HomeChapterตอนที่ 15: ระบบปฏิบัติการคู่หู (ลับ)

ตอนที่ 15: ระบบปฏิบัติการคู่หู (ลับ)

แสงแดดจ้าของเช้าวันจันทร์สาดส่องเข้ามาในห้อง 402 ผ่านรอยแยกของผ้าม่านที่ปิดไม่สนิท กราฟขยับตัวตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเหมือนเพิ่งผ่านการรันโปรแกรมทดสอบระบบติดต่อกันเจ็ดสิบสองชั่วโมง ร่างกายปวดเมื่อยไปทุกสัดส่วน แต่ลึกๆ ในใจกลับรู้สึกเบาสบายอย่างประหลาด อาการหน่วงในอกที่แบกรับมาตลอดสัปดาห์มลายหายไปสิ้น

เมื่อเขาลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่โฟกัสได้คือโครงหน้าหล่อเหลาของไทเกอร์ที่กำลังนอนตะแคงเท้าคางจ้องมองเขาอยู่ ดาราหนุ่มไม่ได้ใส่เสื้อ เผยให้เห็นรอยเล็บจางๆ บนลาดไหล่ที่เป็นผลงานจาก “การชำระดอกเบี้ย” เมื่อคืน

“อรุณสวัสดิ์ครับคุณวิศวกร ระบบบูตเครื่องเสร็จหรือยัง?” ไทเกอร์เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่า นิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากกราฟออกให้อย่างเบามือ

กราฟหน้าแดงซ่าน รีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมจนถึงคาง “ตื่นแล้วครับ… แล้วพี่ตื่นมาจ้องหน้าผมทำไมแต่เช้าเนี่ย โรคจิตหรือไง”

“ก็คนมันเพิ่งได้สถานะ ‘คนในความลับ’ มาหมาดๆ นี่นา ขอชื่นชมผลงานตัวเองหน่อยไม่ได้เหรอ” ไทเกอร์หัวเราะเบาๆ ขยับตัวเข้ามาสวมกอดร่างที่ม้วนตัวอยู่ในผ้าห่ม “แต่เอาจริงๆ นะกราฟ… ทำไมเราต้องคบกันแบบลับๆ ด้วยล่ะ? พี่เดินไปประกาศหน้าคณะวิศวะเลยไม่ได้เหรอ ว่าเกียร์ของกราฟน่ะ พี่เป็นคนดูแลแล้ว”

กราฟเบิกตาโพลง รีบมุดหน้าออกมาจากผ้าห่มเพื่อค้านหัวชนฝา “หยุดความคิดนั้นเดี๋ยวนี้เลยนะ! พี่ลืมไปแล้วเหรอว่าพี่เพิ่งเสียเงินเจ็ดหลักปิดข่าวรูปหลุดไปน่ะ! ถ้าพี่ไปประกาศหน้าคณะ พรุ่งนี้ชีวิตผมได้วุ่นวายยิ่งกว่าโดนแฮ็กเกอร์เจาะระบบแน่ๆ”

กราฟขยับตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง พยายามทำหน้าจริงจังที่สุดเท่าที่สภาพกึ่งเปลือยจะอำนวย “เราต้องมีโปรโตคอล (Protocol) ในการปฏิบัติตัวครับ ข้อแรก… ห้ามแสดงออกเกินความเป็นเพื่อนบ้านเวลาอยู่ข้างนอก ข้อสอง… ห้ามมาด้อมๆ มองๆ ที่คณะผมตอนมีคนอยู่เยอะๆ และข้อสาม… ถ้าไอ้ต้นหรือเพื่อนผมถาม พี่ต้องตีหน้าซึนให้เนียนที่สุด เข้าใจไหมครับ?”

ไทเกอร์ถอนหายใจยาว แกล้งทำหน้ามุ่ยเหมือนเด็กรอโดนขัดใจ “ตั้งกฎเยอะขนาดนี้ พี่นึกว่ากำลังเซ็นสัญญาค่ายเพลงใหม่เสียอีก… แต่ก็เอาเถอะ เพื่อความสบายใจของกราฟ พี่จะพยายามรัน ‘ระบบปฏิบัติการคู่หูลับ’ ของเราให้เนียนที่สุดก็แล้วกัน แต่ถ้าอยู่กันสองคนเมื่อไหร่… พี่จะทบต้นทบดอกให้ลุกไม่ขึ้นเลยคอยดู”

ช่วงสายของวันเดียวกัน ณ ลานเกียร์คณะวิศวกรรมศาสตร์

กราฟนั่งปั่นโค้ดโปรเจกต์อยู่กับต้นและปอนด์ในสภาพที่ดูแปลกตากว่าทุกวัน แม้อากาศประเทศไทยจะร้อนระอุทะลุสามสิบห้าองศา แต่หนุ่มเนิร์ดกลับเลือกใส่เสื้อยืดคอเต่าสีดำสนิทไว้ข้างในแล้วสวมทับด้วยเสื้อช็อป แถมยังรูดซิปขึ้นมาเกือบสุด

“ไอ้กราฟ มึงเป็นไข้ทับฤดูหรือไงวะ อากาศร้อนจนหมาจะสุกอยู่แล้ว มึงใส่คอเต่ามาทำไมเนี่ย” ต้นวางแก้วน้ำแข็งลงบนโต๊ะแล้วขมวดคิ้วจ้องเพื่อนสนิทอย่างจับผิด

“กู… กูหนาวแอร์! เมื่อคืนกูเปิดแอร์นอนแรงไปหน่อย คอเลยเจ็บๆ” กราฟตอบตะกุกตะกัก พยายามยกมือขึ้นบังปกเสื้อของตัวเองไว้ เพราะความจริงคือเมื่อคืนไทเกอร์เล่นทิ้งรอยแดงไว้ที่ซอกคอและไหปลาร้าของเขาชนิดที่ว่าคอนซีลเลอร์สิบชั้นก็เอาไม่อยู่

ปอนด์หรี่ตามอง “หนาวแอร์บ้านมึงสิ เหงื่อมึงแตกพลั่กเต็มหน้าผากแล้วเนี่ย แล้วทำไมขามึงสั่นๆ เดินกะเผลกๆ พิกลวะ โดนหมารุมกัดมาเหรอ?”

“กูเดินเตะขอบโต๊ะ! พวกมึงจะซักไซ้กูหาพระแสงอะไรเนี่ย รีบๆ เช็กสเปกฐานข้อมูลสิวะ เดี๋ยวอาจารย์ก็เรียกตรวจแล้ว!” กราฟรีบเปลี่ยนเรื่อง โยนแฟ้มเอกสารใส่หน้าเพื่อนทั้งสองคนเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ

แต่ยังไม่ทันที่เหตุการณ์จะสงบ เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าลานกิจกรรม นักศึกษาสาวๆ หลายคนชะเง้อคอมองใครบางคนที่กำลังเดินตรงมาทางโต๊ะของพวกเขากราฟหันไปมองตามแล้วแทบจะเอาหัวโขกแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดให้รู้แล้วรู้รอด

ไทเกอร์เดินล้วงกระเป๋าเข้ามาในคณะวิศวะด้วยสไตล์การพรางตัวที่เรียกได้ว่า ‘พังพินาศ’ ดาราหนุ่มใส่หมวกบัคเก็ตสีดำ สวมแว่นตากันแดดโอเวอร์ไซส์ และมีหน้ากากอนามัยสีดำปิดบังใบหน้าครึ่งล่าง ดูเผินๆ เหมือนพวกแก๊งทวงหนี้นอกระบบมากกว่าจะเป็นคนดัง แต่รังสีออร่าความหล่อและหุ่นนายแบบที่ทะลุเสื้อยืดแบรนด์เนมออกมามันปิดไม่มิดเลยสักนิด

“เชี่ย… นั่นมันพี่ไทเกอร์ ดาราที่มาถ่ายโฆษณาวันนั้นนี่หว่า มาทำอะไรที่คณะเราอีกวะ” ต้นกระซิบกระซาบกับปอนด์

ไทเกอร์เดินมาหยุดที่หน้าโต๊ะของพวกกราฟ ในมือหิ้วถุงพลาสติกที่มีแก้วกาแฟเย็นแบรนด์ดังสามแก้ว ดาราหนุ่มดึงหน้ากากอนามัยลงมาไว้ที่คาง ส่งยิ้มโปรยเสน่ห์ให้ต้นกับปอนด์ ก่อนจะวางถุงกาแฟลงบนโต๊ะ

“สวัสดีครับน้องๆ พอดีพี่แวะมาทำธุระแถวนี้ เลยซื้อกาแฟมาฝาก เห็นว่าช่วงนี้กำลังทำโปรเจกต์จบกันอยู่ใช่ไหมครับ?” ไทเกอร์พูดด้วยน้ำเสียงเป็นมิตรขั้นสุด

“อ๋อ… ขอบคุณครับพี่” ต้นรับแก้วกาแฟมาแบบงงๆ “พี่มีธุระอะไรที่คณะวิศวะเหรอครับ?”

“พี่มาหา… เอ่อ มาดูโลเคชันเผื่อถ่ายงานน่ะครับ แล้วก็นึกขึ้นได้ว่า ‘เพื่อนบ้าน’ ของพี่เรียนอยู่ที่นี่” ไทเกอร์หันไปมองกราฟที่ตอนนี้นั่งตัวเกร็งเป็นหินไปแล้ว “เป็นไงบ้างครับกราฟ เมื่อคืนได้ข่าวว่า ‘เครื่องแฮงค์’ ไปหลายรอบเลยนี่ เช้านี้ระบบทำงานปกติหรือยังครับ?”

คำถามกำกวมที่แฝงความนัยนั้นทำให้กราฟอ้าปากพะงาบๆ หน้าแดงลามไปจนถึงใบหู “ปะ… ปกติครับ! ผมซ่อมระบบเสร็จแล้ว! พี่มีธุระแค่นี้ใช่ไหมครับ ขอบคุณสำหรับกาแฟนะครับ เชิญพี่ไปดูโลเคชันต่อเลยครับ!”

กราฟพยายามไล่ทางอ้อม แต่ไทเกอร์กลับไม่ขยับ แถมยังแกล้งโน้มตัวลงมาใกล้ๆ จนต้นกับปอนด์ต้องชะโงกหน้ามามอง

“พี่ขอคุยกับกราฟเป็นการส่วนตัวสักนาทีได้ไหมครับ? พอดีเรื่อง ‘ค่าไขควง’ ที่เราตกลงกันไว้ มันยังมีรายละเอียดต้องเคลียร์นิดหน่อย”

“ค่าไขควงอะไรวะกราฟ?” ปอนด์ถามอย่างสงสัย

“ไม่มีอะไร! เรื่องของเพื่อนบ้านน่ะมึง เดี๋ยวมานะ!”

กราฟทนแรงกดดันไม่ไหว รีบลุกขึ้นแล้วคว้าแขนไทเกอร์ลากออกไปจากลานเกียร์อย่างรวดเร็ว เขากึ่งเดินกึ่งวิ่งลากดาราตัวโตไปจนถึงทางเดินหลังตึกห้องปฏิบัติการที่ค่อนข้างลับตาคนและไร้ผู้คนสัญจร

“พี่ไทเกอร์! เราตกลงกันแล้วไงว่าข้อสอง ห้ามมาหาผมที่คณะตอนคนเยอะๆ! แล้วการพรางตัวของพี่มันคืออะไร แต่งตัวแบบนี้คนยิ่งมองหนักกว่าเดิมอีก!” กราฟหันไปแว้ดใส่ทันทีที่แน่ใจว่าไม่มีใครตามมา

ไทเกอร์ถอดหมวกและแว่นกันแดดออก หัวเราะร่วนอย่างไม่สะทกสะท้าน “พี่ไม่ได้ทำผิดโปรโตคอลนะ พี่แสร้งทำเป็นคนรู้จักที่บังเอิญผ่านมาไง แถมซื้อกาแฟมาติดสินบนเพื่อนกราฟด้วย เนียนจะตายไป”

“เนียนบ้าอะไรล่ะ! ไอ้ต้นมันมองหน้าผมสลับกับหน้าพี่เหมือนเครื่องสแกนไวรัสแล้วเนี่ย”

“ก็พี่คิดถึงนี่นา… เมื่อเช้าตื่นมายังกอดไม่ทันชื่นใจเลย กราฟก็รีบหนีมามหาลัยแล้ว” ไทเกอร์ขยับตัวเข้ามาประชิด ดันร่างของกราฟจนแผ่นหลังติดกับผนังปูนเย็นเฉียบของตึก มือหนายกขึ้นแตะที่คอเสื้อเต่าของกราฟเบาๆ “ใส่คอเต่ามาแบบนี้ ร้อนแย่เลยนะครับ ให้พี่ช่วยถอดไหม?”

“หยุดเลยนะพี่! นี่มันในมหาลัย!” กราฟพยายามปัดมือซุกซนนั้นออก แต่เรี่ยวแรงสู้คนตรงหน้าไม่ได้เลยสักนิด

“ในมหาลัยแล้วไงครับ ตึกนี้ไม่มีคนสักหน่อย… ขอพี่ชาร์จแบตเตอรี่หน่อยนะ”

ไทเกอร์ไม่รอให้กราฟอนุญาต เขาก้มลงประทับริมฝีปากลงบนอวัยวะเดียวกันอย่างรวดเร็วและดูดดื่ม มันไม่ใช่จูบที่อ่อนโยนเหมือนเมื่อคืน แต่มันเต็มไปด้วยความโหยหาและความตื่นเต้นของสถานที่ที่ต้องหลบซ่อน กราฟพยายามขัดขืนในตอนแรก แต่เมื่อถูกลิ้นร้อนรุกล้ำเข้ามาในโพรงปาก ตรรกะความยับยั้งชั่งใจก็เริ่มพังทลาย เขาเผลอหลับตาและตอบรับสัมผัสนั้นอย่างลืมตัว มือที่เคยกั้นอกแกร่งเปลี่ยนมาขยำเสื้อยืดของไทเกอร์จนยับยู่ยี่

ทั้งคู่แลกจูบกันอย่างดูดดื่มท่ามกลางความเงียบของหลังตึกเรียน เสียงลมหายใจหอบกระเส่าและเสียงริมฝีปากที่บดเบียดกันดังแข่งกับเสียงจิ้งหรีดในพุ่มไม้ ไทเกอร์เลื่อนมือลงมาบีบเค้นที่เอวหนาของหนุ่มเนิร์ด ปลุกเร้าอารมณ์ที่เพิ่งสงบไปเมื่อเช้าให้ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง

“อื้ม…” กราฟครางในลำคอ เมื่อมือของไทเกอร์เริ่มล้วงเข้าไปใต้เสื้อช็อป

แต่ทว่า…

“ไอ้กราฟ! มึงคุยธุระเสร็จยังวะ! อาจารย์เรียกหาตัวมึงเนี่ย!” เสียงของต้นตะโกนดังก้องมาจากหัวมุมทางเดิน ทำเอาทั้งคู่สะดุ้งสุดตัวราวกับถูกไฟช็อต!

กราฟรีบผลักอกไทเกอร์ออกอย่างแรงจนดาราหนุ่มเซไปชนกำแพงอีกฝั่ง หนุ่มวิศวะรีบเช็ดปากที่บวมเจ่อของตัวเอง จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ หน้าซีดเผือดเหมือนเห็นผี

“เชี่ยแล้ว! ไอ้ต้นมา!” กราฟกระซิบเสียงหลง

เสียงฝีเท้าของต้นกำลังเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ไทเกอร์รีบคว้าหมวกและแว่นตากันแดดขึ้นมาสวมด้วยความเร็วแสง ส่วนกราฟก็รีบก้าวออกมาขวางทางเดินไว้ พยายามทำสีหน้าให้ดูเหมือนกำลังยืนเถียงกับเพื่อนบ้านเรื่องสัพเพเหระ

ต้นเดินเลี้ยวมาเจอทั้งคู่พอดี เขาชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อเห็นหน้าแดงๆ และริมฝีปากที่บวมช้ำของเพื่อนสนิท

“มึงมาทำอะไรหลังตึกวะเนี่ย มืดก็มืด… แล้วทำไมหน้ามึงแดงขนาดนั้น” ต้นขมวดคิ้วสงสัย

“อ๋อ! กู… กูเถียงกับพี่เขานิดหน่อยเรื่อง… เรื่องสเปกคอมพิวเตอร์น่ะ! มันเลยหน้าดำหน้าแดงไปบ้าง!” กราฟแถสีข้างถลอกอีกรอบ “อาจารย์เรียกกูเหรอ เออๆ ไปเดี๋ยวนี้แหละ!”

กราฟหันไปถลึงตาใส่ไทเกอร์เป็นเชิงขู่สำทับ “พี่กลับไปได้แล้วนะ! เรื่องสเปกคอมฯ ไว้เราค่อยคุยกันที่บ้าน!”

ไทเกอร์กลั้นขำจนไหล่สั่น ยอมเล่นตามน้ำ “โอเคครับคุณวิศวกร งั้นเดี๋ยวพี่รอคุยเรื่อง ‘สเปก’ ของเราคืนนี้นะครับ รับรองว่าเทสระบบกันทั้งคืนแน่ๆ”

ดาราหนุ่มขยิบตาให้หนึ่งทีก่อนจะเดินสวนต้นออกไป ทิ้งให้กราฟยืนหน้าไหม้เกรียมอยู่ตรงนั้น ต้นมองตามแผ่นหลังของไทเกอร์แล้วหันมามองกราฟด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม

“กูว่าเพื่อนบ้านมึงคนนี้แปลกๆ ว่ะกราฟ… สายตาที่เขามองมึงเมื่อกี้ มันไม่ได้เหมือนคนเถียงเรื่องคอมพิวเตอร์เลยนะเว้ย” ต้นหรี่ตามอง “มึงมีความลับอะไรปิดบังกูอยู่หรือเปล่าวะ?”

กราฟกลืนน้ำลายอึกใหญ่ รู้สึกเหมือนระบบปฏิบัติการลับของเขากำลังถูกโปรแกรมสแกนไวรัสตัวฉกาจตรวจสอบอย่างหนักหน่วง เขาจะรอดจากการจับผิดของเพื่อนสนิทไปได้อีกนานแค่ไหนกันเนี่ย!

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments