admin

spot_img

บทที่ 3: กฎเหล็กกับรูมเมทจำเป็น (The Roommate Rules)

"หอเต็มครับน้อง" เสียงลุงยามหอพักใน ดังเหมือนฟ้าผ่ากลางกบาลวิน "โห ลุง! ผมจ่ายค่ามัดจำช้าไปวันเดียวเองนะ! ผมจะไปนอนไหนล่ะครับเนี่ย บ้านก็อยู่ตั้งเชียงใหม่!" วินโอดครวญแทบจะลงไปนอนดิ้นกับพื้น ข้ายืนกอดอกพิงเสา มองดูฉากละครชีวิตมนุษย์ด้วยความสมเพช จริงๆ แล้ว... ข้าเพิ่งใช้มนตร์ดลใจให้รายชื่อวิน 'ตกหล่น' จากระบบหอพักเองแหละ "ช่วยไม่ได้นะ ห้องมันเต็มจริงๆ... อ้อ เหลืออยู่ห้องเดียว ห้อง 404 แต่มันเป็นห้องคู่ แล้วมีคนจองไปแล้วคนหนึ่ง" ลุงยามเปิดสมุดรายชื่อ "ใครครับลุง! ผมขอนอนด้วยได้ไหม ผมนอนพื้นก็ได้!"...

บทที่ 2: รหัสนักศึกษาแห่งความตาย (The Student ID of Death)

ในห้วงจักรวาลที่เวิ้งว้างกว้างใหญ่ การจัดระเบียบวิญญาณนับล้านดวงต้องใช้ความแม่นยำระดับปรมาณู ข้า... ผู้ซึ่งเคยบริหารจัดการบัญชีหนังหมา (ที่มนุษย์เรียกกันเล่นๆ) ด้วยความผิดพลาดเป็นศูนย์ กลับต้องมายืนงงอยู่หน้าห้องทะเบียนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เบื้องหน้าข้าคือป้ามนุษย์สวมแว่นตาหนาเตอะ กำลังเคี้ยวข้าวเหนียวหมูปิ้งอย่างเอร็ดอร่อย กลิ่นกระเทียมเจียวลอยคลุ้งทำเอาข้าย่นจมูก "ชื่ออะไรนะพ่อหนุ่ม?" ป้าถามโดยไม่เงยหน้ามอง "กาล..." ข้าตอบเสียงเรียบ "นามสกุล... นิรันดร์กาล" (ข้าเพิ่งคิดสดๆ ร้อนๆ เมื่อกี้ เพราะนามสกุล 'ยมทูต' คงฟังดูไม่เป็นมงคลนัก) "เอกสารครบไหม? สำเนาบัตรประชาชน? ทะเบียนบ้าน?" ข้านิ่งเงียบ... ทะเบียนบ้านของข้าคือนรกขุมที่ 8 ส่วนบัตรประชาชน......

บทที่ 1: มัจจุราชในดงไก่ย่าง

สายลมแห่งกาลเวลาพัดพาใบไม้แห้งให้ปลิดปลิว ร่วงหล่นสู่ผืนธรณีเฉกเช่นชีวิตมนุษย์ที่ไม่อาจยั่งยืน... ข้าพเจ้า... หรือในนามที่พวกเจ้าเรียกว่า 'กาล' ยืนตระหง่านอยู่บนดาดฟ้าตึกคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เบื้องล่างคือความโกลาหลของสิ่งที่เรียกว่า 'มนุษย์' เสียงกลองทอมดังตึ้งๆๆ ผสานกับเสียงตะโกนโหวกเหวกที่ไร้ซึ่งความสุนทรีย์ ดวงตาของข้าจดจ้องไปยังเป้าหมาย นายธาวิน วงศ์สวัสดิ์ อายุ 19 ปี สาเหตุการตาย: สะดุดขาตัวเองตกบันไดหนีไฟ เวลา 16.00 น. ช่างเป็นการตายที่... ไร้สาระสิ้นดี ข้าก้มมองนาฬิกาทรายในมือ เม็ดทรายสีเงินกำลังไหลรินลงสู่เบื้องล่าง อีกเพียง 5 นาทีเท่านั้น...

