รุ่งอรุณมาเยือนพร้อมกับความผิดปกติที่ชวนให้ขนลุก
นลินรู้สึกตัวตื่นขึ้นเป็นคนแรก ไม่ใช่เพราะแสงแดดแยงตา หรือเสียงนกกาออกหากิน แต่เป็นเพราะ “ความเงียบ” ความเงียบที่เงียบจนเกินไป… ไม่มีเสียงจิ้งหรีด ไม่มีเสียงใบไม้ไหว ไม่มีเสียงลมหายใจของผืนป่า มีเพียงความวังเวงที่กดทับลงมาจนหูอื้อ
กินนรหนุ่มขยับตัวเล็กน้อยในอ้อมกอดของพรานเข้ม จมูกที่ไวต่อกลิ่นสัมผัสได้ถึงกลิ่นเหม็นเอียนๆ ที่ลอยมาตามลม ไม่ใช่กลิ่นหอมของดอกไม้ป่าเมื่อคืน แต่เป็นกลิ่นเหม็นเน่าเหมือนซากสัตว์ที่ตายมาหลายวัน ผสมกับกลิ่นคาวเลือดเก่าเก็บ
“พี่เข้ม…” นลินกระซิบเรียก เขย่าตัวคนข้างกายเบาๆ “ตื่นเถิด… ข้ารู้สึกไม่ดีเลย”
พรานเข้มลืมตาโพลงทันที สัญชาตญาณนักล่าตื่นตัวเต็มพิกัด เขาลุกขึ้นนั่ง คว้ามีดหมอข้างกายมากระชับแน่น กวาดสายตาไปรอบลานหิน
“เงียบเกินไป…” เข้มพึมพำ สีหน้าเคร่งเครียด “ป่าเช้านี้… ไม่มีชีวิตชีวาเลย”
“และกลิ่นนั่น…” นลินยกมือปิดจมูก “มันเหม็นเน่าขึ้นเรื่อยๆ”
แกรก… แกรก…
เสียงฝีเท้าลากยาวๆ ดังมาจากพุ่มไม้ด้านทิศใต้ เสียงนั้นหนักอึ้งและไม่สม่ำเสมอ เหมือนคนเดินขาเป๋หรือสัตว์ที่บาดเจ็บสาหัส
“ใครน่ะ!” เข้มตะโกนถาม พร้อมยืนบังนลินไว้
พุ่มไม้สั่นไหวอย่างรุนแรง ก่อนที่ร่างหนึ่งจะพุ่งทะลุออกมา
ไม่ใช่สัตว์ป่า… แต่เป็น ‘กวางป่า’ ตัวมหึมา ทว่าสภาพของมันทำให้นลินต้องเบิกตากว้างด้วยความสยดสยอง กวางตัวนั้นหนังหลุดลอกจนเห็นเนื้อแดงๆ บางส่วนเน่าเฟะจนเห็นกระดูกสีขาว นัยน์ตาของมันขุ่นขาวไร้แววชีวิต น้ำลายสีดำไหลยืดออกจากปากที่อ้าค้าง
“กวางผี…” จ้อยอุทาน (ถ้าจ้อยอยู่ด้วย แต่นี่อยู่กันสองคน) นลินอุทานเสียงสั่น “มันตายแล้วไม่ใช่หรือ?”
“ระวัง!” เข้มผลักนลินให้หลบไปด้านข้าง
เจ้ากวางซอมบี้พุ่งเข้าชนด้วยความเร็วผิดธรรมชาติ เข้มกระโดดหลบฉาก ใช้สันมีดกระแทกเข้าที่คอมันอย่างแรง ผัวะ! เสียงกระดูกคอหักดังลั่น แต่กวางตัวนั้นกลับไม่ล้ม! มันสะบัดหัวที่ห้อยรุ่งริ่ง หันกลับมาจะขวิดเข้มซ้ำ ราวกับไม่รู้จักความเจ็บปวด
“มันไม่รู้สึกเจ็บ!” เข้มตะโกน “ต้องตัดหัวมัน!”
