HomeChapterบทที่ 12: โรงเตี๊ยมวิญญาณบาป

บทที่ 12: โรงเตี๊ยมวิญญาณบาป

สายฝนโปรยปรายลงมาอีกครั้งราวกับท้องฟ้ากำลังร่ำไห้ให้กับชะตากรรมของคนทั้งสอง รถกระบะเก่าๆ ที่ริวขโมยมาจอดที่หน้า “ม่านรูดริมทาง” แห่งหนึ่งแถบชานเมือง ที่นี่ดูทรุดโทรมและเงียบเชียบ เหมาะแก่การซ่อนตัวจากสายตาของ “หมาล่าเนื้อ” ที่มาดามส่งออกมา

ริวกัดฟันข่มความเจ็บปวดจากแผลที่ต้นขา พยุงร่างลงจากรถโดยมี กานต์ ที่ตอนนี้ร่างเริ่มจางลงเล็กน้อยคอยประคอง ทั้งคู่เปิดห้องพักหมายเลข 13… ห้องที่อยู่ลึกที่สุดและติดกับป่ารกทึบ

“พักผ่อนนะครับ” กานต์นั่งคุกเข่าลงดูแผลที่ขาของริว ไอเย็นจากมือของเขาช่วยบรรเทาความปวดแสบปวดร้อนได้ชะงัด “ผมจะเฝ้ายามให้เอง พวกนักล่าค่าหัวของมาดาม… มันมี ‘พรายกระซิบ’ คอยนำทาง เราประมาทไม่ได้”

“นายก็ต้องพัก…” ริวดึงมือกานต์ให้ลุกขึ้นมานอนข้างๆ “มานอนกอดผมหน่อย… ผมหนาว”

กานต์ยิ้มบางๆ ล้มตัวลงนอนโอบกอดริวเอาไว้ ความเย็นจากร่างวิญญาณปะทะกับความอุ่นของมนุษย์กลายเป็นความอบอุ่นหัวใจ ทั้งคู่หลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้า… โดยหารู้ไม่ว่าในห้องนี้ไม่ได้มีแค่พวกเขาสองคน


พรายตัณหา

ครืด… ครืด…

เสียงเล็บขูดผนังดังแว่วมาในความเงียบ ริวสะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึกพร้อมกลิ่นน้ำหอมราคาถูกฉุนกึกผสมกับกลิ่นสาบสาวลอยคลุ้ง เขาを感じたถึงแรงทับบนหน้าอก ร่างของเงาสีดำที่มีส่วนเว้าส่วนโค้งเย้ายวนใจกำลังคร่อมทับเขาอยู่ หล่อนมีผมยาวสยายปิดหน้า แต่ริมฝีปากสีแดงสดแสยะยิ้มกว้างจนเห็นฟันดำซี่แหลมคม

“หอม… กลิ่นวิญญาณผู้ชาย… ผสมกับกลิ่นไอ้โฮสต์หนุ่มนั่น… มันช่างยั่วยวนเหลือเกิน”

ผีตนนี้คือ “พรายตัณหา” วิญญาณหญิงสาวขายบริการที่ตายโหงในห้องนี้ นางวนเวียนดักจับผู้ชายเพื่อสูบกินวิญญาณผ่านราคะ ลิ้นยาวสากเลียไล้ที่ซอกคอของริว ตรงรอยกัดที่กานต์ทำไว้

“ออกไปนะ!” ริวพยายามดิ้นแต่ขยับไม่ได้เหมือนโดนผีอำ ร่างกายเริ่มร้อนวูบวาบจากฤทธิ์ยาปลุกเซ็กส์ในกลิ่นกายของนาง

“มึงกล้าดียังไง!!!”

เสียงตวาดดังก้องราวกับฟ้าผ่า ร่างของพรายตัณหาถูกกระชากปลิวไปกระแทกผนังทันที กานต์ ยืนตระหง่านอยู่ปลายเตียง รังสีอำมหิตสีดำพวยพุ่ง ดวงตาแดงฉานด้วยความโกรธเกรี้ยว รอยสักปีกนกที่คอขยายใหญ่ขึ้นจนดูเหมือนปีกปีศาจ

“นั่น ‘ของกู’…” กานต์คำราม “และกูเกลียดที่สุด… คือพวกผีสกปรกที่มาแตะต้องคนรักของกู”

กร๊อบ!

กานต์บีบมือเพียงครั้งเดียว ร่างวิญญาณของพรายตัณหาก็แตกสลายกลายเป็นผุยผง แล้วถูกดูดหายเข้าไปในฝ่ามือของกานต์ เขา “กิน” นางเพื่อเพิ่มพลังให้ตัวเอง และเพื่อทำลายมารหัวใจ


การตีตราจอง

เมื่อจัดการศัตรูเสร็จ กานต์กระโจนขึ้นมาบนเตียงคร่อมร่างริวไว้ทันที สายตาไล่สำรวจร่างกายริวราวกับจะสแกนหาคราบไคล “มันทำอะไรคุณบ้าง? มันจับตรงไหน? มันจูบตรงไหน?”

“มะ… ไม่ทันได้ทำอะไร แค่จับหน้าอก…”

“สกปรก… ผมต้องล้างออกเดี๋ยวนี้” กานต์กระชากเสื้อริวออกจนขาดวิ่น แล้วก้มลงใช้ลิ้นเลียไล้ไปตามแผ่นอกและซอกคออย่างรุนแรง มันคือการ “ตีตราจอง” ซ้ำๆ เพื่อลบสัมผัสของผีตัวอื่นออกไป

“จำไว้ว่ามีแค่ผม… มีแค่ผีตัวนี้ตัวเดียวที่มีสิทธิ์แตะต้องตัวคุณ มีสิทธิ์ทำให้คุณร้องคราง มีสิทธิ์กินวิญญาณคุณ!”

“เข้าใจแล้วครับ…” ริวดึงใบหน้าคมคายลงมาจูบปลอบประโลม “ผมเป็นของนาย… ของนายคนเดียว”


วงล้อมหมาล่าเนื้อ

ขณะที่ทั้งคู่กำลังดื่มด่ำกับความเร่าร้อน เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตู พร้อมเสียงสวดบริกรรมคาถาชวนขนลุก

“เจอตัวแล้ว… กลิ่นไอปีศาจแรงขนาดนี้ อยู่ห้องนี้แน่นอน”

ปัง! ปัง! ปัง! ยันต์สีแดงถูกแปะโปะลงบนหน้าต่างและประตู ควันสีเขียวเริ่มลอยลอดเข้ามาทางช่องใต้ประตู วงล้อมของ “หมอผีนักล่า” บีบกระชับเข้ามาทุกที

“พวกหมาล่าเนื้อ… มันตามมาไวกว่าที่คิด” กานต์แววตาวาวโรจน์ “หนีไม่ได้แล้ว… ต้องฝ่าออกไปเท่านั้น ริว… คุณเชื่อใจผมไหม?”

“ที่สุด”

“งั้นจับมือผมให้แน่น… เราจะซิ่งฝ่าดงตีนพวกมันออกไป”

กานต์รวบรวมพลังสร้างเกราะเงาหุ้มรถกระบะ ริวเตรียมสตาร์ทเครื่อง… คืนนี้จะเป็นการหนีตายที่ระห่ำที่สุดเท่าที่เคยมีมา!

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments