HomeChapterบทที่ ๓ : เรือนแพปริศนา

บทที่ ๓ : เรือนแพปริศนา

กองไฟขนาดย่อมที่ก่อขึ้นจากเศษฟืนแห้งและขาโต๊ะหักๆ กลางโถงเรือน ส่งเสียงแตก เปรี๊ยะ เบาๆ เป็นระยะ เปลวไฟสีส้มเต้นระริกช่วยไล่ความหนาวเหน็บและเงาตะคุ่มที่เกาะกินจิตใจของผู้อาศัยชั่วคราวออกไปได้บ้าง

“โอย… หนาวเข้ากระดูกดำแล้วขอรับ” ไอ้จ้อย นั่งกอดเข่าตัวสั่นงันงก ฟันกระทบกันดังกึกๆ ผ้าขาวม้าผืนบางที่คาดเอวมาแทบไม่ช่วยกันหนาวอะไรได้เลย

“เอ้า เอาไปคลุมหัวซะ เดี๋ยวจะชักตาตั้งไปเสียก่อน” แม่หญิงจัน โยนผ้าแพรผืนเก่าๆ ที่นางไปรื้อค้นมาจากหีบใบใหญ่ในห้องนอนออกมาให้ กลิ่นอับของผ้าทำให้จ้อยทำจมูกย่น แต่ก็รีบตะครุบมาห่มทันที

“นี่มันผ้าของใครก็ไม่รู้ขอรับแม่นาย… บรื๋อ… เจ้าของเขาจะมาทวงคืนไหมเนี่ย”

“เจ้าของเขาคงไปสู่สุขคติ… เอ้ย ไปที่ชอบ… เอ้ย! ไปอยู่ที่อื่นนานแล้วกระมัง” หลวงเทพ พูดขัดขึ้นขณะกำลังถอดเสื้อราชปะแตนที่เปียกโชกออกมาผิงไฟ เผยให้เห็นกล้ามเนื้อสมชายชาตรี (แม้จะไม่หนาเท่าพี่กล้า) และรอยสักยันต์เกราะเพชรที่หน้าอก “ดูจากฝุ่นที่เกาะหนาเตอะปานนี้ คงร้างมาเป็นปีแล้วล่ะ”

คุณพุ่ม นั่งเงียบๆ อยู่ข้างกองไฟ สายตาไม่ได้จับจ้องที่เปลวเพลิง แต่กลับกวาดมองไปรอบๆ ตัวเรือนอย่างพินิจพิเคราะห์

เรือนแพหลังนี้ปลูกสร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง ฝีมือช่างดูประณีตบรรจงแบบเรือนขุนนางเก่า ผิดวิสัยเรือนชาวบ้านป่าดงพงไพร เสากลางเรือนตกน้ำมันเป็นมันวับ มีรอยแกะสลักลวดลายเครือเถาที่ดูวิจิตรแต่งดงามจนน่าขนลุก

“คุณหลวง…” พุ่มเอ่ยเรียกเพื่อนเสียงเบา “เอ็งว่ามันแปลกหรือไม่?”

“แปลกกระไรวะ?” หลวงเทพเลิกคิ้ว

“เรือนนี้สภาพยังดี แข็งแรง ทรัพย์สินข้าวของเครื่องใช้ก็ยังอยู่ครบ ถ้วยชามสังคโลกในตู้ก็นับว่ามีราคา… เหตุใดเจ้าของจึงทิ้งร้างไปดื้อๆ โดยไม่ขนของไปด้วย?”

หลวงเทพนิ่งคิดตาม “อาจจะ… หนีเจ้าหนี้? หรือไม่ก็หนีโรคระบาด?”

“หรืออาจจะ… หนีสิ่งที่น่ากลัวกว่านั้น” พุ่มพึมพำ สายตาเหลือบไปเห็นบางอย่างที่ขื่อคานด้านบน “หลวงเทพ เอ็งถือตะเกียงมาส่องตรงนี้ที”

สองสหายลุกขึ้นเดินไปที่เสาเอกกลางเรือน แสงตะเกียงน้ำมันส่องสว่างวูบวาบ เผยให้เห็นแผ่นกระดาษสีเหลืองซีดจางที่ปิดทับอยู่บนเสา

“ยันต์ท้าวเวสสุวรรณ?” หลวงเทพอ่านอักขระขอมบนกระดาษอย่างชำนาญตามประสาคนเล่นของ “เอาไว้กันภูตผีปีศาจ… แต่เดี๋ยวนะ”

คิ้วเข้มของนายตำรวจหนุ่มขมวดมุ่น “ทำไมมันถึงแปะ กลับหัว เยี่ยงนั้นวะ?”

