HomeChapterบทที่ ๕ : หลักฐานสีเลือด

บทที่ ๕ : หลักฐานสีเลือด

แสงเงินแสงทองจับขอบฟ้าทางทิศตะวันออกอย่างยากลำบาก เมฆฝนยังคงครึ้มต่ำลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือยอดไม้ ทำให้บรรยากาศยามเช้าของป่าพรุดูหม่นหมองและวังเวงไม่ต่างจากพลบค่ำ เสียงนกแสกที่ร้องโหยหวนเมื่อคืนเงียบเสียงไปแล้ว แทนที่ด้วยเสียงกาที่บินวนเวียนอยู่เหนือหลังคาเรือนแพ ราวกับมันกำลังรอคอยงานเลี้ยงโต๊ะจีน

ภายในเรือน คุณพุ่ม ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว เขาแทบไม่ได้นอนเลยหลังจากเหตุการณ์เมื่อคืน เช่นเดียวกับ ไอ้จ้อย ที่นั่งตาโหลกอดเข่าอยู่ที่มุมห้อง สภาพดูไม่ได้ศัพท์เหมือนคนเสียสติ

“เช้าแล้ว…” แม่หญิงจัน เอ่ยขึ้นเบาๆ นางเป็นคนแรกที่ลุกขึ้นมาเปิดหน้าต่างบานกระทุ้ง กลิ่นดินและกลิ่นสาบสางของน้ำโชยเข้ามาทันที

“น้ำยังไม่ลดเลย” หล่อนเปรยด้วยความผิดหวัง มองออกไปที่ระเบียงซึ่งยังคงมีระดับน้ำปริ่มขอบไม้

หลวงเทพ ลุกขึ้นบิดขี้เกียจเสียงดังกรอบแกรบ คว้าดาบมาคาดเอวตามความเคยชิน ก่อนจะหันไปมองหาบุคคลที่น่าสงสัยที่สุด “ไอ้กล้ามันหายหัวไปไหนแต่เช้า?”

คำถามนั้นทำให้พุ่มหูผึ่ง เขารีบลุกเดินออกไปที่ระเบียงด้านหน้าเรือน… ว่างเปล่า ที่ประจำของกล้าเมื่อคืนไม่มีใครอยู่ มีเพียงรอยเท้าเปียกชื้นและ… รอยเลือดจางๆ ที่หยดเป็นทางยาวไปทางท่าน้ำ

“เลือด?” พุ่มใจหายวาบ หรือว่าเมื่อคืนกล้าต่อสู้กับอะไรจนบาดเจ็บ?

“เฮ้ย! มาดูนี่เร็วเข้า!” เสียงตะโกนของหลวงเทพดังมาจากด้านหลังเรือน (ทิศเดียวกับที่ไอ้จ้อยเจอดีเมื่อคืน)

พุ่มและแม่หญิงจันรีบวิ่งตามไปสมทบ ภาพที่เห็นทำเอาแม่หญิงจันหวีดร้องออกมาแล้วต้องรีบยกมือปิดปากแน่น ส่วนพุ่มถึงกับเข่าอ่อนต้องเกาะราวระเบียงพยุงตัว

ที่บันไดท่าน้ำหลังเรือน… มีร่างไร้วิญญาณของ ‘ไอ้มี’ พาดติดอยู่กับซี่ลูกกรงบันได สภาพศพขึ้นอืดขาวซีด แต่สิ่งที่น่าสยดสยองคือช่วงท้องที่ถูก ควัก จนเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ เครื่องในหายไปจนเกือบหมด เหลือเพียงไส้บางส่วนที่ลอยฟูฟ่องตามกระแสน้ำ และที่ลำคอ… มีรอยเขี้ยวลึกสองรูกดจมลงไปในเนื้อ

“พระเจ้าช่วย…” หลวงเทพคราง หน้าซีดเผือดแต่ก็พยายามตั้งสติ “ไอ้จ้อยมันไม่ได้ตาฝาด… ไอ้มีมันตายแล้วจริงๆ”

“ถูกตัวอะไรกัด?” พุ่มกลั้นใจถาม พยายามเพ่งมองบาดแผล “รอยเขี้ยวใหญ่ขนาดนี้… จระเข้รึ?”

“จระเข้มันกัดแล้วสะบัดเหยื่อจนเละ แต่นี่…” หลวงเทพชี้ไปที่รอยแผลที่ดู ‘สะอาด’ ผิดปกติ เหมือนถูกสัตว์นักล่าที่มีชั้นเชิงจัดการ “มันกัดทีเดียวที่คอให้ตาย แล้วค่อยกินเครื่องใน… นี่มันนิสัยของเสือ”

“เสือ?” แม่หญิงจันหน้าตื่น “เสือที่ไหนจะลงมาว่ายน้ำกินคนในบึงเจ้าคะคุณพี่?”

“เสือสมิงไงเล่า”

เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากด้านหลัง ทุกคนสะดุ้งโหยงหันขวับไปมอง พี่กล้า ที่ยืนกอดอกพิงเสาเรือนอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ ในมือของเขาถือปลาดุกย่างเสียบไม้ ๒-๓ ตัว กลิ่นหอมฉุยของปลาช่างดูขัดแย้งกับสถานการณ์ตรงหน้าอย่างสิ้นเชิง

“เอ็ง… ไปไหนมา?” หลวงเทพถามเสียงแข็ง มือจับด้ามดาบแน่น

“ไปหาเสบียงขอรับ” กล้ายื่นปลาย่างให้แม่หญิงจันรับไปอย่างงงๆ “กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ประเดี๋ยวพวกคุณจะไม่มีแรงหนี”

“หนี? หนีจากอะไร?” หลวงเทพก้าวสามขุมเข้าไปประชิดตัวกล้า สายตาจ้องจับผิด “เอ็งบอกว่าเป็นเสือสมิง… เอ็งรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้?”

กล้าเคี้ยวเนื้อปลาในปากอย่างใจเย็น ก่อนจะบุ้ยใบ้ไปที่ศพ “ดูแผลนั่นสิขอรับ… รอยเขี้ยวลึก แต่ไม่มีรอยฉีกกระชาก แสดงว่าคนกัดมีแรงมหาศาล และ…” เขาเดินเข้าไปใกล้ศพ ชี้ไปที่รอยเล็บที่ขูดลึกเข้าไปในเนื้อไม้บันได “รอยเล็บห้านิ้ว… จระเข้ไม่มีนิ้วโป้งที่กางออกแบบนี้ดอกขอรับ”

พุ่มสังเกตเห็นว่าขณะที่กล้าอธิบาย แววตาของเขาดูว่างเปล่า… ว่างเปล่าจนน่ากลัว ราวกับความตายเป็นเรื่องปกติสามัญสำหรับเขา

“แล้วเอ็งไปทำอะไรที่ท่าน้ำตอนเช้ามืด?” หลวงเทพยังไม่ลดละ “ข้าเห็นรอยเลือด… เลือดใคร?”

กล้ายกมือข้างซ้ายให้ดู มีแผลถลอกยาวที่มีเลือดซึมเล็กน้อย “ข้าลื่นตะไคร่น้ำตอนลงไปกู้อวนดักปลา… หรือคุณหลวงคิดว่าเป็นเลือดใครล่ะขอรับ?”

บรรยากาศตึงเครียดขึ้นทันที หลวงเทพกับกล้ายืนจ้องตากันราวกับเสือสองตัวในถ้ำเดียวกัน

“เอาล่ะๆ พอได้แล้วพ่อเทพ” พุ่มรีบเข้ามาแทรกกลาง “พี่กล้าเขาอุตส่าห์หาข้าวหาปลามาให้ เอ็งจะไปหาเรื่องเขาทำไม อีกอย่าง… ถ้าพี่กล้าเป็นคนทำจริง เขาจะแบกปลามาย่างให้พวกเรากินทำไม สู้กินพวกเราเสียไม่ดีกว่ารึ?”

คำพูดของพุ่มทำให้หลวงเทพชะงัก คิดตามแล้วก็เห็นจริง “เออ… ก็จริงของเอ็ง ข้าแค่… ระแวง”

“รีบจัดการศพเถิดขอรับ” กล้าตัดบท “กลิ่นคาวเลือดจะเรียกพวกสัตว์อื่นมาอีก เราต้องผลักศพออกไปให้พ้นเรือน”

“จะบ้าเรอะ! นั่นคนนะเว้ย อย่างน้อยก็ต้องทำพิธี!” หลวงเทพโวย

“งั้นก็เชิญคุณหลวงนิมนต์พระมาสวดกลางป่าดงดิบเถิดขอรับ” กล้าสวนกลับนิ่งๆ “ถ้าไม่รีบปล่อยศพไป อีกไม่เกินชั่วก้านธูป จระเข้ฝูงใหญ่จะมารุมทึ้งศพถึงบันไดเรือน… แล้วตอนนั้นเราจะหนีไม่ได้”

คำขู่ของกล้าได้ผล ทุกคนมองไปที่ผิวน้ำที่เริ่มมีฟองอากาศผุดปุดๆ เป็นวงกว้างไกลๆ… ฝูงมัจจุราชกำลังมาตามกลิ่นเลือดจริงๆ

“ทำตามที่พี่กล้าบอกเถิด” พุ่มตัดสินใจ “อโหสินะพี่มี… ไปสู่สุขคติเถิด”

หลวงเทพจำใจต้องใช้ไม้พายเขี่ยศพของไอ้มีให้หลุดจากซี่กรง ร่างไร้วิญญาณลอยละล่องออกไปตามกระแสน้ำ ไม่นานนัก… ฝูงจระเข้นับสิบตัวก็พุ่งเข้าใส่ศพนั้น น้ำแตกกระจายเป็นฟองสีแดงฉาน เสียงฉีกเนื้อดังแว่วมาให้ได้ยิน

แม่หญิงจันเบือนหน้าหนี ร้องไห้ออกมาเงียบๆ ส่วนไอ้จ้อยสลบเหมือดไปแล้ว

กล้ายืนมองภาพนั้นด้วยสีหน้านิ่งเฉย แต่พุ่มแอบเห็น… มือของกล้าที่กำราวระเบียงอยู่ มันเกร็งแน่นจนไม้เนื้อแข็งส่งเสียงลั่นเปรี๊ยะ และที่สำคัญ… เล็บนิ้วชี้ของเขา จิกบุ๋มลงไปในเนื้อไม้ ลึกพอๆ กับรอยเล็บที่พบบนบันไดข้างศพไม่มีผิด

พุ่มใจเต้นรัว ถอยหลังออกมาเงียบๆ เขาไม่ได้กลัวกล้า… แต่เขากำลังกลัวความจริงที่ตัวเองเริ่มปะติดปะต่อได้

‘สมิง’ ไม่ได้อยู่ข้างนอกนั่น… แต่มันกำลังยืนหายใจร่วมกับพวกเราอยู่ตรงนี้ต่างหาก

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments