admin

spot_img

ตอนที่ 5 : รอยแผลและความจริงที่ซ่อนอยู่

เช้าวันรุ่งขึ้น ผมก้าวเท้าขึ้นรถไฟขบวน 909 ด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง รถไฟยังคงเป็นรถไฟขบวนเดิม เบาะไม้ยังคงแข็งกระด้าง และกลิ่นน้ำมันเครื่องผสมกลิ่นแดดยังคงลอยฟุ้ง แต่สำหรับผม... มันไม่ใช่แค่พาหนะไปทำงานอีกแล้ว มันคือ "ไทม์แมชชีน" ที่กำลังพาผมวิ่งสวนทางกับกาลเวลา ผมนั่งลงที่ริมหน้าต่างหมายเลข 12 ที่ประจำ หัวใจเต้นโครมครามจนต้องยกมือกดหน้าอกไว้ ในกระเป๋าเสื้อเชิ้ต ผมพกปากกาเมจิกสีน้ำเงินติดตัวมาด้วย ผมวางแผนไว้แล้ว... ถ้าการพูดคุยกันตรงๆ มักถูกขัดจังหวะด้วยเสียงหวูดรถไฟ หรือทำให้เขาหายไป ผมก็ต้องใช้วิธีอื่น ไม่นานนัก ร่างสูงโปร่งในชุดเครื่องแบบสีกากีก็ปรากฏตัวขึ้นที่ประตูตู้รถไฟ วันนี้ ศิลา ดูแปลกไปกว่าทุกวัน ใบหน้าคมคายนั้นซีดเซียวจนเกือบไร้สีเลือด...

ตอนที่ 4 : ห้องเก็บของหายและรูปถ่ายสีซีด

ความสงสัยเป็นเหมือนเมล็ดพันธุ์พืชประหลาด ยิ่งทิ้งไว้นานมันยิ่งหยั่งรากลึกและเติบโตจนกัดกินพื้นที่ในใจ หลังจากเลิกงาน ผมไม่ได้รีบตรงดิ่งกลับหอพักเหมือนทุกวัน ในมือผมกำร่มคันสีดำด้ามไม้แกะสลักแน่น ร่มที่ ‘คุณศิลา’ ให้ไว้เมื่อวันก่อน ผมตัดสินใจแล้วว่าจะเอามันไปคืน... หรืออย่างน้อยที่สุด ก็เพื่อหาข้ออ้างไปเจอเขาให้รู้เรื่อง ผมเดินย้อนกลับมาที่สถานีรถไฟต้นทางในเวลาโพล้เพล้ ผู้คนบางตากว่าช่วงเช้ามาก แสงไฟสีส้มจากหลอดทังสเตนเริ่มติดสว่างตามชานชาลา ให้บรรยากาศเหงาจับใจ เป้าหมายของผมไม่ใช่ชานชาลา แต่เป็นอาคารไม้เก่าๆ ด้านข้างที่เขียนป้ายว่า ‘ที่ทำการนายสถานี / ห้องแจ้งของหาย’ ก๊อก ก๊อก... ผมเคาะประตูไม้บานเกล็ดเบาๆ ก่อนจะผลักเข้าไป กลิ่นกระดาษเก่า กลิ่นกาแฟ และกลิ่นอับจางๆ ของห้องแอร์รุ่นเก่าลอยมาปะทะจมูก “ติดต่อเรื่องอะไรครับ?” เจ้าหน้าที่หนุ่มรุ่นน้องเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร...

ตอนที่ 3 : รหัสลับบนกระดาษ

ร่มคันสีดำด้ามจับไม้แกะสลักถูกวางพิงไว้ข้างโต๊ะทำงานของผมในออฟฟิศย่านสาทร เพื่อนร่วมงานสาวๆ เดินผ่านมาทักว่าร่มดู "วินเทจ" และ "คลาสสิก" จัง ซื้อที่ไหน? ผมได้แต่ยิ้มแห้งๆ ตอบกลับไปว่า "มีคนให้มา" ให้ตายสิ... ผมไม่กล้าบอกหรอกว่าเจ้าของร่มคือคนที่หายวับไปกับตาพร้อมเสียงหวูดรถไฟ ตลอดทั้งวัน ผมทำงานด้วยใจที่ลอยไปไกลกว่าหน้าจอเอ็กเซล สายตามักจะเหลือบมองร่มคันนั้นสลับกับตั๋วรถไฟใบเมื่อวานที่ผมหนีบไว้ใต้กระจกโต๊ะ 14 ก.พ. 63 ตัวเลขนั้นยังคงกวนใจผมไม่เลิก ผมลองค้นหาข่าวอุบัติเหตุรถไฟหรืออะไรทำนองนั้นในอินเทอร์เน็ตช่วงปี 63 แต่ก็ไม่พบอะไรที่ดูเกี่ยวข้องกับ "ศิลา" เลย . . เช้าวันต่อมา ผมมายืนรอที่ชานชาลาเร็วกว่าปกติ 15 นาที...

ตอนที่ 2 : กลิ่นฝนและเสียงหวูด

เช้าวันต่อมา ท้องฟ้าเหนือกรงเทพมหานครดูเหมือนจะลืมทาลิปสติกสีสดใส มันกลับหม่นหมองด้วยเมฆสีเทาก้อนมหึมาที่ลอยต่ำจนน่าอึดอัด บรรยากาศอึมครึมเหมือนกับความรู้สึกในใจผมที่ยังคงวนเวียนอยู่กับเรื่องเมื่อวาน ตั๋วรถไฟใบนั้น... ผมหยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาเปิดดูอีกครั้งระหว่างยืนรอรถไฟที่ชานชาลาสถานีเดิม ตั๋วใบเล็กที่มีรอยเจาะตรงช่องปี ‘63’ ยังคงนอนนิ่งอยู่ในช่องใส่บัตรยืนยันว่าผมไม่ได้ตาฝาด ‘เก็บรักษาไว้ให้ดีนะครับ...’ เสียงทุ้มลึกของนายตรวจหนุ่มคนนั้นยังคงดังก้องอยู่ในหัว จนผมเผลอมองหาเขาไปทั่วชานชาลาท่ามกลางฝูงชนที่กำลังกางร่มหลากสีเตรียมรับมือกับพายุฝน แปะ... แปะ... ซู่!! ฝนไม่ได้ตั้งเค้าตือนนานนัก มันตกลงมาราวกับฟ้ารั่วภายในไม่กี่วินาที เสียงเม็ดฝนกระทบหลังคาสังกะสีของสถานีรถไฟเก่าๆ ดังสนั่นหวั่นไหว กลบเสียงพูดคุยของผู้คนจนหมดสิ้น ละอองน้ำสาดกระเซ็นเข้ามาจนผมต้องถอยร่นเข้าไปด้านในสุดของที่นั่งพักผู้โดยสาร “รถไฟขบวน 909 เข้าเทียบชานชาลาที่ 3” เสียงประกาศดังแทรกเสียงฝน รถไฟขบวนเดิมแล่นเข้ามาจอดเทียบท่า ผมรีบก้าวขึ้นรถไฟ พยายามมองหาโบกี้เดิม... ที่นั่งริมหน้าต่างหมายเลข 12 วันนี้ที่นั่งนั้นว่างเปล่า ผมนั่งลง มองออกไปนอกหน้าต่างที่ตอนนี้พร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำฝนที่ไหลเป็นทางยาว...

ตอนที่ 1 : ที่นั่งริมหน้าต่างกับเข็มนาฬิกาที่หยุดเดิน

“ฉึกฉัก... ฉึกฉัก... ปู๊น...” เสียงเหล็กกระทบรางเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ฟังดูคล้ายเสียงหัวใจของสัตว์ร้ายขนาดมหึมาที่กำลังพาผมเคลื่อนตัวผ่านกาลเวลา ลมยามเช้าพัดกรูเข้ามาทางหน้าต่างรถไฟชั้นสามที่เปิดอ้ากว้าง ปะทะใบหน้าจนผมเสียทรง แต่นั่นกลับเป็นสิ่งที่ผมปรารถนาที่สุดในทุกเช้าวันจันทร์ ผมชื่อ ‘นาวิน’ อายุ 26 ปี พนักงานฝ่ายบัญชีที่ใช้ชีวิตอยู่กับตัวเลขในกรอบสี่เหลี่ยมของตึกสูงย่านสาทร ชีวิตผมวนลูปอยู่กับความเร่งรีบ การแข่งขัน และเข็มนาฬิกาที่หมุนเร็วเกินไปเสมอ มีเพียงที่นี่... บนเบาะไม้แข็งๆ ริมหน้าต่างรถไฟขบวน 909 เท่านั้น ที่เวลาของผมดูจะเดินช้าลง ผมมองออกไปข้างนอก ทุ่งนาสีเขียวขจีแถบชานเมืองกำลังถูกฉาบด้วยแสงแดดสีทองรำไร ละอองหมอกจางๆ ลอยอยู่เหนือยอดหญ้า ตัดกับภาพตึกสูงที่เริ่มโผล่ขึ้นมาให้เห็นไกลๆ...

Sync Rate 100% พิกัดรัก เชื่อมหัวใจนายพลังจิต

👤 แนะนำตัวละครหลัก นาวี (นายเอก): เด็กหนุ่มหน้าตาน่ารักแต่ดูจืดจาง นิสัยมองโลกในแง่ดี(จนเกินไป) ขี้เกรงใจพลัง: “Universal Link” (จุดเชื่อมต่อเอกภพ) – ในตอนแรกนาวีคิดว่าพลังตัวเองคือ "กาวตราช้าง" เพราะจับอะไรก็ติดหนึบ หรือแค่ทำให้ของสองสิ่งเชื่อมกันมั่วซั่ว (เช่น ทำให้ปากกาเชื่อมกับความคิดเพื่อน จนเพื่อนพูดสิ่งที่เขียนออกมา) แต่แท้จริงแล้ว เขาคือ "ตัวขยายและผสานพลัง" ที่หายากที่สุดในรอบศตวรรษ สามารถเชื่อมจิต เชื่อมพลัง และดึงศักยภาพของคนอื่นออกมาได้ถึงขีดสุด ไต้ฝุ่น...

ตั๋วรถไฟสายกาลเวลา (Tickets to Yesterday)

นาวินตกหลุมรักศิลา พนักงานตรวจตั๋วหนุ่มที่เจอกันทุกเช้า แต่ความสัมพันธ์นี้กลับเต็มไปด้วยความประหลาด เมื่อนาวินสังเกตเห็นว่าตั๋วรถไฟที่ศิลาเจาะให้เขานั้น วันที่มันย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีก่อนบ้าง หรือข้ามไปอนาคตบ้าง นาวินเริ่มสืบจนพบความจริงว่า ในไทม์ไลน์ปกติ "ศิลา" ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปแล้วเมื่อ 3 ปีก่อน ณ ชานชาลาสถานีปลายทาง รถไฟขบวนนี้คือลูปเวลาที่ศิลาวนเวียนอยู่เพื่อรอคอยใครบางคน... หรือเพื่อแก้ไขบางอย่าง นาวินต้องใช้เบาะแสจากตั๋วรถไฟทั้ง 30 ใบ เพื่อไขปริศนา แข่งกับเวลาที่ลูปกำลังจะปิดตัวลง และหาทางช่วยชีวิตศิลาในอดีตเพื่อให้พวกเขามีอนาคตร่วมกัน

Subscribe

- Never miss a story with notifications

- Gain full access to our premium content

- Browse free from up to 5 devices at once

Must read

spot_img