“ตายซะเถอะพวกหนอนแมลง!”
เสียงคำรามของ โหรวิษณุ ดังก้องผ่านลำโพงขยายเสียง ร่างของเขาตอนนี้เชื่อมต่อเข้ากับส่วนหัวของ ‘อสูรจักรกลยักษ์’ ที่ประกอบขึ้นจากเศษซากหุ่นพยนต์นับร้อยตัว ร่างกายมหึมาสูงเสียดเพดานห้อง มีแขนหกข้างที่ถืออาวุธครบมือ ทั้งเลื่อยวงเดือน ปืนใหญ่ไอน้ำ และกรงเล็บไฟฟ้า
ตูม! ตูม! ตูม!
กระสุนปืนใหญ่ระดมยิงใส่พื้นที่พรานเข้มและนลินยืนอยู่ จนพื้นเหล็กฉีกขาดเป็นรูพรุน ทั้งสองต้องกระโดดหลบอุตลุด
“มันใหญ่เกินไป! ปืนข้ายิงเกราะมันไม่เข้า!” เข้มตะโกนบอก พลางกลิ้งตัวหลบกรงเล็บที่ฟาดลงมาเฉียดหัวไหล่
“มันต้องมีจุดอ่อนสิ!” นลินกัดฟัน บินโฉบขึ้นไปล่อเป้า “ไอ้ปีศาจ! แน่จริงก็จับข้าให้ได้สิ!”
นลินใช้ความคล่องตัวของเผ่าพันธุ์กินนร บินซิกแซกหลบเลเซอร์อาคมที่ยิงสวนมา อสูรจักรกลหมุนตัวตามอย่างเชื่องช้า พยายามจะตบแมลงตัวจ้อยให้ร่วง
ขณะเดียวกัน ที่หน้าตู้กระจกเก็บหัวใจ เจ้าชายคีรี กำลังมือสั่นระริกขณะเสียบกุญแจทองคำที่ได้จากพ่อเลี้ยงลงในช่องไข ระบบกลไกส่งเสียง คลิก… แกร๊ก… เฟืองนับร้อยตัวเริ่มหมุนย้อนกลับ
“ท่านพ่อสุริยกาล…” คีรีวางมือทาบลงบนกระจก สัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากก้อนเนื้อสีแดงสดที่เต้นตุบๆ อยู่ภายใน “ข้ามารับท่านกลับบ้านแล้ว”
วูบบบ…
ของเหลวสีเขียวในตู้เริ่มถูกถ่ายออก ฝาตู้ค่อยๆ เปิดอ้า คีรีปลดสายยางที่ระโยงระยางออกอย่างระมัดระวัง แล้วประคอง ‘หัวใจแห่งสุริยกาล’ ออกมา ทันทีที่หัวใจดวงนั้นหลุดพ้นจากพันธนาการ แสงสว่างสีทองอำไพก็สาดส่องไปทั่วห้อง ความอบอุ่นแผ่ซ่านขับไล่ความหนาวเหน็บของจักรกล
“ไม่นะ! พลังงานของข้า!” โหรวิษณุกรีดร้องเมื่อเห็นแหล่งพลังงานหลักถูกขโมยไป หน้าจอควบคุมบนตัวหุ่นยักษ์เริ่มกะพริบเตือนว่า พลังงานสำรองใกล้หมด
“ตอนนี้แหละพี่เข้ม!” คีรีตะโกนบอก “เกราะป้องกันของมันอ่อนลงแล้ว! เล็งไปที่ ‘ดวงตา’ ของวิษณุ!”
เข้มไม่รอให้บอกซ้ำ เขาดีดตัวขึ้นเหยียบซากท่อไอน้ำ วิ่งไต่ระดับขึ้นไปสู่ที่สูง ง้างนกปืนยันต์จักรกลจนสุด รวบรวมสมาธิทั้งหมดเล็งไปที่เป้าหมาย
“จบกันแค่นี้แหละ ไอ้พ่อมดชั่ว!”
เปรี้ยง!!
กระสุนหัวเจาะลงอาคมนัดสุดท้ายพุ่งออกจากปากกระบอก แหวกอากาศเป็นเส้นตรง เจาะทะลุกระจกห้องควบคุมและพุ่งเข้าเสียบที่ ‘ดวงตาจักรกล’ ของโหรวิษณุอย่างแม่นยำ
“อ๊ากกกกก!!”
วิษณุร้องโหยหวน มือปัดป่ายไปมา กระสุนอาคมระเบิดพลังภายในสมองกล ทำลายระบบสั่งการทั้งหมด ร่างของอสูรจักรกลยักษ์เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ไฟฟ้าลัดวงจรเกิดระเบิดตูมตามไปทั่วตัวหุ่น
ครืนนนน…
ร่างยักษ์ไร้การควบคุมเซถลาไปชนกับเสาหลักของห้อง ทำให้โครงสร้างเพดานเริ่มพังทลายลงมา เศษปูนและเหล็กเส้นร่วงกราว
“หนีเร็ว! ห้องนี้กำลังจะถล่ม!” เข้มกระโดดลงสู่พื้น วิ่งเข้าไปสมทบกับคีรีและนลิน
“ทางออกถูกปิดตาย!” นลินร้องบอกเมื่อเห็นก้อนหินมหึมาถล่มลงมาปิดประตูทางเข้า
“ทางนี้!” คีรีชี้ไปที่ท่อระบายของเสียใต้พื้นห้องที่เปิดอ้าอยู่ “มันเชื่อมออกไปสู่แม่น้ำนอกเมือง!”
ทั้งสามกระโดดลงไปในท่อสไลเดอร์ที่มืดมิด ทิ้งเสียงระเบิดกัมปนาทและเสียงกรีดร้องสุดท้ายของโหรวิษณุไว้เบื้องหลัง… นครมัตตราที่สร้างจากความทะเยอทะยาน กำลังพังทลายลงทับถมผู้สร้างมันเอง
…
ภายนอกกำแพงเมืองนครมัตตรา (รุ่งสาง)
ร่างสามร่างไหลออกมาจากท่อระบายน้ำ พุ่งลงสู่แม่น้ำสายเชี่ยวที่อยู่นอกเขตเมือง พวกเขาตะเกียกตะกายขึ้นฝั่งอย่างทุลักทุเล เปียกปอนและหมดสภาพ
เข้มล้มตัวลงนอนหอบหายใจบนพื้นหญ้า มองกลับไปที่ตัวเมือง ควันไฟสีดำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า โครงสร้างตึกสูงค่อยๆ ทรุดตัวลงอย่างช้าๆ
“มันจบแล้ว…” คีรีเอ่ยเสียงเบา ในมือยังกอดโหลแก้วที่ใส่หัวใจพ่อไว้แน่น “นครมัตตรา… ไม่มีอีกแล้ว”
นลินบีบไหล่เด็กหนุ่มเบาๆ “นครอาจจะหายไป แต่ผู้คนยังอยู่… พวกเขาเป็นอิสระแล้ว คีรี”
คีรีพยักหน้า ปาดน้ำตา “ข้าจะอยู่ที่นี่… ข้าจะรวบรวมผู้คนที่เหลือรอด สร้างเมืองใหม่ เมืองที่ไม่มีหุ่นพยนต์ เมืองที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติ… เหมือนที่พ่อสุริยกาลเคยฝันไว้”
เด็กหนุ่มหันมาหาเข้ม ยื่นโหลแก้วบรรจุหัวใจให้ “พี่เข้ม… ท่านเอามันไปเถอะ ท่านต้องการมันเพื่อไปช่วยคนของท่าน”
เข้มรับหัวใจดวงนั้นมา สัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นที่มั่นคงและทรงพลัง “แล้วเจ้าล่ะ? นี่มันหัวใจพ่อเจ้านะ”
“พ่อข้าอยู่ในนี้…” คีรีชี้ที่อกตัวเอง “หัวใจดวงนี้มีพลังมากเกินไปสำหรับข้าในตอนนี้… ให้มันได้ทำประโยชน์สุดท้ายเถอะ และเมื่อท่านใช้เสร็จแล้ว… ฝากนำมันไปฝังที่ต้นไม้ใหญ่สักต้นในป่าหิมพานต์ ให้พ่อข้าได้กลับคืนสู่ธรรมชาติตามที่เขาต้องการ”
เข้มพยักหน้าสัญญา “ข้าจะดูแลมันเท่าชีวิต”
“ลาก่อน พี่เข้ม ท่านนลิน” คีรีไหว้ลา “สักวันหนึ่ง… ถ้าโชคชะตาเข้าข้าง เราคงได้พบกันอีก”
เจ้าชายแห่งนครที่ล่มสลายหันหลังเดินกลับไปหาประชาชนของเขา เพื่อเริ่มต้นบทบาทใหม่ในฐานะผู้นำ
เข้มและนลินมองส่งจนลับสายตา ก่อนจะหันหน้ากลับสู่ทิศตะวันออก… สู่เขาไกรลาสและสระอโนดาต
“เราได้ของแลกเปลี่ยนแล้ว” นลินเอ่ย พลางจัดแจงเสื้อผ้าที่ขาดวิ่น “รีบกลับไปหาพระฤาษีกันเถอะ”
“อืม…” เข้มตอบรับ แต่ในใจกลับมีความกังวลบางอย่างผุดขึ้นมา “แต่ข้าสังหรณ์ใจแปลกๆ… เหมือนมีใครกำลังรอเราอยู่”
…
ณ ป่าหิมพานต์ (เส้นทางกลับสู่สระอโนดาต)
การเดินทางขากลับดูเงียบสงัดผิดปกติ สัตว์ป่าที่เคยส่งเสียงร้องกลับเงียบกริบ พรานเข้มเดินนำหน้า มือข้างหนึ่งถือโหลแก้ว อีกข้างกำมีดหมอแน่น สายตาตวาดมองไปรอบทิศ
กร๊อบ…
เสียงกิ่งไม้แห้งหักดังขึ้นแผ่วเบา
“หยุด” เข้มกระซิบ นลินหยุดทันที กางปีกเตรียมพร้อม
“ออกมาเถอะ… พรานสิงห์” เข้มเอ่ยเสียงเรียบ “ข้าได้กลิ่นยาสูบราคาถูกของเอ็งมาแต่ไกล”
สิ้นเสียง เงาร่างทะมึนของกลุ่มคนนับสิบก็ค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้นจากพุ่มไม้ล้อมรอบพวกเขาไว้ทุกทิศทาง ผู้นำกลุ่มคือชายร่างยักษ์ที่มีรอยสักเต็มหน้า ‘พรานสิงห์’ หัวหน้ากลุ่มพรานทมิฬ ยืนแสยะยิ้มกว้าง มือถือปืนไรเฟิลล่าสัตว์แบบฝรั่งที่ดูทันสมัยผิดยุค
“เก่งสมชื่อไอ้เข้ม…” พรานสิงห์หัวเราะร่า “ไปลุยเมืองผีดิบมา สภาพดูไม่ได้เลยนี่หว่า”
“เอ็งต้องการอะไร?” เข้มถามเสียงแข็ง
“ถามโง่ๆ” พรานสิงห์ชี้กระบอกปืนมาที่โหลแก้วในมือเข้ม “ส่งของในมือนั่นมา… แล้วข้าจะพิจารณาให้พวกเอ็งตายแบบไม่ทรมาน”
“ท่านเจ้าคุณส่งเอ็งมาซ้อนแผนข้าสินะ” เข้มแค่นยิ้ม “คนอย่างพวกเอ็งมันเลี้ยงไม่เชื่องจริงๆ”
“อย่ามาเทศนา!” พรานสิงห์ตวาด “โลกนี้ปลาใหญ่กินปลาเล็ก! ส่งหัวใจมา! ไม่งั้นข้าจะเป่าสมองนกน้อยของเอ็งก่อน!”
มันเล็งปืนไปที่นลิน
บรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุด เข้มเพิ่งผ่านศึกหนักมา ร่างกายยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ กระสุนปืนยันต์จักรกลก็หมดเกลี้ยง ส่วนนลินก็เหนื่อยล้าจากการใช้พลังเสียง
“ถ้าข้าไม่ให้?” เข้มท้าทาย
“งั้นก็ตายซะ!” พรานสิงห์เหนี่ยวไก
ปัง!
แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น… ไม่ใช่เข้มหรือนลินที่ล้มลง แต่เป็นลูกน้องคนหนึ่งของพรานสิงห์ที่ยืนอยู่ด้านหลัง ร้องโอ๊ยลั่นแล้วทรุดฮวบลง เพราะมี ‘ดอกศรสีทอง’ ปักคาที่ขา
“ใครบังอาจมารังแกแขกของข้า!”
เสียงหวานแต่ทรงอำนาจดังมาจากยอดไม้ ทุกคนแหงนหน้ามอง ปรากฏร่างของหญิงสาวงดงามนางหนึ่ง ผิวพรรณผุดผ่องดั่งทองทา สวมเครื่องประดับวิจิตรตระการตา แต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือ… นางมีเถาวัลย์และดอกไม้เลื้อยพันอยู่ตามร่างกายราวกับเป็นส่วนหนึ่งของนาง
“นารีผล รุ่นนางพญา” (Queen Nariphon)
แต่นางไม่ได้มาคนเดียว… เบื้องหลังนาง บนต้นไม้รอบทิศ ปรากฏร่างของ ‘มักกะลีผล’ นับร้อยลูกที่หลุดจากขั้วแล้วกลายร่างเป็นภูตสาว ถือหนามแหลมเป็นอาวุธ จ้องมองกลุ่มพรานทมิฬด้วยสายตาอาฆาต
“นี่มันเขตป่าชั้นใน…” นารีผลนางพญาเอ่ยเสียงเย็น “ผู้ชายโสโครกอย่างพวกเจ้า… ไม่มีสิทธิ์มาเหยียบย่ำ!”
สงครามสามฝ่ายกำลังจะปะทุขึ้น… เข้มและนลินที่อยู่ตรงกลาง ต้องหาทางเอาตัวรอดจากทั้งโจรมนุษย์และภูตพรายเจ้าที่ ที่ดูเหมือนจะเกลียดผู้ชายเข้าไส้!


