แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าส่องลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านเข้ามาตกกระทบลงบนใบหน้าของกราฟ หนุ่มวิศวะขยับเปลือกตาอย่างยากลำบาก ความรู้สึกแรกที่โจมตีระบบประสาทส่วนกลางไม่ใช่ความสดชื่นจากการนอนหลับเต็มอิ่ม แต่เป็นความปวดเมื่อยร้าวไปทั้งช่วงล่างราวกับถูกจับไปทดสอบความทนทานของวัสดุในเครื่องอัดไฮดรอลิก
กราฟพยายามจะพลิกตัว แต่กลับพบว่ามีมวลน้ำหนักขนาดใหญ่ทับอยู่ที่ช่วงเอว เมื่อเขาก้มลงมอง ภาพที่เห็นทำให้สติที่ยังบูตเครื่องไม่เต็มที่แทบจะชัตดาวน์ไปอีกรอบ
ท่อนแขนแกร่งสีน้ำผึ้งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อกำลังพาดกอดเขาไว้แน่น เจ้าของแขนนั้นคือ “ไทเกอร์” ดาราหนุ่มสุดฮอตที่กำลังหลับสนิท ลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่ที่แผ่นหลังเปลือยเปล่าของกราฟ ใบหน้าหล่อเหลานั้นซุกอยู่กับซอกคอของเขาเหมือนลูกแมวยักษ์ที่กำลังหวงของเล่นชิ้นโปรด
เหตุการณ์เมื่อคืนไม่ได้เป็นเพียงฝันเปียก หรือไฟล์วิดีโอ VR สามมิติ แต่มันคือความจริงที่สูบพลังงานชีวิตเขาไปจนเกจ์แบตเตอรี่แทบติดลบ!
“เชี่ย… นี่กูเสียตัวให้ดาราจริงๆ เหรอวะเนี่ย” กราฟพึมพำเสียงแผ่ว หน้าแดงซ่านเมื่อภาพความเร่าร้อนเมื่อคืนแฟลชแบ็กกลับเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ ตั้งแต่สัมผัสแรกบนโต๊ะคอมพิวเตอร์ ไปจนถึงแรงเสียดทานบนเตียงที่ทำเอาสมองเขาขาวโพลน
กราฟค่อยๆ จับแขนของไทเกอร์ยกขึ้นอย่างเบามือที่สุด เพื่อไม่ให้สวิตช์ความหื่นของนายแบบหนุ่มทำงานขึ้นมาอีก เขาค่อยๆ คลานลงจากเตียง สภาพตอนนี้น่าสมเพชพอๆ กับซอมบี้ ขาทั้งสองข้างสั่นพั่บจนแทบจะพยุงตัวไม่อยู่ เขารีบคว้ากางเกงบ็อกเซอร์และเสื้อยืดตัวย้วยที่ตกอยู่บนพื้นมาสวมลวกๆ
แต่ในขณะที่เขากำลังจะเดินไปหยิบแว่นตาที่โต๊ะข้างเตียง…
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงทุบประตูหน้าห้องดังสนั่นราวกับมีหมายค้น กราฟสะดุ้งสุดตัวจนเผลอเตะเข้ากับขาโต๊ะคอมพิวเตอร์
“โอ๊ย!”
“หนูกราฟ! อยู่ไหมลูก! ป้าศรีเองนะ เปิดประตูให้ป้าหน่อย!” เสียงแหลมปรี๊ดของป้าศรี เจ้าของหอพักจอมเนี้ยบดังทะลุประตูเข้ามา
กราฟเบิกตาโพลง ความตื่นตระหนกพุ่งทะลุขีดจำกัด ถ้าป้าศรีมาเห็นสภาพห้องที่เหมือนผ่านสมรภูมิรบ เสื้อผ้ากระจุยกระจาย แถมมีผู้ชายแปลกหน้าที่เป็นถึงดาราดังนอนเปลือยท่อนบนอยู่บนเตียงเขา มีหวังข่าวลือได้แพร่สะพัดไปไกลถึงปากซอยแน่นอน
เสียงทุบประตูดังจนไทเกอร์ขมวดคิ้วและงัวเงียตื่นขึ้นมา ดาราหนุ่มหรี่ตามองกราฟที่กำลังลุกลานวิ่งวนไปวนมาในห้องเหมือนหนูติดจั่น
“กราฟ… เช้าแล้วเหรอครับ ทำไมเสียงดังจัง” ไทเกอร์ถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่าสุดเซ็กซี่ พร้อมกับยืดตัวขึ้นนั่งพิงหัวเตียง ผ้าห่มร่นลงไปกองอยู่ที่เอว โชว์ซิกแพ็กที่เต็มไปด้วยรอยแดงจางๆ จากฝีมือของกราฟเมื่อคืน
“ซวยแล้วพี่! ป้าเจ้าของหอมา! พี่รีบไปซ่อนตัวเร็วเข้า!” กราฟกระซิบเสียงหลง วิ่งไปดันหลังไทเกอร์ให้ลุกจากเตียง
“ซ่อนทำไมล่ะครับ? ผมก็แค่มา ‘ค้างคืน’ กับแฟนคลับ ไม่เห็นแปลกเลย” ไทเกอร์ยิ้มกริ่ม ยืดแขนบิดขี้เกียจอย่างไม่สะทกสะท้าน
“ไม่แปลกบ้านพี่ดิ! ป้าศรีแกรู้จักดาราทุกคนในประเทศ ถ้าแกเห็นพี่ที่นี่ ผมโดนไล่ออกแน่ๆ เข้าไปซ่อนในตู้เสื้อผ้าเดี๋ยวนี้เลย!”
กราฟไม่รอให้ไทเกอร์เถียง เขาออกแรงผลักนายแบบตัวโต (ที่ยอมโอนอ่อนตามใจอย่างขำๆ) เข้าไปในตู้เสื้อผ้าแคบๆ แล้วจัดการยัดเสื้อผ้าที่ตกบนพื้นตามเข้าไปด้วย ก่อนจะปิดประตูตู้ดังปั้บ
“หนูกราฟ! ทำอะไรอยู่ลูก ป้ามีเรื่องด่วนนะ!” ป้าศรีเรียกซ้ำ
กราฟรีบสูดหายใจเข้าลึกๆ จัดผมที่ชี้ฟูให้เข้าทรง แล้วเดินไปแง้มประตูออกเพียงเล็กน้อย เอาตัวบังช่องว่างไว้สุดฤทธิ์
“มะ… มีอะไรครับป้าศรี แต่เช้าเลย” กราฟพยายามฉีกยิ้มที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุด (ซึ่งมันดูเหมือนคนปวดท้องมากกว่า)
“ป้าจะมาถามเรื่องเมื่อคืนน่ะสิ! ห้องหนูมีปัญหาอะไรหรือเปล่า? ป้าได้ยินเสียงดังกุกกักๆ เหมือนคนย้ายเฟอร์นิเจอร์ แถมยังมีเสียงร้องโอ๊ยๆ ดังลั่นไปถึงห้องป้าข้างล่าง หนูทำของอะไรตกใส่เท้าหรือเปล่าลูก?” ป้าศรีชะโงกหน้าพยายามจะมองเข้าไปในห้อง
หน้าของกราฟตอนนี้ถ้าเอาไข่ดิบมาวางคงสุกได้ภายในสามวินาที “เสียงร้อง” ที่ป้าศรีได้ยิน มันไม่ใช่เสียงเจ็บปวดจากการทำของตกใส่เท้าแน่นอน แต่มันคือเสียง…
“อ๋อ! พอดี… พอดีผมประกอบเคสคอมพิวเตอร์ใหม่อยู่ครับป้า! มันหนักมาก ผมเลยทำหลุดมือทับเท้าตัวเองนิดหน่อยครับ ไม่มีอะไรครับป้า แหะๆ” กราฟแถสีข้างถลอก
“งั้นเหรอ ป้าก็นึกว่ามีโจรขึ้น หรือหนูแอบพาสาวที่ไหนมาค้าง หอเราห้ามส่งเสียงดังหลังเที่ยงคืนนะลูก คราวหน้าประกอบคอมฯ ก็เบาๆ หน่อย เตียงมันลั่นเอี๊ยดอ๊าดไปหมด ป้าใจคอไม่ดี”
“ครับป้า! ผมจะระวังเรื่อง… การกระแทกให้มากกว่านี้ครับ!”
เมื่อป้าศรีเดินบ่นกระปอดกระแปดจากไป กราฟก็ปิดประตูแล้วถอนหายใจยาวจนตัวโก่ง เขารู้สึกเหมือนอายุสั้นลงไปสิบปี ขาทั้งสองข้างหมดแรงจนทรุดลงไปนั่งพิงประตู
แกร็ก…
ประตูตู้เสื้อผ้าถูกเปิดออก ไทเกอร์ก้าวออกมาในสภาพที่มีเสื้อเชิ้ตของกราฟพาดอยู่บนหัว ดาราหนุ่มกลั้นขำจนไหล่สั่น ก่อนจะเดินมาทรุดตัวลงนั่งยองๆ ตรงหน้าหนุ่มเนิร์ดที่กำลังนั่งหมดสภาพ
“ประกอบคอมพิวเตอร์ใหม่งั้นเหรอ? มุกนี้ผมให้ผ่านนะคุณวิศวกร” ไทเกอร์ยื่นมือไปบีบจมูกกราฟเบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยว “แต่เรื่องที่บอกว่าจะระวังเรื่อง ‘การกระแทก’ เนี่ย… ผมไม่รับปากนะ เพราะเมื่อคืนคุณเองก็ดูชอบให้ผม ‘ประกอบ’ แรงๆ ไม่ใช่เหรอ?”
“พี่ไทเกอร์! หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ!” กราฟตวัดสายตาค้อนวงใหญ่ แต่ใบหน้ากลับแดงก่ำไปถึงใบหู
“โอเคๆ ไม่แกล้งแล้วครับ” ไทเกอร์รวบตัวกราฟเข้ามากอดไว้หลวมๆ ดันศีรษะทุยๆ นั้นให้ซบลงกับบ่าของตน “เจ็บมากไหม? เมื่อคืนผมอาจจะรังแกคุณหนักไปหน่อย ขอโทษนะครับ”
น้ำเสียงที่อ่อนโยนและอบอุ่นนั้นทำเอากำแพงความหงุดหงิดของกราฟพังทลายลง เขาส่ายหน้าเบาๆ ซุกหน้าลงกับไหล่กว้างนั้นอย่างลืมตัว
“ไม่ได้เจ็บขนาดนั้นครับ… แค่ระบบมันยังปรับตัวไม่ทัน”
ไทเกอร์หัวเราะเบาๆ ก่อนจะกดจูบลงบนกลุ่มผมของกราฟ “งั้นเดี๋ยวผมรับผิดชอบชีวิตคุณเช้านี้เอง อยากกินอะไรครับ? โจ๊กไหม? หรือจะให้ผม ‘กิน’ คุณเป็นมื้อเช้าอีกรอบดี?”
ยังไม่ทันที่กราฟจะอ้าปากด่า เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันไลน์ในโทรศัพท์ก็ดังรัวขึ้นพร้อมกันสิบกว่าข้อความ กราฟเอื้อมมือไปหยิบมาดู ก่อนที่หน้าจะซีดเผือดลงยิ่งกว่าตอนเจอเจอป้าศรี
ข้อความจากกลุ่ม “วิศวะนรกแตก (3)” ต้น: ไอ้กราฟ! พวกกูซื้อหมูปิ้งมาฝาก กำลังขึ้นลิฟต์ไปหามึงที่ห้องนะเว้ย! ต้น: เปิดประตูรอเลย วันนี้ต้องปั่นโค้ดโปรเจกต์ให้เสร็จ!
กราฟเงยหน้ามองไทเกอร์ด้วยสายตาตื่นตระหนกขั้นสุด
“ระบบพังของจริงแล้วพี่… เพื่อนผมกำลังมา!”