ตอนที่ 5 — “กับดักที่มองไม่เห็น”

สวนพฤกษาของตระกูลวารีไม่ใช่สวนที่ปลูกขึ้นเพื่อความรื่นรมย์ แต่มันถูกสร้างขึ้นเพื่อ “สกัดความหมาย” ต้นไม้แต่ละต้นมีชื่อเรียกขานราวกับรหัสลับ แต่ละแปลงมีป้ายเล็ก ๆ กำกับบอกวันเวลาที่ต้องเก็บเกี่ยว และระบุชื่อผู้ดูแลอย่างชัดเจน เรนเดินทอดน่องอยู่ท่ามกลางกลิ่นอายของพืชสด พืชพรรณเหล่านี้มักซื่อสัตย์... ซื่อสัตย์กว่ามนุษย์ เพราะพวกมันไม่รู้จักการแสดงออกสองชั้น หรือการซ่อนเร้นเจตนา เขาหยุดฝีเท้าลงตรงหน้าเรือนกระจกหลังหนึ่ง ผ้าม่านสีขาวถูกดึงปิดลงมาครึ่งบาน ฝ้ากระจกดูพร่ามัวเหมือนมีใครบางคนกำลังหายใจอยู่ข้างใน ทั้งที่ความจริงแล้วไม่มีใครอยู่ กวินเดินตามมาหยุดยืนข้าง ๆ เขาไม่รุกล้ำระยะห่างส่วนตัว ราวกับเรียนรู้แล้วว่าเรนต้องการพื้นที่ว่าง พอ ๆ กับที่ต้องการความจริง “คุณมั่นใจแค่ไหนว่ากลิ่นบนตัวลิลลี่เกี่ยวกับคดี” กวินเอ่ยถามเสียงเบา แต่ทุกพยางค์กลับอัดแน่นไปด้วยความหวาดหวั่น เรนยังไม่หันไปตอบ สายตาจับจ้องไปที่ต้นไม้เบื้องหน้า...

ตอนที่ 4 — “น้ำหอมที่ไม่ควรอยู่ตรงนั้น”

เช้าวันถัดมาเป็นเช้าที่ไร้แสงแดด เมฆขาวทึบปิดทับท้องฟ้าประหนึ่งฝากล่องกำมะหยี่ที่ครอบลงมา ทำให้คฤหาสน์ทั้งหลังดูราวกับขวดน้ำหอมที่ถูกใครบางคนปิดฝาไว้แน่นหนา... เพื่อไม่ให้กลิ่นใดหลุดรอดออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาต เรนตื่นก่อนเสียงนาฬิกาปลุก เพราะเขาตื่นด้วย “กลิ่น” กลิ่นของขิงอ่อนเจือใบส้มที่ลอยมาจากครัวด้านล่าง ไม่เข้มข้น ไม่ตะโกนเรียกร้องความสนใจ แต่สดชื่นพอที่จะทำให้จมูก “ลืมฝันร้าย” ได้ชั่วคราว เขาลุกขึ้นจากเตียงอย่างเชื่องช้า ไม่ใช่เพราะความง่วงงุน แต่เพราะร่างกายเพิ่งยอมรับความจริงว่า วันนี้เขาต้องใช้ชีวิตอยู่ในบ้านที่กลืนกินแม่ของเขาเข้าไป และต้องแสร้งทำเหมือนมันเป็นเพียงวันธรรมดาวันหนึ่ง ในโถงอาหารเช้า โต๊ะยาวสีเข้มถูกจัดแต่งไว้อย่างเป็นระเบียบ เหมือนทุกอย่างในบ้านหลังนี้เกิดมาเพื่อถูกจัดวาง... และเกิดมาเพื่อซ่อนเร้น สมาชิกในตระกูลนั่งกันครบองค์ประชุม ไร้เสียงพูดคุย ไม่มีการแสดงความเสียใจเกินความจำเป็น เหมือนทุกคนถูกสั่งสอนมาให้เชื่อว่าการตายคือข่าวสารประเภทหนึ่ง ไม่ใช่บาดแผลที่ต้องฟูมฟาย ความเงียบในบ้านนี้มีน้ำหนักมาก หนักอึ้งกว่าสิ่งใด...

ตอนที่ 3 — “แผนที่ของลมหายใจ”

ค่ำคืนในคฤหาสน์วารีมาถึงเร็วกว่าที่คิด มันเป็นความมืดที่เหมือนถูกห่อหุ้มด้วยผ้ากำมะหยี่สีเข้ม... มืด แต่ไม่ได้หนาวเหน็บ เพราะบ้านหลังนี้มีวิธีรักษาอุณหภูมิของตัวเอง ทั้งด้วยเครื่องปรับอากาศและด้วย “กลิ่น” เรนเดินตามกวินกลับเข้ามาในเรือนใหญ่ ไม่ใช่การเดินตามอย่างยอมรับ แต่เป็นการก้าวเท้าตามหลังอย่างคนที่กำลังกัดฟันอยู่กับคำว่า ‘จำเป็น’ โถงกลางเงียบงัน มีเพียงเสียงรองเท้าหนังของกวินที่ดังเป็นจังหวะสั้น เรียบ และเท่ากันทุกก้าว เหมือนเขาเป็นคนที่คิดคำนวณก่อนจะเหยียบย่างลงไปเสมอ “คุณอยากเริ่มจากตรงไหน” กวินเอ่ยถามโดยไม่หันกลับมา ราวกับรู้ดีว่าเรนไม่ชอบการถูกจ้องมอง เรนกวาดสายตาไปตามผนังที่กรุด้วยไม้สีเข้ม ลวดลายของมันคดเคี้ยวเหมือนเส้นทางน้ำในแผนที่เก่า เขาสูดลมหายใจเข้าช้า ๆ ปล่อยให้บ้านเล่าเรื่องราวของตัวเองผ่านโพรงจมูก กลิ่นของโถงใหญ่คือกลิ่นแห่งการ “ต้อนรับ”—สะอาดสะอ้านอย่างจงใจ มีความนุ่มนวลของแป้งบาง...

ตอนที่ 2 — “ศพในเรือนกลั่น”

เรือนกลั่นตั้งอยู่แยกออกไปท้ายสวน เป็นอาคารทรงกล่องที่สูงตระหง่าน กำแพงกระจกสูงใหญ่จนไอน้ำที่เกิดจากฝนที่เพิ่งหยุดตกทำให้ทั้งอาคารดูเหมือนกำลัง “หายใจ” เอาไอสีขาวขุ่นออกมาอย่างช้าๆ ตำรวจยังคงไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามา กวินอ้างเหตุผลว่า “เรื่องในบ้าน” ซึ่งเรนได้ยินแล้วก็อยากหัวเราะในลำคอ เพราะคำว่าเรื่องในบ้านของตระกูลใหญ่ มักจะแปลว่า “เรื่องที่ไม่อยากให้คนอื่นรู้” ศพถูกวางอยู่บนเตียงสแตนเลสเย็นเฉียบ ชายวัยกลางคนในชุดแล็บสีขาว หน้าซีดเหมือนกระดาษที่ถูกกลิ่นดึงเอาสีสันทั้งหมดออกไป ไม่มีบาดแผลที่ชัดเจน ไม่มีเลือดไหลนอง คล้ายกับคนที่กำลังหลับอยู่เฉยๆ แต่เรนเห็นทันทีว่านั่นไม่ใช่การหลับใหล เพราะดวงตาที่เหลือกขึ้นเล็กน้อย และรอยสีม่วงจางๆ ที่ปรากฏอยู่รอบริมฝีปาก มันคือสัญญาณของภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน หรือการได้รับ “พิษทางการสูดดม” “ใครเหรอ?” เรนถามเสียงห้วน กวินตอบ “คุณพิชญ์...

Subscribe

- Never miss a story with notifications

- Gain full access to our premium content

- Browse free from up to 5 devices at once

Must read

spot_img