พรานหนุ่มม้วนตัวหลบเขากวางที่พุ่งเข้ามา แล้วตวัดมีดหมอสุดแรงเกิด ฉับ! หัวกวางขาดกระเด็น ร่างไร้วิญญาณจึงทรุดฮวบลงกับพื้น ดิ้นพราดๆ อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะแน่นิ่งไป เลือดสีดำคล้ำส่งกลิ่นเหม็นหืนไหลนองพื้น
นลินยืนตัวสั่น เกาะแขนเข้มแน่น “นี่มันตัวบ้าอะไรกันพี่เข้ม… ผีป่าเข้าสิงรึ?”
เข้มก้มลงพิจารณาซากกวาง ใช้ปลายมีดเขี่ยดูเลือดสีดำ “ไม่ใช่ผีป่าธรรมดา… แต่นี่มันคือ ‘โรคห่าลง’ (โรคระบาด)” เข้มกัดฟันกรอด “แต่เป็นห่าที่เกิดจากมนต์ดำ… ‘ผีห่าซาตาน’ มันกัดกินวิญญาณสัตว์ แล้วบงการซากให้ไล่ล่าสิ่งมีชีวิต”
แกรก… ครืด… แกรก…
เสียงฝีเท้าแบบเดิมดังขึ้นอีก… แต่คราวนี้ไม่ได้มาจากทิศเดียว มันดังมาจากทิศตะวันออก… ทิศตะวันตก… และทิศใต้ เสียงฝีเท้านับสิบ นับร้อย กำลังล้อมกรอบพวกเขาเข้ามา
“พวกมันมากันเป็นฝูง” เข้มหน้าซีดเผือด รีบเก็บข้าวของใส่ย่าม “นลิน! บินขึ้นไปดูลาดเลาซิ!”
นลินกางปีกกระพือพับๆ บินขึ้นสู่ยอดไม้สูง มองลงมาเบื้องล่าง ภาพที่เห็นทำเอากินนรหนุ่มแทบหยุดหายใจ
ป่าเบื้องล่างเต็มไปด้วย ‘ซากเดินได้’ มีทั้งสัตว์ป่าอย่างหมูป่า เสือ ลิง ที่สภาพเน่าเปื่อย และที่น่ากลัวที่สุดคือ… ‘มนุษย์’ กลุ่มชาวบ้าน หรือพรานป่าที่หลงเข้ามา สภาพเสื้อผ้าขาดวิ่น เนื้อตัวดำคล้ำ เส้นเลือดปูดโปนเป็นสีดำ เดินโซซัดโซเซมุ่งหน้ามาทางลานหินที่เข้มอยู่ ราวกับได้กลิ่นเนื้อสด
“พี่เข้ม! หนีเร็ว!” นลินตะโกนลั่นจากบนต้นไม้ “พวกมันล้อมเราไว้หมดแล้ว! มีเป็นร้อยเลย!”
“ทางไหนว่างที่สุด!” เข้มตะโกนถาม
“ทิศเหนือ! ทางกลับขึ้นเขา!”
“ไม่ได้! เราจะย้อนกลับไม่ได้!” เข้มมองไปทางทิศตะวันออกที่มีลำธารไหลผ่าน “ลงน้ำ! พวกมันน่าจะเคลื่อนที่ในน้ำช้าลง!”
นลินร่อนลงมาคว้ามือเข้ม “ไป!”
ทั้งสองวิ่งฝ่าดงไม้ลงสู่ลำธาร แต่ทันใดนั้น ซากศพมนุษย์กลุ่มหนึ่งก็โผล่ออกมาจากพุ่มไม้ดักหน้า สภาพของพวกมันน่าสะอิดสะเอียน ใบหน้าแหว่งวิ่น ส่งเสียงคำรามในลำคอ “แฮ่…”
“หลีกไป!” เข้มง้างมีดหมอ ฟันคอซากศพตัวหน้าจนหัวหลุด แต่ตัวข้างหลังพุ่งเข้ามาคว้าแขนเขาไว้ เล็บเน่าเฟะจิกลงในเนื้อ
“ปล่อยนะ!” นลินหวีดร้อง ใช้ปีกตบเข้าที่หน้าซากศพตัวนั้นจนหน้าหัน เลือดดำกระเซ็นโดนปีกสวยงาม
เข้มสะบัดหลุด ถีบยันยอดอกมันจนหงายหลัง “อย่าให้เลือดมันเข้าปากหรือแผลเปิด! เดี๋ยวจะติดเชื้อ!”
การต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดเริ่มต้นขึ้น เข้มและนลินต้องสู้พลางถอยพลาง เข้มใช้ทักษะมีดฟันไม่เลี้ยง ส่วนนลินใช้อุปกรณ์ขยายเสียงที่คีรีให้มา ปล่อยคลื่นเสียงกระแทกพวกซากศพให้กระเด็นถอยไป
“วิ๊งงงง!” คลื่นเสียงเจาะแก้วหูทำให้พวกซากศพชะงักไปชั่วครู่ เหมือนระบบประสาทพวกมันรวน
“เสียงของเจ้าได้ผล!” เข้มตะโกน “อัดใส่พวกมันอีก!”
“ข้าจะหมดแรงแล้ว!” นลินหอบฮั่ก การใช้เสียงต่อเนื่องกินพลังงานมาก
ทั้งคู่ตะเกียกตะกายลงไปในลำธาร กระแสน้ำเชี่ยวกรากช่วยพัดพาพวกซากศพที่ตามลงมาให้ลอยกระจัดกระจายไป บางตัวจมน้ำแต่ยังตะเกียกตะกายจะว่ายตาม
“ข้ามฝั่งไป! เร็ว!”
เมื่อปีนขึ้นฝั่งตรงข้ามได้ พวกเขาวิ่งเข้าสู่ป่าทึบอีกครั้ง แต่คราวนี้ป่าดูมืดมนและน่ากลัวกว่าเดิม ต้นไม้ใบหญ้าเริ่มเหี่ยวเฉาเป็นสีดำ วงแหวนแห่งความตายกำลังขยายวงกว้าง
เข้มพานลินไปหลบหลังรากไม้ใหญ่ หอบหายใจอย่างหนักหน่วง เลือดไหลซึมจากแผลเก่าที่เริ่มปริ “พวกมัน… พวกมันมาจากไหนกันมากมายขนาดนี้” นลินถามเสียงสั่น ตัวสั่นเทาด้วยความกลัว
เข้มปาดเหงื่อผสมเลือดบนหน้า “มันคือ ‘กองทัพผีห่า’… ใครบางคนปลุกมันขึ้นมา… หรือไม่ก็ผนึกที่ขังมันไว้แตกออก”
เข้มหยิบขวดแก้วบรรจุหยาดน้ำค้างทิพย์ออกมาดู โชคดีที่มันยังปลอดภัย “เราต้องรีบออกจากป่านี้… ก่อนที่พวกมันจะยึดครองเส้นทางทั้งหมด และก่อนที่เราจะกลายเป็นพวกมัน”
ทันใดนั้น เสียงระฆังกังวานแว่วมาไกลๆ จากยอดเขาลูกหนึ่งข้างหน้า หง่าง… หง่าง…
“เสียงระฆังวัด?” นลินหูผึ่ง “มีวัดอยู่ในป่าลึกขนาดนี้ด้วยหรือ?”
เข้มเงี่ยหูฟัง แววตามีความหวังขึ้นมาเล็กน้อย “วัดป่า… วัดร้างบนเขาวงพระจันทร์… ที่นั่นอาจจะมีเขตอภัยทาน หรือข่ายอาคมที่กันพวกผีห่าได้! ไปทางนั้น!”
ทั้งสองพยุงร่างอันอ่อนล้า มุ่งหน้าสู่เสียงระฆังปริศนา ท่ามกลางป่าวิปริตที่เต็มไปด้วยดวงตาของคนตายที่จ้องมองมาจากทุกทิศทาง
ภารกิจปกป้องหัวใจและยาอายุวัฒนะ ยังไม่จบง่ายๆ… และวัดป่าเบื้องหน้านั้น จะเป็นที่พึ่งพิงสุดท้าย หรือเป็นกับดักมรณะอีกแห่งกันแน่?


