admin

spot_img

ยมทูตตกสวรรค์ Eternal Deadline (จบแล้ว)

"กาล" (พระเอก) คือยมทูตระดับสูงผู้เคร่งครัดในกฎระเบียบ เขามองว่า "เวลา" ของมนุษย์มีค่าดั่งทองคำและไม่ควรถูกล้อเล่น ภารกิจล่าสุดของเขาคือการมารับวิญญาณของ "วิน" (นายเอก) เฟรชชี่หนุ่มคณะสถาปัตย์ฯ ผู้ใช้ชีวิตแบบ "ขอไปที" ชอบผลัดวันประกันพรุ่ง และมักจะพูดว่า "เดี๋ยวก่อน" เสมอ แต่เมื่อถึงวินาทีตาย... นาฬิกาชีวิตของวินกลับ "หยุดเดิน" และย้อนกลับ! ชื่อของวินในสมุดมรณะกลายเป็นตัวอักษรสีทองที่ระบุว่า 'ไม่อาจระบุวันตายได้ จนกว่าจะเข้าใจความหมายของวินาทีสุดท้าย’ กาลจึงตกที่นั่งลำบาก เพราะกฎสวรรค์ระบุว่า "ห้ามปล่อยเป้าหมายคลาดสายตา"...

กลิ่นซ่อนตาย – Blossom Whispers

ณ คฤหาสน์ “วารีหอม” อาณาจักรน้ำหอมที่เก่าแก่และทรงอิทธิพลที่สุดในไทย กลิ่นไม่ได้เป็นเพียงเครื่องประดับกาย... แต่มันคือ “อำนาจ” เมื่อความตายปริศนามาเยือนคนในตระกูล พร้อมกับกลิ่นหอมประหลาดที่ไม่ควรมีอยู่บนโลก “เรน” นักปรุงกลิ่นอัจฉริยะผู้มีจมูกพิเศษที่สามารถแยกแยะได้แม้กระทั่งกลิ่นของ ‘คำโกหก’ และ ‘เจตนาฆ่า’ จำต้องก้าวกลับเข้ามาในบ้านที่เคยทอดทิ้งเขาไป เพื่อค้นหาความจริงที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรมกำมะหยี่ เขาต้องเผชิญหน้ากับ “กวิน” ทายาทหนุ่มผู้แบกรับอนาคตของตระกูลวารี ชายผู้ยืนอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างหน้าที่ในการปกป้องชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล กับหัวใจที่เริ่มเรียกร้องหาความถูกต้อง เมื่อสูตรลับระดับตำนานอย่าง “Eros Bloom” ถูกเปิดเผยว่ามันไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อความรัก แต่เพื่อการ “ควบคุม”......

บทที่ 5: หลักฐานที่หายไปกับองครักษ์พิทักษ์ยาแก้ปวด

แสงไฟฉายกราดไปมาทั่วล็อบบี้หอพัก The Zenith ผมยืนตัวสั่นงันงกอยู่ท่ามกลางวงล้อมของ รปภ. หุ่นล่ำบึ้กสามคน ที่มองมาทางผมเหมือนผมเป็นผู้ก่อการร้ายข้ามชาติ "ผมบอกแล้วไงครับว่าผมไม่ได้ทำไฟดับ!" ผมพยายามอธิบายเป็นรอบที่ร้อย "มีคน... ไม่สิ มีนักเรียนคนหนึ่งพุ่งเข้ามาจะทำร้ายผม ผมแค่ป้องกันตัว!" "นักเรียนที่ไหน?" หัวหน้า รปภ. ส่องไฟไปที่ความว่างเปล่า "กล้องวงจรปิดก็ดับพร้อมไฟ นายเป็นเด็กคลาส F สินะ... พลังนายคงไปรบกวนระบบไฟของตึกมากกว่า อย่ามาแต่งเรื่องผีหลอกเด็กแถวนี้" "แต่ผมเห็นจริงๆ นะ! ตาขาวโพลน! น้ำลายฟูมปาก!" "พอได้แล้ว"...

บทที่ 4: ข่าวลือสีชมพูและเงามืดสีดำ

“ปรากฏการณ์รักถล่มยิม! ประธานไต้ฝุ่นเปิดตัว 'คู่ขา' กลางสนามสอบ? หรือนี่จะเป็นเทคนิคผสานพลังรูปแบบใหม่ที่ต้องแลกมาด้วยการ... กอด?” ผมยืนอ่านพาดหัวข่าวตัวไม้บนบอร์ดดิจิทัลหน้าโรงอาหารด้วยความรู้สึกอยากจะมุดดินหนีไปให้พ้นโลก รูปประกอบข่าวคือช็อตเด็ดที่ผมเกาะเอวพี่ไต้ฝุ่นแน่นเหมือนลูกลิง ส่วนเขาก็กางแขนระเบิดพลังทำลายล้างฉากหลังจนราบคาบ ดูยังไงก็เหมือนฉากในหนังรักวันสิ้นโลกชัดๆ! "ไงจ๊ะ 'คู่ขา' ท่านประธาน~" เสียงแซวคุ้นหูมาพร้อมกับข้อศอกที่กระทุ้งสีข้างผม มีนายืนยิ้มร่าอยู่ข้างๆ ในมือถือแก้วชานมไข่มุก "คู่หูโว้ย! คู่หู!" ผมแก้ข่าวหน้าแดงก่ำ "มันเป็นอุบัติเหตุ! ฉันแค่จะเข้าไปห้ามเขา!" "อุบัติเหตุแบบไหนถึงกอดกันกลมดิ๊กขนาดนั้นวะ?" คิวเดินเข้ามาสมทบ พลางขยับแว่นทำหน้าตานักสืบ "แถมหลังจากนั้น หุ่นยนต์ราคาห้าสิบล้านก็หายไปในกลีบเมฆ... นายรู้มั้ยว่าตอนนี้หุ้นของบริษัทผลิตหุ่นร่วงกราวเลยนะ" "แล้วนายรู้มั้ย..." แทงค์ก้มลงกระซิบเสียงเครียด...

บทที่ 3: หมอนข้างจำเป็นกับภารกิจลับระดับ S

"ยาแก้ปวดหัว... นี่นายจะกินผมเหรอครับ!?" ผมตะโกนถามเสียงหลง พร้อมเอามือปิดอกเสื้อตัวเองแน่น จินตนาการบรรเจิดไปไกลถึงฉากฆาตกรรมอำพรางในหนังระทึกขวัญ หรือไม่ก็พิธีกรรมบูชายัญของพวกลัทธิมืด ไต้ฝุ่นถอนหายใจเฮือกใหญ่ สายตาที่มองมาเหมือนกำลังมองสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวที่เข้าใจภาษามนุษย์ยาก "ฉันหมายถึงพลังของนาย... มันช่วยระงับอาการปวดหัวจากการใช้พลังเกินขีดจำกัดของฉันได้" เขาเดินไปทิ้งตัวลงนั่งที่ปลายเตียง พลางตบที่ว่างข้างตัว "มานี่" "ตะ... แต่ผมนอนโซฟาก็ได้นะครับ ห้องนายกว้างจะตาย" "ระยะหวังผล 5 เมตร" ไต้ฝุ่นพูดเสียงเรียบ "ถ้าเกินนี้ พลังฉันอาจจะรั่วไหลตอนหลับ แล้วนายอาจจะตื่นมาพบว่าตัวเองลอยไปติดเพดาน หรือไม่ห้องนี้ก็กลายเป็นหลุมดำ นายเลือกเอา" ผมกลืนน้ำลายเอือก มองเพดานสูงลิบลิ่วแล้วชั่งใจ... โอเค ยอมเป็นหมอนข้างดีกว่าเป็นดาวเทียมโคจรรอบห้อง ผมเดินตัวลีบๆ ไปที่เตียง...

บทที่ 2: ยินดีต้อนรับสู่ห้อง F และรูมเมต(ไม่)ได้รับเชิญ

หลังจากเหตุการณ์ระทึกขวัญหน้าตู้กดน้ำ ผมลากสังขารและจิตใจที่บอบช้ำเดินไปตามแผนที่ในมือถือ เพื่อตามหาห้องเรียนของตัวเอง Class F หรือที่คนทั้งโรงเรียนเรียกกันลับหลังว่า "ห้องเก็บของชำรุด" ตึกเรียนของพวกเราแยกออกมาจากตึกหลักอย่างชัดเจน มันเป็นอาคารเก่าๆ ชั้นเดียวที่ดูเหมือนโกดังเก็บอุปกรณ์พละมากกว่าสถานศึกษา ผนังมีรอยร้าว เถาวัลย์ขึ้นรกครึ้ม และป้ายหน้าห้องที่เขียนด้วยลายมือไก่เขี่ยว่า ‘F’ ทันทีที่ผมเลื่อนประตูเข้าไป ฟึ่บ! ซองขนมปังรสสังขยาที่ผมเพิ่งล้วงออกมาจากกระเป๋าเป้ ถูกมือดีคว้าหมับไปต่อหน้าต่อตา "ขอบใจนะนาวี กำลังหิวอยู่พอดีเลย!" เจ้าของเสียงใสแจ๋วคือเด็กผู้หญิงผมสั้นหน้าตาทะเล้นที่นั่งอยู่บนโต๊ะเรียน เธอฉีกซองขนมปังเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ โดยที่ผมยังไม่ทันอ้าปากทักทาย "เดี๋ยวสิ! เธอรู้ได้ไงว่าฉันจะหยิบขนมปังออกมา?" ผมโวยวายเบาๆ "ก็ฉันเห็นน่ะสิ... เมื่อ 5 วินาทีก่อนหน้านี้" เธอขยิบตา นี่คือ 'มีนา' เพื่อนสมัยเด็กของผม...

บทที่ 1: ผมไม่ใช่กาวตราช้างนะ!

โลกใบนี้เปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อห้าสิบปีก่อน วันที่อุกกาบาตสีรุ้งตกลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิก มันไม่ได้นำมาซึ่งวันสิ้นโลก แต่เป็นละอองดาวที่เปลี่ยนแปลงพันธุกรรมของมนุษย์ ก่อให้เกิดประชากรรุ่นใหม่ที่มีความสามารถพิเศษ... หรือที่เรียกกันว่า "กิฟต์" (Gifted) และผม ‘นาวี’ ก็คือหนึ่งในผู้โชคดี... มั้งครับ? "เฮ้ย! หลบไปไอ้เด็กเส้น!" เสียงตะโกนดังขึ้นพร้อมกับร่างของผมที่ถูกกระแทกจนเซถลาไปชนกับตู้กดน้ำอัตโนมัติบริเวณโถงทางเดินของ 'สถาบันฮอไรซอน' โรงเรียนฝึกสอนผู้มีพลังจิตอันดับหนึ่งของประเทศ "ขอ... ขอโทษครับ" ผมรีบยกมือไหว้ปลกๆ ให้กับรุ่นพี่หน้าโหดที่มีไฟลุกท่วมหัว (ไฟจริงๆ ไม่ใช่คำเปรียบเปรย) "เดินไม่ดูตาม้าตาเรือ พลังกระจอกแล้วยังเกะกะอีก" รุ่นพี่คนนั้นพ่นลมหายใจร้อนๆ ใส่ก่อนจะเดินจากไป ผมถอนหายใจ พลางขยับแว่นสายตาที่เอียงกระเท่เร่ ก้มลงมองมือตัวเอง...

Subscribe

- Never miss a story with notifications

- Gain full access to our premium content

- Browse free from up to 5 devices at once

Must read

spot_img