๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๒
ถ้าชีวิตคือเกมบาสเกตบอล ตอนนี้คงเป็นนาทีสุดท้ายที่ทีมของผมแต้มตามหลัง และผมไม่มีสิทธิ์ส่งลูกให้จิณณ์เล่นคนเดียวอีกต่อไป ผมต้องเป็นคนชูตลูกนี้ด้วยตัวเอง… ต่อให้แป้นบาสนั้นจะสูงชันและดูเหมือนจะพังทลายลงมาทับผมก็ตาม
✍️ บันทึกหน้าที่ ๒๖: ปฏิบัติการ “เข้าถ้ำเสือ”
“มึงแน่ใจนะไอ้พีท?” ไอ้ตั้มถามพลางจัดเนกไทให้ผมที่หน้าบ้านของจิณณ์ บ้านหลังใหญ่โตที่มีรั้วอัลลอยด์สีดำขลับดูน่าเกรงขาม “พ่อน้องเขาไม่ใช่เล่นๆ นะมึง ถ้ามึงโดนไล่ออกมา กูจะเตรียมสตาร์ทรถรอเลย”
“เออ… ถ้าไม่ทำตอนนี้ กูคงเกลียดตัวเองไปตลอดชีวิต” ผมสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ ในมือถือแฟ้ม ‘พอร์ตฟอลิโอ’ ผลการเรียนของผม และตารางซ้อมที่ผมแอบทำสรุปวิเคราะห์จุดเด่นจุดด้อยของจิณณ์มาตลอดหลายเดือน
ผมกดกริ่ง… หัวใจเต้นรัวยิ่งกว่ากลองชุด ไม่นานนัก ผมก็ได้ไปนั่งอยู่ในห้องทำงานที่อบอวลด้วยกลิ่นซิการ์และหนังสือหนังแท้ พ่อของจิณณ์นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ตัวใหญ่ สายตาคมกริบจ้องมองผมเหมือนกำลังสแกนหาจุดอ่อน
[ความกล้าของ ‘เด็กแว่น’ คนเดิม]
“เธอคือคนที่ทำให้ลูกชายฉันเสียคนใช่ไหม?” คำถามแรกก็เหมือนหมัดฮุกเข้าที่ลิ้นปี่
“ผมชื่อพีทครับ และผมไม่ได้ทำให้จิณณ์เสียคน…” ผมพยายามบังคับเสียงให้นิ่งที่สุด “กลับกันครับ ตั้งแต่ผมรู้จักจิณณ์ ผมตั้งใจเรียนขึ้น ผมดูแลตัวเองขึ้น และจิณณ์เอง… เขาก็มีเป้าหมายที่ชัดเจนขึ้นเพราะเขาอยากพิสูจน์ให้คุณอาเห็นว่า ความรักไม่ได้ทำให้เขาอ่อนแอลง”
ผมเลื่อนแฟ้มในมือไปข้างหน้า “นี่คือผลการเรียนของจิณณ์ในวิชาที่ผมช่วยติว คะแนนเขาดีขึ้นครับ และนี่คือสถิติการชูตบาสของเขาที่ผมจดบันทึกไว้ทุกเย็น จิณณ์ไม่ได้เล่นไปวันๆ ครับ เขาเล่นเพื่อที่จะเป็นที่หนึ่งให้คุณอาภูมิใจ”
พ่อจิณณ์มองแฟ้มนั้นนิ่งๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้น “แล้วเรื่องที่พวกเธอ… คบกันล่ะ? เธอคิดว่าสังคมจะมองลูกชายฉันยังไง?”
“สังคมจะมองจิณณ์ที่ความสำเร็จและตัวตนของเขาครับคุณอา” ผมสบตาเขาตรงๆ ไม่หลบเลี่ยง “ความรักของผมอาจจะดูผิดที่ผิดทางในสายตาคุณอา แต่ความรักนี้แหละครับ ที่ทำให้จิณณ์มีแรงฮึดชูตลูกสุดท้ายเข้าห่วงในวันคัดตัว… ผมไม่ได้มาเพื่อขอให้คุณอาชอบผม แต่ผมมาเพื่อขอ ‘โอกาส’ ให้จิณณ์ได้เล่นบาสต่อ”
“ถ้าจิณณ์ไม่ได้เล่นบาส เขาก็เหมือนคนที่ตายไปแล้วครึ่งตัวนะครับคุณอา อย่าทำลายความฝันของเขาเลย… ถ้าคุณอาจะลงโทษ ให้มาลงโทษที่ผมคนเดียวเถอะครับ”
[น้ำตาหลังบานประตู]
ผมเดินออกมาจากห้องทำงานนั้นด้วยขาที่สั่นพั่บๆ ทันทีที่พ้นประตูห้อง ผมก็เห็นจิณณ์ยืนแอบฟังอยู่ตรงหัวมุมบันได ดวงตาของเขาแดงก่ำและเต็มไปด้วยหยดน้ำตา
“พี่พีท…” จิณณ์โผเข้ามากอดผมแน่น เขาซุกหน้าลงบนไหล่ของผมแล้วสะอื้นออกมาเบาๆ “ขอบคุณนะพี่… ขอบคุณที่สู้เพื่อผมขนาดนี้”
“พี่สัญญาแล้วไง ว่าพี่จะไม่ทิ้งจิณณ์” ผมลูบหลังเขาเบาๆ
คืนนั้น พ่อของจิณณ์ไม่ได้พูดอะไรกับผมต่อ แต่ท่านยอมคืนลูกบาสและรองเท้ากีฬาให้จิณณ์ พร้อมคำขาดสั้นๆ ว่า “ถ้าผลการเรียนตกแม้แต่นิดเดียว หรือบาสนัดหน้าแพ้… ทุกอย่างจบ”
✍️ บันทึกหน้าที่ ๒๗: แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
วันนี้ผมได้เรียนรู้ว่า ความรักไม่ใช่แค่การเดินจูงใจกันในวันที่มีความสุข แต่มันคือการกล้าเดินไปรับกระสุนแทนกันในวันที่โลกใจร้าย พ่อจิณณ์ยังไม่ยอมรับผมหรอกครับ… แต่เขายอมรับใน ‘ความจริงใจ’ ของผม
ก้าวเล็กๆ นี้ มันยิ่งใหญ่กว่าการวิ่งรอบสนามร้อยรอบเสียอีก
ปล. จิณณ์บอกว่า พ่อแอบเปิดดูแฟ้มที่ผมทำไว้จนดึกเลย… บางทีคุณอาเขาอาจจะแอบใจอ่อนนิดๆ แล้วก็ได้นะ 🧡🏀