ยันต์แผ่นนั้นถูกปิดกลับหัวลงพื้น และมีรอยเล็บขูดขีดเป็นทางยาวพาดผ่านกลางแผ่นจนขาดวิ่น ราวกับมีความพยายามจะทำลายอาคมนี้ให้สิ้นซาก

“ยันต์กลับหัว… ตามตำราหมายความว่าอาคมเสื่อม หรือไม่ก็…” พุ่มกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ “…กักขังสิ่งอัปมงคลไว้ ข้างใน ไม่ให้ออกไป”

“เฮ้ย! พูดเป็นเล่นน่าพ่อพุ่ม!” หลวงเทพหัวเราะกลบเกลื่อน แต่หน้าเริ่มซีด “เอ็งอย่าเอาทฤษฎีในตำรามาขู่ข้าแถวนี้ ข้ามีพระดีคุ้มตัวโว้ย”

ขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียด เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็เดินเข้ามาในเรือน

พี่กล้า เดินกลับเข้ามาจากระเบียงด้านนอก เนื้อตัวยังเปียกปอน เขาไม่ได้เข้ามาผิงไฟแต่เลือกที่จะยืนพิงกรอบประตู เฝ้ามองออกไปในความมืดราวกับยามเฝ้าระวังภัย

“ฝนเริ่มซาแล้วขอรับ” กล้าเอ่ยเสียงเรียบ “แต่น้ำในบึงยังขึ้นสูง คงต้องรอรุ่งสางถึงจะดูลาดเลาได้”

“พี่กล้า…” พุ่มเดินเข้าไปหา รักษาระยะห่างพอสมควร “พี่รู้จักเรือนนี้รึไม่? ตอนที่เรือจะล่ม พี่ดูเหมือนรู้ทางมาที่นี่แม่นยำนัก”

กล้าหันมาสบตาพุ่ม นัยน์ตาสีอำพันในเงามืดดูลึกลับยิ่งกว่าเก่า “ข้าเป็นคนเรือจ้าง ล่องเรือแถวนี้มานาน ย่อมพอรู้ทางหนีทีไล่… เรือนนี้พวกคนหาปลาเขาเรียกกันว่า ‘เรือนคุณหลวงวิเศษ’ ว่ากันว่าแกมาปลูกเรือนหาความสงบตั้นปลายชีวิต”

“แล้วแกไปไหนเสียเล่า?”

“ตาย” กล้าตอบสั้นๆ น้ำเสียงเย็นเยียบ “เขาว่าแกไหลตาย ไร้บาดแผล… แต่หลังจากนั้นใครที่เข้ามาพัก ก็มักจะได้ยินเสียงคนเดินลากเท้าทั้งคืน บ้างก็ว่าเห็นเงาดำๆ…”

“ว้ายยย! พอเถอะพี่กล้า!” แม่หญิงจันยกมือปิดหู “แค่นี้ไอ้จ้อยมันก็นั่งสวดมนต์จนลิ้นพันกันแล้ว”

กล้ากระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มแรกที่พุ่มเคยเห็น… แม้จะดูฝืนๆ แต่ก็ทำให้ใบหน้าดุๆ นั้นดูอ่อนโยนลงอย่างประหลาด

“ข้าจะไปดูรอบๆ เรือนอีกที เผื่อมีช่องทางให้สัตว์เลื้อยคลานเข้ามา พวกคุณพักผ่อนเถิด” กล้าตัดบทแล้วคว้ามีดพร้าเดินหายเข้าไปในโซนห้องครัวหลังเรือน

“เดี๋ยวก่อน! ข้าไปด้วย!” พุ่มรีบคว้าตะเกียงเดินตามไปทันที ทิ้งให้หลวงเทพมองตามอย่างงุนงง

“ไอ้พุ่มมันเป็นเอามากนะนั่น… ตามติดนายแจวเรือแจเยี่ยงเงาตามตัว” หลวงเทพบ่น ก่อนจะหันไปแย่งผ้าห่มคืนจากไอ้จ้อย

พุ่มเดินตามกล้าเข้ามาในส่วนของห้องครัวที่แยกออกไปทางด้านหลัง กลิ่นเครื่องเทศเก่าๆ ผสมกลิ่นราลอยคลุ้ง พื้นไม้กระดานแถบนี้ดูผุพังกว่าส่วนหน้า

“คุณพุ่ม ตามข้ามาทำไมขอรับ?” กล้าถามโดยไม่หันมามอง มือยังคงตรวจสอบกลอนหน้าต่าง

“ข้าสงสัย…” พุ่มวางตะเกียงลงบนโต๊ะเตรียมอาหาร “พี่โกหกข้าเรื่องแผล… แล้วพี่ก็โกหกเรื่องเรือนนี้ด้วยใช่หรือไม่?”

กล้าชะงักมือ

“สายตาพี่ตอนมองเรือนนี้… มันไม่ใช่สายตาของคนแปลกหน้า มันดู… โหยหา และ เจ็บปวด” พุ่มรุกคืบ “พี่เคยอยู่ที่นี่มาก่อนใช่ไหม?”

กล้าหันกลับมาช้าๆ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาหาพุ่มจนพุ่มต้องถอยหลังไปชนขอบโต๊ะ บรรยากาศกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวชายหนุ่ม

“คุณพุ่มฉลาด… ฉลาดเกินไปบางทีก็เป็นภัยนะขอรับ” กล้าก้มลงกระซิบ ใบหน้าห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดแก้มพุ่ม “บางเรื่อง… รู้ให้น้อย จะอายุยืนกว่านะขอรับ”

พุ่มใจเต้นระรัว ไม่แน่ใจว่าเพราะความกลัวหรือความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ “ข้า… ข้าเพียงอยากช่วย”

“ถ้าอยากช่วย…” กล้าถอนหายใจ ผละตัวออกห่าง “คืนนี้ไม่ว่าจะได้ยินเสียงอะไร… ห้ามเปิดประตูห้องนอนออกมาเด็ดขาด เข้าใจไหมขอรับ?”

ตึง! ตึง! ตึง!

เสียงทุบกระดานอย่างแรงดังมาจากใต้พื้นเรือน ตรงจุดที่พวกเขายืนอยู่พอดี!

พุ่มสะดุ้งสุดตัว คว้าแขนกล้าไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว “เสียงอะไรน่ะ!?”

“ตัวเหี้ยกระมัง… มันคงหนีน้ำมาอยู่ใต้ถุน” กล้าตอบหน้าตาเฉย แต่พุ่มสังเกตเห็นว่ามือของกล้ากำด้ามมีดแน่นจนสั่น

“ตัวเหี้ยบ้านไหนทุบกระดานเป็นจังหวะเยี่ยงนี้!” พุ่มเถียง

ตึง! ตึง! ตึง!

เสียงนั้นดังขึ้นอีก คราวนี้ชัดเจนว่ามันอยู่ ตรงใต้เท้า ของพุ่มพอดี แรงสั่นสะเทือนส่งผ่านมาถึงฝ่าเท้า

“ไอ้กล้า… ช่วยข้าด้วย…”

เสียงแหบแห้ง เย็นยะเยือก ดังแว่วขึ้นมาจากร่องกระดานไม้ เสียงนั้นเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบจากนรก แต่ชัดเจนในความเงียบสงัด

พุ่มหน้าซีดเผือด ขนลุกซู่ไปทั้งตัว “พี่กล้า… เสียงนั่น… มันเรียกชื่อพี่…”

กล้าหน้าถอดสีเป็นครั้งแรก เขาผลักพุ่มไปด้านหลังแล้วกระทืบเท้าลงบนพื้นไม้อย่างแรง ปัง! พร้อมกับตะโกนเสียงกร้าว

“ไปให้พ้น! กูบอกให้มึงไป!”

ความเงียบเข้าครอบงำทันที เสียงเคาะหยุดลง… เหลือเพียงเสียงหัวใจของพุ่มที่เต้นโครมคราม

กล้าหันมามองพุ่ม สายตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและ… ความกลัว

“กลับไปรวมกับคนอื่น… เดี๋ยวนี้” กล้าสั่งเสียงสั่น “และจำคำข้าไว้… คืนนี้ ห้ามใครก้าวเท้าลงจากเรือนเด็ดขาด”

พุ่มพยักหน้าช้าๆ ขาแข็งก้าวแทบไม่ออก เขาตระหนักได้ในวินาทีนั้นว่า สิ่งที่อยู่ใต้เรือนแพหลังนี้… ไม่ใช่จระเข้ ไม่ใช่ตัวเงินตัวทอง และคงไม่ใช่ผีสางนางไม้ธรรมดา

แต่มันคือ ‘อดีต’ ที่ตามมาหลอกหลอนผู้ชายที่ชื่อ ‘กล้า’ และบัดนี้… พวกเขาห้าชีวิต ได้ติดอยู่ในกรงขังร่วมกับมันเสียแล้ว.

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments