หลังจากการทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ที่ลานเกียร์ กราฟก็กลายเป็นจุดศูนย์กลางของจักรยันที่เต็มไปด้วยคำถาม เขาพยายามหนีไปกบดานที่โรงอาหารหลังคณะที่เงียบที่สุด แต่ “ต้น” และกลุ่มเพื่อนวิศวะสายหยาบก็ตามมาล้อมโต๊ะไว้ได้ทันท่วงที
“ไอ้กราฟ มึงคายความลับมาเดี๋ยวนี้!” ต้นตบโต๊ะดังปัง “ไขควงอะไร? ห้องใคร? แล้วดาราระดับนั้นมารู้จักมึงได้ยังไงวะ?”
“ก็แค่… เพื่อนบ้านย้ายมาใหม่น่ะมึง” กราฟตอบพลางก้มหน้ากินข้าวมันไก่เหมือนมันเป็นอาหารมื้อสุดท้ายของชีวิต
“เพื่อนบ้านพ่อมึงดิ ยิ้มให้กันตาเชื่อมขนาดนั้น แถมเรียกชื่อเล่นมึงชัดแจ๋ว” เพื่อนอีกคนเสริม “หรือว่า… มึงใช้ไสยศาสตร์สายคอมพิวเตอร์ไปแฮ็กหัวใจเขามาวะ?”
ในขณะที่กราฟกำลังจะถูกรุมสกรัมด้วยคำถาม กลิ่นหอมอันคุ้นเคยที่เริ่มกลายเป็น “สัญญาณเตือนภัย” สำหรับเขาก็ลอยมาแตะจมูกอีกครั้ง เสียงฮือฮาดังขึ้นจากทางเข้าโรงอาหาร เมื่อร่างสูงสง่าในชุดช็อปที่ใส่เข้าฉากเมื่อครู่เดินตรงดิ่งมาที่โต๊ะกลุ่มวิศวะ
ไทเกอร์ไม่ได้มาตัวเปล่า ในมือเขามีน้ำเก๊กฮวยเย็นเจี๊ยบสองแก้ว เขาเดินมาหยุดข้างๆ กราฟ ก่อนจะถือวิสาสะแทรกตัวลงนั่งข้างหนุ่มเนิร์ดจนไหล่เบียดกัน
“ขอนั่งด้วยคนนะครับ พอดีโต๊ะอื่นเต็มหมดเลย” ไทเกอร์ยิ้มโปรยเสน่ห์ให้เพื่อนๆ ของกราฟจนแต่ละคนอ้าปากค้าง “น้ำครับกราฟ เห็นทำงานกลางแดดเมื่อกี้ กลัวจะขาดน้ำจนเป็นลมไปซะก่อน”
“คุณไทเกอร์… มาทำไมครับ ทีมงานเรียกแล้วไม่ใช่เหรอ?” กราฟพยายามขยับตัวออกห่าง แต่อีกฝ่ายกลับเนียนวางแขนไว้บนพนักพิงเก้าอี้ของเขา ดูเหมือนกำลังโอบกอดกลายๆ
“พักเบรกครับ อีกอย่าง… ผมอยากมาดูให้เห็นกับตาว่าที่คณะคุณมี ‘เกียร์’ แจกจริงไหม” ไทเกอร์แกล้งเอื้อมมือไปหยิบเกียร์ที่ห้อยอยู่ที่คอของกราฟมาดูใกล้ๆ จนใบหน้าของทั้งคู่เกือบชิดกัน “เขาบอกว่า… ใครถือเกียร์ คือเมียวิศวะจริงหรือเปล่า?”
คำถามกวนประสาทนั้นทำให้เพื่อนในโต๊ะโห่ฮิ้วกันลั่นโรงอาหาร กราฟหน้าแดงจนถึงลำคอพยายามปัดมืออีกฝ่ายออก
“นั่นมันคำเปรียบเทียบครับ! แล้วผมก็เป็นวิศวกร ไม่ได้เป็น… แบบที่มึงคิด!” กราฟเผลอขึ้นมึงกูเพราะความโมโห
ไทเกอร์หัวเราะร่วน ไม่ได้ถือสา “หึ… ปากดีแบบนี้สิถึงน่าสนใจ”
เขาสังเกตเห็นซอสข้าวมันไก่เลอะอยู่ที่มุมปากของกราฟ แทนที่จะหยิบทิชชู่ให้ ไทเกอร์กลับเลือกใช้นิ้วโป้งของตัวเองปัดออกให้เบาๆ แล้วนำนิ้วนั้นมาแตะที่ริมฝีปากตัวเองต่อหน้าต่อตาคนทั้งโรงอาหาร
“ซอสหวานดีนะ… แต่ผมว่าอย่างอื่นน่าจะหวานกว่า”
“เชี่ยยยย!” ต้นสบถออกมาด้วยความอิจฉาระคนตกใจ “ไอ้กราฟ มึงมันร้ายยย!”
กราฟสติหลุดไปเรียบร้อยแล้ว ระบบประมวลผลของเขาพังยับเยินเกินกว่าจะกู้คืน เขาคว้ากระเป๋าเป้แล้วลุกพรวดขึ้นทันที
“ผมมีเรียนเช็กชื่อ! ไปก่อนนะ!”
เขารีบวิ่งหนีออกมาจากโรงอาหารโดยไม่หันกลับไปมอง แต่เขารู้ดีว่าสายตาขี้เล่นของไทเกอร์ยังคงจ้องตามหลังมาเหมือนเรดาร์ที่ล็อกเป้าหมายไว้แล้ว ความลับที่เขาเคยซ่อนไว้ในห้องมืด ตอนนี้มันกำลังลามออกมากลางมหาวิทยาลัย และดูเหมือนว่า ‘ไทเกอร์’ จะไม่ยอมหยุดแค่การเป็นเพื่อนบ้านห้องข้างๆ เสียด้วย


