริวไปนิดเดียว ความเจ็บปวดทำให้ริวฟิวขาด

ริวเอื้อมมือไปคว้า “เหล้าขาว” เปิดฝาแล้วยื่นให้กานต์ “พี่กานต์… ดื่ม! โบราณเขาว่าเหล้าขาวใช้ ‘เลี้ยงผี’ เพิ่มความเฮี้ยนไม่ใช่เหรอ? กินเข้าไป… แล้วระเบิดพลังใส่แม่งเลย!”

กานต์หัวเราะร่า “คุณนี่มัน… อัจฉริยะ” เขากระดกเหล้าขาวรวดเดียวหมดขวด ร่างวิญญาณร้อนฉ่า ไฟสีฟ้าลุกท่วมตัว รอยสักปีกนกขยายใหญ่จนกลายเป็นปีกเงางอกออกมาจากหลัง กานต์ทะลุหลังคารถออกไปลอยตัวอยู่กลางอากาศ เขากางปีกเงาขนาดใหญ่รวบรวมตะปูโลงศพทั้งหมดแล้วสะท้อนกลับไปหาเจ้าของ

“คืนสนอง!”

ฝูงตะปูนับร้อยพุ่งย้อนกลับไปหาอาจารย์คงราวกับห่าฝน รถจี๊ปคันสุดท้ายเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างทางเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทิ้งหมอผีเฒ่าที่มองตามรถกระบะแล่นหายไปในความมืดด้วยความเจ็บแค้น


สู่ดงพญาเย็น

สองชั่วโมงต่อมา ท้องฟ้าเริ่มสาง รถกระบะสภาพยับเยินแล่นเข้าสู่เขตชายแดนรกร้าง ป้ายบอกทางเก่าคร่ำครึเขียนว่า “หมู่บ้านดงพญาเย็น” (ทางเข้าสู่ป่าช้าคนเป็น)

ริวจอดรถข้างทาง เขาทิ้งตัวพิงเบาะอย่างหมดแรง “เรา… รอดแล้ว”

กานต์เอื้อมมือมาเช็ดเลือดที่แก้มริว “เจ็บไหม?” “ไม่เท่าไหร่ พี่เท่มากเลยเมื่อกี้… ผีปีกนก”

กานต์ยิ้มเขินๆ “เพราะเหล้าขวดนั้นของคุณต่างหาก… แต่ตอนนี้ผมหมดแรงแล้วล่ะ” ร่างของกานต์เริ่มจางลงจากการใช้พลังมหาศาล

“นอนพักเถอะ เดี๋ยวผมขับต่อเอง อีกไม่ไกลก็จะถึงตลาดมืดแล้ว” ริวดึงกานต์เข้ามากอด กานต์ซบหน้าลงกับไหล่ริวแล้วหลับตาลงด้วยความวางใจ “ขอบคุณครับ… ที่รัก”

รถกระบะแล่นต่อไปท่ามกลางหมอกจางๆ มุ่งหน้าสู่สถานที่ที่คนเป็นไม่ควรอยู่ และคนตายไม่ควรไป… ป่าช้าคนเป็น

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments