admin

spot_img

บทที่ ๒๒ : มายากลสีเลือด

เสียงไวโอลินจากวงมโหรีบรรเลงเพลงหวานซึ้ง แขกเหรื่อจับคู่กันเต้นรำกลางฟลอร์อย่างมีความสุข แต่สำหรับ พี่กล้า ทุกจังหวะดนตรีคือเสียงนับถอยหลังของระเบิดเวลา เขายืนตัวเกร็งอยู่ข้างเสา ตามประกบ คุณพุ่ม ไม่ห่าง สายตาสีอำพันกวาดมองไปในความมืดรอบนอกศาลา จมูกสัมผัสได้ถึงกลิ่น 'ดินปืน' และ 'กำมะถัน' ที่เริ่มเข้มข้นขึ้นจนกลบกลิ่นน้ำหอม "พี่กล้า... มือพี่เย็นเฉียบเลย" พุ่มกระซิบ พลางยื่นแก้วน้ำพั้นช์ให้ "ดื่มหน่อยแก้กระหาย" "ข้าดื่มไม่ลง..." กล้าตอบเสียงเครียด "คุณพุ่ม... ข้าว่าเราควรพาคุณพ่อคุณออกไปจากตรงนี้... เดี๋ยวนี้" ยังไม่ทันขาดคำ พรึ่บ! ไฟทุกดวงในงานเลี้ยงดับวูบลงพร้อมกัน! ไม่ใช่แค่ในตัวเรือน แต่รวมถึงไฟในสวนและไฟถนน...

บทที่ ๒๑ : หน้ากากสังคม

เปลวเทียนในห้องหนังสือเรือนท่านเจ้าคุณสั่นไหวตามแรงลมหายใจที่ตึงเครียดของชายหนุ่มสามคน บนโต๊ะไม้สักทองมีกระดาษแผ่นเล็กที่ได้จากขานกพิราบวางอยู่ พร้อมด้วยตำราถอดรหัสและแผนที่เมืองเก่า "อ่านออกไหมขอรับคุณหลวง?" พี่กล้า ถามอย่างร้อนรน ยืนกอดอกพิงชั้นหนังสือ สายตาจ้องมองกระดาษแผ่นนั้นราวกับจะเผามันให้เป็นจุณ หลวงเทพ ขมวดคิ้วจนแทบเป็นปม ปาดเหงื่อที่ซึมไรผม "รหัสนี้มันใช้ 'อักขระขอมกลับหลัง' ผสมกับคำราชาศัพท์... ไอ้พระยาไกรสีห์นี่มันเขี้ยวลากดินจริงๆ" เขาจิ้มปากกาขนนกไปทีละตัวอักษร "เท่าที่แกะได้ใจความ... 'พบเป้าหมาย... สายเลือดพยัคฆ์ยังไม่สิ้น... เตรียมพิธีเบิกเนตรในคืนจันทร์เพ็ญหน้า... เก็บกวาดพยานให้เรียบ' " "พิธีเบิกเนตร?" คุณพุ่ม ทวนคำ สีหน้าวิตก "มันคงหมายถึงพิธีชุบชีวิต...

บทที่ ๒๐ : พยัคฆ์เหยียบเมฆา

จันทร์เสี้ยวลอยเด่นอยู่เหนือยอดพระปรางค์วัดอรุณฯ ทอแสงสลัวลงมายังผืนน้ำเจ้าพระยาที่เงียบสงบ แต่ในเงามืดของตรอกซอกซอย กลับมีความเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและร้อนแรงยิ่งกว่าไฟ ณ เรือนเล็กท้ายสวน พี่กล้า สะพายย่ามใบเก่า ใบหน้าเคร่งเครียด เขาตัดสินใจแล้ว... การอยู่ที่นี่ต่อไปมีแต่จะนำภัยมาสู่ คุณพุ่ม และท่านเจ้าคุณ หากความจริงเรื่องที่เขาเป็น "ทายาทกบฏ" รู้ไปถึงหูคนในวัง ตระกูลบริรักษ์อาจถูกประหารเจ็ดชั่วโคตรในข้อหาให้ที่พักพิงแก่ศัตรูแผ่นดิน "ข้าต้องไป..." กล้ากระซิบสั่งลาความอบอุ่นในห้องนี้ "ขอโทษนะขอรับคุณพุ่ม" เขาเปิดหน้าต่าง เตรียมจะกระโจนหนีไปในความมืด แต่ทันทีที่เท้าแตะขอบหน้าต่าง... ปลายดาบเล่มงามก็พาดมาขวางหน้าคอหอย! "จะหนีไปไหนเจ้าเสือโง่?" กล้าชะงักเงยหน้ามอง คุณพุ่ม ที่ยืนดักรออยู่บนกิ่งมะม่วงใหญ่ข้างหน้าต่าง ในชุดทะมัดทะแมงสีเข้ม พร้อมด้วย...

บทที่ ๑๙ : ตราประทับราชสีห์

แดดสายส่องลอดใบมะม่วงลงมากระทบพื้นดินในสวนหลังเรือนท่านเจ้าคุณกรมท่า พี่กล้า ในชุดบ่าวไพร่เต็มยศ (เสื้อผ้าป่านสีขาวกับโจงกระเบนสีทึบ) กำลังกวาดใบไม้แห้งอย่างขะมักเขม้น แม้ทุกการขยับตัวจะทำให้แผลที่เอวแปลบปลาบขึ้นมาเหมือนถูกไฟจี้ "ขยันจริงนะพ่อคุณ..." เสียงทักทายที่คุ้นหูดังขึ้นจากด้านหลัง กล้ากำด้ามไม้กวาดแน่น หันกลับไปมองช้าๆ ไอ้สอน ยืนยิ้มเผล่ ถือกรรไกรตัดกิ่งไม้อันใหญ่ไว้ในมือ วันนี้มันไม่ได้นุ่งผ้าเตี่ยวแดงเหมือนเมื่อคืน แต่นุ่งโจงกระเบนสีมอซอเหมือนบ่าวทั่วไป ดูเผินๆ ก็แค่คนสวนร่างเล็กที่ไม่มีพิษมีภัย "แผลหายดีแล้วรึ?" สอนกระซิบถาม ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ "ยาของข้าแรงนะ... หรือว่า 'เลือด' ของเจ้านายมันดี ยิ่งกินยิ่งฟื้นตัวเร็ว?" กล้าขบกรามแน่น นัยน์ตาสีอำพันวาวโรจน์ "อย่ามายุ่งกับข้า......

บทที่ ๑๘ : เงาพรายท้ายสวน

รัตติกาลมาเยือนเรือนท่านเจ้าคุณกรมท่า บรรยากาศเงียบสงัดต่างจากความวุ่นวายในยามกลางวันอย่างสิ้นเชิง เสียงจิ้งหรีดเรไรกรีดปีกระงมผสานกับเสียงน้ำในคลองที่ไหลเอื่อยๆ ในเรือนหลังเล็กท้ายสวนที่แยกตัวโดดเดี่ยว พี่กล้า นั่งขัดสมาธิอยู่ในความมืด มีเพียงแสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาอาบไล้ร่างกำยำที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ความหิว... มันกลับมาอีกแล้ว ไม่ใช่ความหิวข้าวปลาอาหาร แต่เป็นความกระหายที่แล่นพล่านในกระแสเลือด ร่างกายของเขาเรียกร้องสิ่งที่ขาดหายไปเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ก๊อก... ก๊อก... เสียงเคาะประตูเบาๆ เป็นรหัสลับ กล้าลืมตาโพลง นัยน์ตาสีอำพันสว่างวาบก่อนจะรีบปรับให้เป็นปกติ เขาพุ่งตัวไปเปิดประตูอย่างเงียบเชียบ คุณพุ่ม ยืนอยู่หน้าประตู ในชุดนอนผ้าแพรสีอ่อน ถือปิ่นโตเถาเล็กๆ ไว้ในมือ ใบหน้าขาวเนียนมีรอยยิ้มซุกซน "รอนานไหมเจ้าเสือ?" กล้ารีบดึงพุ่มเข้ามาในห้องแล้วลงกลอนทันที "คุณพุ่มไม่ควรมาดึกดื่นป่านนี้... ถ้าท่านเจ้าคุณรู้เข้า..." "พ่อข้าหลับไปตั้งแต่หัวค่ำแล้ว"...

บทที่ ๑๗ : เสือในกรงทอง

ณ ท่าวาสุกรี พระนคร เสียงเซ็งแซ่ของผู้คน จอแจยิ่งกว่าฝูงนกกาในยามเย็น ตลาดน้ำยามเช้าคลาคล่ำไปด้วยเรือพายขายของ ทั้งเรือผลไม้ เรือก๋วยเตี๋ยว และเรือขุนนางที่สัญจรไปมา กลิ่นหอมของอาหารผสมปนเปกับกลิ่นควันไฟและกลิ่นน้ำคลองที่เริ่มเน่าเสียตามความเจริญของเมืองหลวง พี่กล้า นั่งตัวลีบอยู่ท้ายเรือเก๋งลำงามของท่านเจ้าคุณกรมท่า สายตาของเขากรอกไปมาด้วยความระแวดระวัง สัญชาตญาณสัตว์ป่าตื่นตัวทุกครั้งที่มีเสียงดังหรือมีเรือลำอื่นพายเข้ามาใกล้เกินไป "อย่าทำหน้าเหมือนเสือติดจั่นเยี่ยงนั้นสิพ่อกล้า" คุณพุ่ม ที่นั่งอยู่บนแคร่ไม้สักในตัวเรือเอ่ยกระซิบ พร้อมรอยยิ้มขบขัน "นี่บ้านเมืองข้า ไม่ใช่ดงโจร ไม่มีใครเขาจะกระโจนมากัดคอพี่หรอก" "คนน่ากลัวกว่าเสือขอรับ..." กล้าตอบเสียงเบาในลำคอ "สายตาพวกเขา... เหมือนกำลังประเมินราคาข้า" จริงอย่างที่กล้าว่า สายตาของบ่าวไพร่และชาวบ้านร้านตลาดต่างจับจ้องมาที่ชายแปลกหน้าผู้มีรอยสักเต็มตัวและแววตาดุดันที่นั่งมาในเรือท่านเจ้าคุณ ต่างซุบซิบกันไปต่างๆ นานา...

เซิงจิ้งหัว (Zeng Jinghua) เตรียมรับบทนำในภาพยนตร์ “TRINITY” เรื่องราวความรักต้องห้ามระหว่างศัลยแพทย์และศิษย์

ถือเป็นโปรเจกต์ภาพยนตร์ที่น่าจับตามองอย่างยิ่งครับ เมื่อนักแสดงหนุ่มดาวรุ่งชาวไต้หวันอย่าง เซิงจิ้งหัว (Zeng Jinghua) จาก Your Name Engraved Herein เตรียมกลับมาโชว์ฝีมือในบทบาทที่มีความซับซ้อนและเข้มข้นอีกครั้งในภาพยนตร์เรื่อง "TRINITY" (ในแสงก่อนรุ่งสาง) ผลงานการกำกับในรอบ 10 ปีของ Boo Junfeng ผู้กำกับชื่อดังชาวสิงคโปร์ครับ รายละเอียดที่น่าสนใจจากข้อมูลล่าสุดมีดังนี้ครับ: พล็อตเรื่อง: เมื่อ "ความศรัทธา" ปะทะกับ "ความปรารถนา" เรื่องราวโฟกัสไปที่ตัวละคร Johnny...

Subscribe

- Never miss a story with notifications

- Gain full access to our premium content

- Browse free from up to 5 devices at once

Must read

spot_img