admin

spot_img

ตอนที่ 7: พิกัดใหม่ที่นอกเหนือคำนวณ

หลังจาก "บทเรียน" ในห้องมืดจบลงด้วยการที่ไทเกอร์ยอมปล่อยให้กราฟเป็นอิสระ (พร้อมรอยจูบที่มุมปากเป็นของต่างหน้า) เช้าวันรุ่งขึ้นกราฟก็ต้องรีบแบกสังขารและโน้ตบุ๊กคู่ใจไปที่มหาวิทยาลัยเพื่อส่งความคืบหน้าของโปรเจกต์จบ เขาหวังว่าบรรยากาศโรงอาหารและเสียงตึกตักของการก่อสร้างในคณะวิศวะจะช่วยดึงเขากลับเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริงได้บ้าง "เฮ้ยไอ้กราฟ! ทางนี้" ต้น เพื่อนสนิทสายลุยตะโกนเรียกจากโต๊ะประจำ "ทำไมวันนี้หน้ามึงซีดเหมือนคนโดนของวะ หรือว่าโค้ดบั๊กจนไม่ได้นอน?" "เออ... บั๊กตัวใหญ่มาก" กราฟตอบเลี่ยงๆ พลางทรุดตัวลงนั่ง เขาพยายามเพ่งสมาธิไปที่หน้าจอ แต่ภาพซิกแพ็กสะท้อนแสงแฟลชยังคงลอยวนเวียนอยู่บนเซมิคอนดักเตอร์ในสมอง "เออ กราฟ มึงเห็นข่าวยังวะ วันนี้มีกองถ่ายมาใช้สถานที่คณะเราถ่ายโฆษณาด้วยนะ เห็นว่าเป็นดาราดังระดับประเทศเลย" กราฟชะงักกึก ลางสังหรณ์บางอย่างบอกเขาว่า 'อัลกอริทึมความซวย' กำลังทำงานอีกครั้ง "ใครวะ?" "ก็นายแบบที่มึงชอบดูคลิปบ่อยๆ ไง...

ตอนพิเศษ: [ไดอารี่สีน้ำเงิน] – ทุกการชูตลูก คือคำว่ารัก

บันทึกโดย: จิณณ์ (หมายเลข ๑๔) ๑๕ มิถุนายน ๒๕๖๒ วันนี้ผมแกล้งทำลูกบาสกลิ้งไปทางม้านั่งตัวเดิมที่มี "พี่แว่น" คนหนึ่งนั่งอยู่ จริงๆ ผมเห็นพี่เขามานั่งตรงนี้ทุกวันเป็นเดือนแล้วล่ะ พี่เขาชอบใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวเนี้ยบๆ แต่กลับถือถุงน้ำส้มคั้นเดินไปเดินมา หน้าตาก็ดูล่ำๆ นิ่มๆ เหมือนหมีที่ชอบทำหน้าจริงจัง ตอนที่ผมเดินไปขอรับลูกคืน พี่เขาสะดุ้งจนแว่นเกือบหลุด ตลกดีว่ะ... แต่สายตาหลังเลนส์แว่นหนาๆ นั่นน่ะสิ มันมีอะไรบางอย่างที่ทำให้ผมอยากแกล้งชูตพลาดบ่อยๆ เพียงเพื่อจะให้เขาหันมามอง ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๒...

ตอนที่ 30 (ตอนจบ): แสงตะวันที่นิ่งสงบ และบทสนทนาที่เรียบง่าย

๑๗ กรกฎาคม ๒๕๗๐ (หนึ่งปีต่อมา) ความโหยหาในโรงยิมวันนั้น กลายเป็นตะกอนที่นิ่งอยู่ก้นบึ้งของหัวใจครับ ผมเลิกตามหาเงาของอดีต และเริ่มกลับมาใช้ชีวิตในแบบที่ "พีทในวัยสามสิบ" ควรจะเป็น ผมยังคงวาดรูป ยังคงแวะไปโรงเรียนเก่าบ้าง แต่คราวนี้ผมไปเพื่อซึมซับลมเย็นๆ และมองดูผู้คนที่หมุนเวียนไปตามกาลเวลา ✍️ บันทึกหน้าสุดท้าย: ในความเงียบที่มีเสียงของใครอีกคน ผมขยับแว่นสายตาขณะนั่งสเก็ตช์ภาพต้นหางนกยูงที่ร้านกาแฟริมรั้วโรงเรียน แสงแดดอุ่นๆ ยามเย็นทาบทับลงบนสมุดภาพ ผมนั่งอยู่ตรงนั้นนานเท่าไหร่ไม่รู้ จนกระทั่งมีเสียงวางแก้วน้ำเบาๆ ลงที่โต๊ะข้างๆ พร้อมกับกลิ่นหอมของชากุหลาบที่ดูนิ่งและสะอาด "เอ่อ... ขอโทษนะครับ ผมเห็นคุณจ้องที่ต้นไม้นี้นานมาก งานวาดของคุณดูมีน้ำหนักที่สวยดีนะครับ" ผมเงยหน้าขึ้นมองตามเสียง...

ตอนที่ 29: ภาพหลอนในรอยจำ และเศษเสี้ยวของหัวใจที่ถูกทิ้งไว้

๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เช้าวันแรกหลังจากงานแต่งงาน... โลกข้างนอกอาจจะยังหมุนไปตามปกติ แต่โลกข้างในของผมกลับพังทลายลงเงียบๆ ผมตื่นมาในห้องนอนเก่าที่บ้านแม่ ห้องที่เคยอบอวลไปด้วยความฝันโง่ๆ ของเด็กชายคนหนึ่ง ผมตัดสินใจขับรถกลับไปที่โรงเรียนมัธยมอีกครั้ง ไม่ใช่ในฐานะรุ่นพี่ผู้สำเร็จการศึกษา แต่ในฐานะ "คนหลงทาง" ที่อยากกลับไปหาเศษเสี้ยวของตัวเองที่ทำหล่นหายไว้ที่นั่น ✍️ บันทึกหน้าที่ ๔๘: มวลความเหงาที่มองเห็นได้ด้วยตา ผมเดินเข้าไปในโรงยิมที่ไร้ผู้คนในเวลาเช้าตรู่ แสงแดดสีทองรำไรลอดผ่านช่องหน้าต่างสูงตกลงมาบนพื้นไม้ปาร์เกต์ที่ขัดจนเงา กลิ่นของยางรองเท้าผ้าใบและเหงื่อจางๆ ที่ติดอยู่ในอากาศทำหน้าที่เป็นไทม์แมชชีนกระชากผมกลับไปสู่ปี ๒๕๖๒ ทันที ผมทรุดตัวลงนั่งที่อัฒจันทร์ไม้แถวเดิม... แถวที่ผมเคยใช้นั่งเฝ้า 'ดวงอาทิตย์' ของผมซ้อมบาส วินาทีนั้นเองที่ผมเริ่มเห็น...

ตอนที่ 28: วันที่ดวงดาวมาบรรจบ และรอยยิ้มในเลนส์น้ำตา

๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เช้าวันนี้ผมตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกนิ่งสงบอย่างประหลาด ผมบรรจงสวมสูทสีเทาอ่อนที่ตัดเย็บอย่างประณีต จัดเนกไทให้ตรง และสวมแว่นตากรอบบางที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของผมไปแล้ว กระจกเงาสะท้อนภาพชายหนุ่มวัย ๒๙ ที่ดูดี มั่นใจ และผ่านโลกมามากพอที่จะรู้ว่า... ความเศร้าที่งดงามนั้นมีหน้าตาเป็นอย่างไร ✍️ บันทึกหน้าที่ ๔๖: แต้มสุดท้ายที่สมบูรณ์แบบ บรรยากาศในโรงแรมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยาอบอวลไปด้วยกลิ่นดอกไม้และเสียงหัวเราะ ผมเดินเข้าไปในงานพร้อมกับตั้มและก้อยที่วันนี้แต่งตัวจัดเต็มไม่แพ้กัน ทุกย่างก้าวที่เดินผ่านซุ้มดอกไม้ ผมเห็นรูปถ่าย Pre-wedding ของจิณณ์กับเจ้าสาวของเขา จิณณ์ในชุดสูทสีขาวดูสง่างามราวกับเทพบุตร เขายังมีรอยยิ้มที่ทำให้โลกสดใสเหมือนเดิม และเมื่อเขาสบตาผมท่ามกลางฝูงชน... รอยยิ้มนั้นก็กว้างขึ้นกว่าเดิม "พี่พีท!" จิณณ์ผละจากกลุ่มเพื่อนแล้วเดินตรงมาหาผม วินาทีนั้นเหมือนเวลาหยุดหมุนไปชั่วครู่...

ตอนที่ 27: ซองจดหมายสีครีม และกาลเวลาที่หมุนผ่าน

๕ มกราคม ๒๕๖๙ เวลาผ่านไปไวอย่างกับโกหกครับ จากเด็กมัธยมในวันนั้น สู่ชายหนุ่มวัยเฉียดสามสิบในวันนี้ ผมกลายเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ที่ทำงานหนักและใช้ชีวิตเรียบง่ายในคอนโดใจกลางเมือง ผมยังมีไดอารี่เล่มเดิมวางอยู่ที่หัวเตียง แม้หน้ากระดาษจะเริ่มเหลืองกรอบไปบ้าง แต่มันคือสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าเรื่องราวทั้งหมดเคยเกิดขึ้นจริง ✍️ บันทึกหน้าที่ ๔๔: เมื่อ ‘อดีต’ ส่งจดหมายมาหา ‘ปัจจุบัน’ วันนี้ผมกลับไปเยี่ยมแม่ที่บ้าน แล้วพบว่ามีซองจดหมายสีครีมกลิ่นหอมอ่อนๆ วางอยู่บนโต๊ะทำงานเก่าของผม จ่าหน้าซองด้วยลายมือที่คุ้นตา... ลายมือยุกยิกที่เคยเขียนโพสต์อิทแปะบนขวดน้ำส้ม แต่วันนี้มันดูมั่นคงและเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก ผมค่อยๆ เปิดซองออก... หัวใจผมวูบไปอึดใจหนึ่ง มันเป็นความรู้สึกเหมือนเราตกจากที่สูง แต่มีตาข่ายนุ่มๆ...

ตอนที่ 26: จดหมายอากาศ และความรักที่กลายเป็นแรงบันดาลใจ

๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๕ ระยะห่าง ๑๓,๐๐๐ กิโลเมตร สอนให้ผมรู้ว่า ‘เวลา’ เป็นทั้งมิตรและศัตรูครับ ในช่วงปีแรกเราต่างพยายามจะเหนี่ยวรั้งกันและกันไว้ผ่านสายสัญญาณอินเทอร์เน็ต แต่พอเข้าสู่ปีที่สอง... เราเริ่มเรียนรู้ที่จะปล่อยให้ต่างฝ่ายได้หายใจในโลกของตัวเองมากขึ้น ความสัมพันธ์ของเราไม่ได้จบลงด้วยการทะเลาะเบาะแว้ง แต่มันค่อยๆ เปลี่ยนรูปร่างไปอย่างช้าๆ ✍️ บันทึกหน้าที่ ๔๒: เมื่อความรักเปลี่ยนสถานะ วันนี้ผมตื่นขึ้นมาพร้อมกับพัสดุกล่องใหญ่จากสหรัฐอเมริกา ข้างในคือเสื้อบาสเกตบอลตัวที่จิณณ์ใส่ลงสนามนัดชิงชนะเลิศระดับมหาวิทยาลัย พร้อมกับลายเซ็นของเขาที่ตัวใหญ่และมั่นใจขึ้นมาก 💌 โน้ตเล็กๆ ที่แนบมา: “พี่พีทครับ... เสื้อตัวนี้คือความภูมิใจของผม ผมอยากให้พี่เก็บมันไว้...

Subscribe

- Never miss a story with notifications

- Gain full access to our premium content

- Browse free from up to 5 devices at once

Must read

spot_img