โรงพยาบาลเอกชนเครือฮอไรซอน – ชั้น 15 (VIP Ward)
เสียงเครื่องช่วยหายใจและเสียงสัญญาณชีพจร ติ๊ด… ติ๊ด… เป็นเพียงเสียงเดียวที่ดังก้องในความเงียบสงัดของห้องพักฟื้นระดับ VVIP
ผมนั่งอยู่ข้างเตียงคนไข้ที่เต็มไปด้วยสายระโยงระยาง มือข้างหนึ่งกุมมือหนาที่เย็นเฉียบของไต้ฝุ่นไว้แน่น ส่วนหัวก็ฟุบหลับไปกับขอบเตียงด้วยความอ่อนเพลีย
หลังจากเหตุการณ์ถล่มตึกเมื่อวาน ไต้ฝุ่นหลับไปเต็มๆ สองวัน หมอบอกว่าร่างกายเขาซ่อมแซมตัวเองได้เร็ว แต่สมองและจิตใจต้องการการพักผ่อนอย่างหนักจากการใช้พลังเกินขีดจำกัด
“ตื่นได้แล้วนะครับ…” ผมพึมพำกับผ้าปูที่นอน “ถ้าไม่ตื่น ผมจะขโมยเสื้อผ้าไปขายให้หมดเลยนะ”
แกร๊ก…
เสียงประตูห้องเปิดออก ผมรีบเด้งตัวขึ้นมา นึกว่าหมอมาตรวจ แต่คนที่เดินเข้ามากลับเป็น คุณหญิงรำภา ในชุดลำลองที่ดูเรียบง่ายกว่าปกติ (แต่ก็ยังเป็นแบรนด์เนมทั้งตัว)
ในมือเธอถือปิ่นโตเถาใหญ่มาด้วย
“ยังไม่กลับไปอาบน้ำอีกเหรอ?” เธอถามเสียงเรียบ วางปิ่นโตลงบนโต๊ะ
“ผม… ผมอยากรอเขาตื่นครับ” ผมตอบเสียงอ่อย ก้มหน้ามองมือตัวเอง “ผมกลัวว่าถ้าผมไป… เขาตื่นมาแล้วไม่เจอใคร”
คุณหญิงรำภาถอนหายใจ เดินมายืนข้างผม เธอมองลูกชายที่นอนหลับสนิทด้วยแววตาอ่อนโยนที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน แล้วหันมามองผม
“ไปกินข้าวซะ ฉันเอามาเผื่อ” เธอพยักหน้าไปทางปิ่นโต “เดี๋ยวจะเป็นลมตายไปอีกคน ลูกชายฉันตื่นมาคงอาละวาดโรงพยาบาลแตกถ้าเขารู้ว่านายป่วยเพราะเฝ้าเขา”
“คะ… ครับ? เผื่อผมเหรอครับ?” ผมตาโต
“ก็ใช่น่ะสิ!” เธอแหว “กินๆ เข้าไปซะ ผอมแห้งแรงน้อยแบบนี้จะไปปกป้องใครได้”
ผมรีบเปิดปิ่นโตดู… ข้าวต้มกุ้งตัวโตๆ ส่งกลิ่นหอมฉุย น้ำตาผมพาลจะไหล
“ขอบคุณครับคุณแม่… เอ้ย คุณน้า!”
“เรียกแม่เหมือนเดิมนั่นแหละ” เธอพูดลอยๆ หันหน้าหนีไปจัดดอกไม้ที่แจกัน “ไหนๆ ตาฝุ่นมันก็เลือกแกแล้ว… แล้วฉันก็เห็นแก่ที่แกยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องมันในวันนั้น…”
เธอหันกลับมาจ้องตาผม
“แต่จำไว้นะ ฉันยังไม่ยอมรับแก 100% หรอกนะ! แค่ช่วงนี้อนุโลมให้… เข้าใจมั้ย?”
“เข้าใจครับ! ขอบคุณครับคุณแม่!” ผมยิ้มกว้างทั้งน้ำตา
ซึนเดระ… แม่ไต้ฝุ่นนี่ซึนเดระตัวแม่เลยนี่นา!



