HomeChapterตอนที่ 29: ภาพหลอนในรอยจำ และเศษเสี้ยวของหัวใจที่ถูกทิ้งไว้

ตอนที่ 29: ภาพหลอนในรอยจำ และเศษเสี้ยวของหัวใจที่ถูกทิ้งไว้

๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙

เช้าวันแรกหลังจากงานแต่งงาน… โลกข้างนอกอาจจะยังหมุนไปตามปกติ แต่โลกข้างในของผมกลับพังทลายลงเงียบๆ ผมตื่นมาในห้องนอนเก่าที่บ้านแม่ ห้องที่เคยอบอวลไปด้วยความฝันโง่ๆ ของเด็กชายคนหนึ่ง ผมตัดสินใจขับรถกลับไปที่โรงเรียนมัธยมอีกครั้ง ไม่ใช่ในฐานะรุ่นพี่ผู้สำเร็จการศึกษา แต่ในฐานะ “คนหลงทาง” ที่อยากกลับไปหาเศษเสี้ยวของตัวเองที่ทำหล่นหายไว้ที่นั่น

✍️ บันทึกหน้าที่ ๔๘: มวลความเหงาที่มองเห็นได้ด้วยตา

ผมเดินเข้าไปในโรงยิมที่ไร้ผู้คนในเวลาเช้าตรู่ แสงแดดสีทองรำไรลอดผ่านช่องหน้าต่างสูงตกลงมาบนพื้นไม้ปาร์เกต์ที่ขัดจนเงา กลิ่นของยางรองเท้าผ้าใบและเหงื่อจางๆ ที่ติดอยู่ในอากาศทำหน้าที่เป็นไทม์แมชชีนกระชากผมกลับไปสู่ปี ๒๕๖๒ ทันที

ผมทรุดตัวลงนั่งที่อัฒจันทร์ไม้แถวเดิม… แถวที่ผมเคยใช้นั่งเฝ้า ‘ดวงอาทิตย์’ ของผมซ้อมบาส

วินาทีนั้นเองที่ผมเริ่มเห็น “ภาพซ้อนทับ” ที่รุนแรงจนพร่าเลือน…

ผมไม่ได้เห็นแค่สนามบาสที่ว่างเปล่า แต่ผมเห็นจิณณ์ในวัยสิบหกปี… เด็กหนุ่มเจ้าของรอยยิ้มสว่างไสวที่กำลังวิ่งเลี้ยงลูกบาสอยู่กลางสนาม ภาพนั้นชัดเจนจนผมได้ยินเสียงรองเท้าเสียดสีกับพื้น เอี๊ยด… เอี๊ยด… ผมเห็นเขายิงลูกโทษพลาดแล้วหันมาเกาหัวยิ้มแหยๆ ให้ผมที่นั่งอยู่ตรงนี้

“พี่พีท! ดูดิ ผมพลาดอีกแล้ว!” เสียงในมโนภาพนั้นดังก้องจนผมเผลอขยับปากจะขานรับ

ความโหยหามันบีบคั้นกลางอกจนผมต้องยกมือขึ้นกุมไว้ น้ำตาที่กลั้นมาทั้งคืนเริ่มเอ่อล้น ผมคิดถึงจิณณ์คนนั้น… คนที่ยังไม่มีพันธะ คนที่มองผมเหมือนผมเป็นโลกทั้งใบ คนที่เคยวิ่งมาหาผมเพียงเพื่อจะขอน้ำส้มสักอึก

ผมหันไปมองข้างตัว… แล้วผมก็เห็น “เด็กแว่นคนหนึ่ง” นั่งอยู่ห่างออกไปสามสี่ช่วงตัว

เด็กคนนั้นสวมแว่นตาหนาเตอะ เสื้อนักเรียนหลุดลุ่ยเล็กน้อย ในมือมีสมุดวาดเขียนและสายตาที่จับจ้องไปยังสนามบาสด้วยแววตาเทิดทูน… แววตาเดียวกับที่ผมเคยมี แววตาที่เต็มไปด้วยความหวังที่ริบหรี่แต่ยิ่งใหญ่

ผมมองเด็กคนนั้นสลับกับภาพหลอนของจิณณ์ที่ยังวิ่งอยู่กลางสนาม ความเจ็บปวดมันพุ่งพ่านขึ้นมาจนใจสั่น ผมอยากจะตะโกนบอกเด็กคนนั้นว่า ‘อย่ารักเขาเลย… อย่าเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อใครขนาดนั้นเลย เพราะสุดท้าย… สิ่งที่เหลืออยู่จะมีเพียงความทรงจำที่กัดกินเราในวันที่เขาเป็นของคนอื่น’

แต่ผมก็ทำไม่ได้… เพราะผมรู้ดีว่า ถ้าไม่มีความรักที่บ้าคลั่งในวันนั้น ผมก็คงไม่มี “ผม” ที่เข้มแข็งพอจะมายืนอยู่ในจุดนี้

ผมสะอื้นออกมาโดยไม่มีเสียง มือที่สั่นเทาหยิบปากกาขึ้นมาเขียนลงในไดอารี่หน้าที่เหลืองกรอบ

✍️ บันทึก (ต่อ): แต้มที่ไม่มีวันถูกลบ

จิณณ์… พี่ติดอยู่ในคุกของความทรงจำนี้มาสิบปีแล้วนะ วันนี้พี่เห็นเด็กคนหนึ่งที่เหมือนพี่ในวันวานเหลือเกิน และพี่ก็ยังเห็นจิณณ์คนเดิมวิ่งอยู่ในสนามนี้เสมอ พี่ยอมรับความจริงแล้วนะว่าจิณณ์เป็นของคนอื่น… แต่พี่ขออนุญาต ‘ไม่ลืม’ ได้ไหม? ขอให้จิณณ์คนเบอร์ 14 คนนั้น ยังคงวิ่งอยู่ในหัวใจของพี่ตลอดไป ในฐานะความรักที่บริสุทธิ์ที่สุดที่พี่เคยรู้จัก

ลาก่อนนะ… วัยเยาว์ของพี่ ลาก่อนนะ… ความฝันที่พี่เคยคั้นน้ำส้มให้ทุกเย็น

ปล. เด็กแว่นคนนั้นหันมามองผม เขาคงสงสัยว่าผู้ชายในชุดสูทคนนี้มาร้องไห้อะไรตรงนี้… เขาคงไม่รู้หรอกว่า อีกสิบปีข้างหน้า เขาอาจจะเป็นคนหนึ่งที่กลับมานั่งร้องไห้ในที่ที่เดียวกับผมก็ได้ 💔🏀🌧️

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments