admin

spot_img

บทที่ 2: รหัสนักศึกษาแห่งความตาย (The Student ID of Death)

ในห้วงจักรวาลที่เวิ้งว้างกว้างใหญ่ การจัดระเบียบวิญญาณนับล้านดวงต้องใช้ความแม่นยำระดับปรมาณู ข้า... ผู้ซึ่งเคยบริหารจัดการบัญชีหนังหมา (ที่มนุษย์เรียกกันเล่นๆ) ด้วยความผิดพลาดเป็นศูนย์ กลับต้องมายืนงงอยู่หน้าห้องทะเบียนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เบื้องหน้าข้าคือป้ามนุษย์สวมแว่นตาหนาเตอะ กำลังเคี้ยวข้าวเหนียวหมูปิ้งอย่างเอร็ดอร่อย กลิ่นกระเทียมเจียวลอยคลุ้งทำเอาข้าย่นจมูก "ชื่ออะไรนะพ่อหนุ่ม?" ป้าถามโดยไม่เงยหน้ามอง "กาล..." ข้าตอบเสียงเรียบ "นามสกุล... นิรันดร์กาล" (ข้าเพิ่งคิดสดๆ ร้อนๆ เมื่อกี้ เพราะนามสกุล 'ยมทูต' คงฟังดูไม่เป็นมงคลนัก) "เอกสารครบไหม? สำเนาบัตรประชาชน? ทะเบียนบ้าน?" ข้านิ่งเงียบ... ทะเบียนบ้านของข้าคือนรกขุมที่ 8 ส่วนบัตรประชาชน......

บทที่ 1: มัจจุราชในดงไก่ย่าง

สายลมแห่งกาลเวลาพัดพาใบไม้แห้งให้ปลิดปลิว ร่วงหล่นสู่ผืนธรณีเฉกเช่นชีวิตมนุษย์ที่ไม่อาจยั่งยืน... ข้าพเจ้า... หรือในนามที่พวกเจ้าเรียกว่า 'กาล' ยืนตระหง่านอยู่บนดาดฟ้าตึกคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เบื้องล่างคือความโกลาหลของสิ่งที่เรียกว่า 'มนุษย์' เสียงกลองทอมดังตึ้งๆๆ ผสานกับเสียงตะโกนโหวกเหวกที่ไร้ซึ่งความสุนทรีย์ ดวงตาของข้าจดจ้องไปยังเป้าหมาย นายธาวิน วงศ์สวัสดิ์ อายุ 19 ปี สาเหตุการตาย: สะดุดขาตัวเองตกบันไดหนีไฟ เวลา 16.00 น. ช่างเป็นการตายที่... ไร้สาระสิ้นดี ข้าก้มมองนาฬิกาทรายในมือ เม็ดทรายสีเงินกำลังไหลรินลงสู่เบื้องล่าง อีกเพียง 5 นาทีเท่านั้น...

ตอนที่ 5 — “กับดักที่มองไม่เห็น”

สวนพฤกษาของตระกูลวารีไม่ใช่สวนที่ปลูกขึ้นเพื่อความรื่นรมย์ แต่มันถูกสร้างขึ้นเพื่อ “สกัดความหมาย” ต้นไม้แต่ละต้นมีชื่อเรียกขานราวกับรหัสลับ แต่ละแปลงมีป้ายเล็ก ๆ กำกับบอกวันเวลาที่ต้องเก็บเกี่ยว และระบุชื่อผู้ดูแลอย่างชัดเจน เรนเดินทอดน่องอยู่ท่ามกลางกลิ่นอายของพืชสด พืชพรรณเหล่านี้มักซื่อสัตย์... ซื่อสัตย์กว่ามนุษย์ เพราะพวกมันไม่รู้จักการแสดงออกสองชั้น หรือการซ่อนเร้นเจตนา เขาหยุดฝีเท้าลงตรงหน้าเรือนกระจกหลังหนึ่ง ผ้าม่านสีขาวถูกดึงปิดลงมาครึ่งบาน ฝ้ากระจกดูพร่ามัวเหมือนมีใครบางคนกำลังหายใจอยู่ข้างใน ทั้งที่ความจริงแล้วไม่มีใครอยู่ กวินเดินตามมาหยุดยืนข้าง ๆ เขาไม่รุกล้ำระยะห่างส่วนตัว ราวกับเรียนรู้แล้วว่าเรนต้องการพื้นที่ว่าง พอ ๆ กับที่ต้องการความจริง “คุณมั่นใจแค่ไหนว่ากลิ่นบนตัวลิลลี่เกี่ยวกับคดี” กวินเอ่ยถามเสียงเบา แต่ทุกพยางค์กลับอัดแน่นไปด้วยความหวาดหวั่น เรนยังไม่หันไปตอบ สายตาจับจ้องไปที่ต้นไม้เบื้องหน้า...

ตอนที่ 4 — “น้ำหอมที่ไม่ควรอยู่ตรงนั้น”

เช้าวันถัดมาเป็นเช้าที่ไร้แสงแดด เมฆขาวทึบปิดทับท้องฟ้าประหนึ่งฝากล่องกำมะหยี่ที่ครอบลงมา ทำให้คฤหาสน์ทั้งหลังดูราวกับขวดน้ำหอมที่ถูกใครบางคนปิดฝาไว้แน่นหนา... เพื่อไม่ให้กลิ่นใดหลุดรอดออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาต เรนตื่นก่อนเสียงนาฬิกาปลุก เพราะเขาตื่นด้วย “กลิ่น” กลิ่นของขิงอ่อนเจือใบส้มที่ลอยมาจากครัวด้านล่าง ไม่เข้มข้น ไม่ตะโกนเรียกร้องความสนใจ แต่สดชื่นพอที่จะทำให้จมูก “ลืมฝันร้าย” ได้ชั่วคราว เขาลุกขึ้นจากเตียงอย่างเชื่องช้า ไม่ใช่เพราะความง่วงงุน แต่เพราะร่างกายเพิ่งยอมรับความจริงว่า วันนี้เขาต้องใช้ชีวิตอยู่ในบ้านที่กลืนกินแม่ของเขาเข้าไป และต้องแสร้งทำเหมือนมันเป็นเพียงวันธรรมดาวันหนึ่ง ในโถงอาหารเช้า โต๊ะยาวสีเข้มถูกจัดแต่งไว้อย่างเป็นระเบียบ เหมือนทุกอย่างในบ้านหลังนี้เกิดมาเพื่อถูกจัดวาง... และเกิดมาเพื่อซ่อนเร้น สมาชิกในตระกูลนั่งกันครบองค์ประชุม ไร้เสียงพูดคุย ไม่มีการแสดงความเสียใจเกินความจำเป็น เหมือนทุกคนถูกสั่งสอนมาให้เชื่อว่าการตายคือข่าวสารประเภทหนึ่ง ไม่ใช่บาดแผลที่ต้องฟูมฟาย ความเงียบในบ้านนี้มีน้ำหนักมาก หนักอึ้งกว่าสิ่งใด...

ตอนที่ 3 — “แผนที่ของลมหายใจ”

ค่ำคืนในคฤหาสน์วารีมาถึงเร็วกว่าที่คิด มันเป็นความมืดที่เหมือนถูกห่อหุ้มด้วยผ้ากำมะหยี่สีเข้ม... มืด แต่ไม่ได้หนาวเหน็บ เพราะบ้านหลังนี้มีวิธีรักษาอุณหภูมิของตัวเอง ทั้งด้วยเครื่องปรับอากาศและด้วย “กลิ่น” เรนเดินตามกวินกลับเข้ามาในเรือนใหญ่ ไม่ใช่การเดินตามอย่างยอมรับ แต่เป็นการก้าวเท้าตามหลังอย่างคนที่กำลังกัดฟันอยู่กับคำว่า ‘จำเป็น’ โถงกลางเงียบงัน มีเพียงเสียงรองเท้าหนังของกวินที่ดังเป็นจังหวะสั้น เรียบ และเท่ากันทุกก้าว เหมือนเขาเป็นคนที่คิดคำนวณก่อนจะเหยียบย่างลงไปเสมอ “คุณอยากเริ่มจากตรงไหน” กวินเอ่ยถามโดยไม่หันกลับมา ราวกับรู้ดีว่าเรนไม่ชอบการถูกจ้องมอง เรนกวาดสายตาไปตามผนังที่กรุด้วยไม้สีเข้ม ลวดลายของมันคดเคี้ยวเหมือนเส้นทางน้ำในแผนที่เก่า เขาสูดลมหายใจเข้าช้า ๆ ปล่อยให้บ้านเล่าเรื่องราวของตัวเองผ่านโพรงจมูก กลิ่นของโถงใหญ่คือกลิ่นแห่งการ “ต้อนรับ”—สะอาดสะอ้านอย่างจงใจ มีความนุ่มนวลของแป้งบาง...

ตอนที่ 2 — “ศพในเรือนกลั่น”

เรือนกลั่นตั้งอยู่แยกออกไปท้ายสวน เป็นอาคารทรงกล่องที่สูงตระหง่าน กำแพงกระจกสูงใหญ่จนไอน้ำที่เกิดจากฝนที่เพิ่งหยุดตกทำให้ทั้งอาคารดูเหมือนกำลัง “หายใจ” เอาไอสีขาวขุ่นออกมาอย่างช้าๆ ตำรวจยังคงไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามา กวินอ้างเหตุผลว่า “เรื่องในบ้าน” ซึ่งเรนได้ยินแล้วก็อยากหัวเราะในลำคอ เพราะคำว่าเรื่องในบ้านของตระกูลใหญ่ มักจะแปลว่า “เรื่องที่ไม่อยากให้คนอื่นรู้” ศพถูกวางอยู่บนเตียงสแตนเลสเย็นเฉียบ ชายวัยกลางคนในชุดแล็บสีขาว หน้าซีดเหมือนกระดาษที่ถูกกลิ่นดึงเอาสีสันทั้งหมดออกไป ไม่มีบาดแผลที่ชัดเจน ไม่มีเลือดไหลนอง คล้ายกับคนที่กำลังหลับอยู่เฉยๆ แต่เรนเห็นทันทีว่านั่นไม่ใช่การหลับใหล เพราะดวงตาที่เหลือกขึ้นเล็กน้อย และรอยสีม่วงจางๆ ที่ปรากฏอยู่รอบริมฝีปาก มันคือสัญญาณของภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน หรือการได้รับ “พิษทางการสูดดม” “ใครเหรอ?” เรนถามเสียงห้วน กวินตอบ “คุณพิชญ์...

ตอนที่ 1 — “คนแปลกหน้าในบ้านกลิ่นหอม”

เรน กลับมายืนหน้าประตูเหล็กสูงสีดำของคฤหาสน์วารีอีกครั้ง ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามบ่ายที่ลอดเงาไม้ใหญ่ ทั้งที่เขาเคยสาบานกับตัวเองมาหลายปีว่าจะไม่มีวันก้าวเข้าไปในที่ที่... กลืนแม่เขาไปทั้งเป็น ป้ายทองคำเหลืองอร่ามหน้าประตูสลักคำว่า Varee Parfum House อย่างโอ่อ่า มันดูหรูหรา เงียบงัน และในความรู้สึกของเรน มันกำลังหัวเราะเบาๆ ใส่เขา… ด้วยกลิ่นจางๆ ของดอกไอริสที่ลอยแผ่วออกมาจากสวนอันร่มรื่น ชายเฝ้าประตูมองบัตรที่เรนยื่นให้สลับกับใบหน้าของเขาอย่างพิจารณา “คุณเรนใช่ไหมครับ? ทางบ้านรออยู่” เรนพยักหน้าเล็กน้อย ไม่เอ่ยคำใดออกมา เขาไม่ได้มาที่นี่ในฐานะแขกผู้มีเกียรติ แต่ในฐานะ “สุนัขดมกลิ่นของความจริง” ล้อรถลากกระเป๋าเดินทางเคลื่อนผ่านพื้นหินอ่อนขัดเงาไปตามทางเดิน บรรยากาศภายในบ้านเย็นจนเหมือนถูกแต้มด้วยกลิ่น กฤษณา...

Subscribe

- Never miss a story with notifications

- Gain full access to our premium content

- Browse free from up to 5 devices at once

Must read

spot_img