HomeChapterบทที่ 1: เงาที่ไม่มีวันจาง

บทที่ 1: เงาที่ไม่มีวันจาง

หนึ่งปีต่อมา

นาฬิกาดิจิทัลบนหัวเตียงกะพริบบอกเวลา 02:33 น.

ความเงียบสงัดในห้องเช่ารูหนูถูกทำลายลงด้วยเสียงหอบหายใจหนักหน่วงราวกับคนกำลังจะขาดใจตาย ริว สะดุ้งตื่นขึ้นมาท่ามกลางความมืด ร่างกายของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อกาฬที่ไหลโทรมกายจนเสื้อยืดตัวเก่าแนบไปกับแผ่นหลังที่สั่นเทา

ฝันอีกแล้ว… ฝันเรื่องเดิมซ้ำๆ

ภาพของคืนฝนตกเมื่อหนึ่งปีก่อนยังคงฉายชัดในความทรงจำราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งผสมกับกลิ่นดินโคลน เสียงกระดูกที่หักดังลั่น และที่เลวร้ายที่สุด… คือรอยยิ้มนั้น รอยยิ้มของปีศาจในคราบมนุษย์ที่แสยะกว้างท่ามกลางสายฝน รอยยิ้มที่บอกว่า “กูจำหน้ามึงได้”

ริวยกมือที่สั่นระริกขึ้นลูบหน้า พยายามกอบกู้สติที่กระเจิดกระเจิงกลับคืนมา เขาควานหาขวดยาคลายเครียดที่หัวเตียง แต่มือที่สั่นเทาทำให้ขวดยาปัดตกลงพื้น เม็ดยาสีขาวกระจายเกลื่อนพื้นห้อง แต่ริวไม่มีแรงแม้แต่จะก้มลงเก็บ เขาทำได้เพียงนั่งกอดเข่า คดตัวเป็นก้อนกลมๆ อยู่บนเตียง ปล่อยให้ความหวาดกลัวกัดกินหัวใจ

ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ชีวิตของริวไม่ต่างอะไรกับหนูสกปรกที่ต้องคอยวิ่งหนีแมวล่าเนื้อ เขาเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนทรงผม ย้ายที่อยู่จากอพาร์ตเมนต์หรูมาเป็นห้องเช่าซอมซ่อในย่านสลัมที่ตำรวจไม่ค่อยเข้ามาตรวจตรา ตัดขาดจากเพื่อนฝูงและครอบครัว เพราะกลัวว่าความตายจะลามไปถึงคนเหล่านั้น

แต่ไม่ว่าจะหนีไปไกลแค่ไหน ความรู้สึกว่า “ถูกจ้องมอง” ก็ไม่เคยจางหายไป


กริ๊ง…

เสียงโทรศัพท์บ้านแบบหมุนที่เจ้าของหอพักติดไว้ให้ดังก้องขึ้น ท่ามกลางความเงียบของตีสอง เสียงนั้นบาดหูราวกับเสียงกรีดร้อง ริวสะดุ้งสุดตัว หัวใจเต้นรัวเร็วเหมือนจะทะลุออกจากอก เขานั่งตัวแข็งทื่อ จ้องมองโทรศัพท์เครื่องเก่าสีครีมที่เปื้อนฝุ่นด้วยดวงตาเบิกโพลง

กริ๊ง… กริ๊ง…

ใครจะโทรมาเวลานี้? ไม่มีใครรู้เบอร์นี้… นอกจากเจ้าของหอ มือที่เย็นเฉียบของริวค่อยๆ เอื้อมออกไปอย่างเชื่องช้า ปลายนิ้วแตะลงบนหูโทรศัพท์ เขากลั้นหายใจก่อนจะยกมันขึ้นแนบหู

“ฮัล…โหล…” เสียงของริวแหบแห้งจนแทบไม่ได้ยิน

“…”

ไม่มีเสียงตอบรับจากปลายสาย มีเพียงเสียงสัญญาณซ่าๆ เหมือนคลื่นวิทยุที่ไม่ชัดเจน และเสียงลมหายใจ… ลมหายใจที่หนักหน่วง ครืดคราด ลากยาว ผสมกับเสียงเคาะนิ้วเป็นจังหวะช้าๆ

ตึก… ตึก… ตึก…

จังหวะการเคาะนั้น ริวจำได้แม่นยำ มันคือจังหวะเดียวกับที่หัวหน้าแก๊งฆาตกรคนนั้นเคยเคาะมีดลงบนเสาไฟฟ้า ก่อนจะลงมือฆ่าเหยื่อในคืนนั้น ขนทั่วร่างของริวลุกชัน เลือดในกายเย็นเฉียบ

“…เจอ… แล้ว…”

เสียงกระซิบแหบพร่าดังลอดผ่านสัญญาณรบกวน เป็นเสียงที่ดูเหมือนไม่ได้มาจากลำคอของมนุษย์ แต่ดัดแปลงผ่านเครื่องเปลี่ยนเสียง ริวกระแทกหูโทรศัพท์วางทันที เสียงกระแทกดังสนั่นห้อง เขากระถดตัวถอยหลังจนแผ่นหลังชนกับหัวเตียง น้ำตาแห่งความหวาดกลัวไหลพรากอาบสองแก้ม

มันรู้… พวกมันรู้แล้ว!

ความปลอดภัยจอมปลอมที่เขาสร้างขึ้นพังทลายลงในวินาทีนั้น สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องสั่งการให้เขา หนี


การเผชิญหน้าท่ามกลางสายฝน

ริวไม่คิดจะเก็บเสื้อผ้าหรือข้าวของมีค่า เขาคว้าเพียงกระเป๋าสตางค์และเสื้อฮู้ดสีดำตัวเก่ง วิ่งออกจากห้องราวกับคนเสียสติ เขาไม่กล้าแม้แต่จะล็อกประตูห้อง วิ่งลงบันไดหนีไฟ ขาแข้งอ่อนแรงจนเกือบสะดุดล้มหลายครั้ง

ทันทีที่ก้าวเท้าออกมาสู่ถนนใหญ่ สายฝนก็เทกระหน่ำลงมาราวกับฟ้ารั่ว เหมือนกับคืนนั้นไม่มีผิด ริวเดินกึ่งวิ่งไปตามทางเท้าที่ไร้ผู้คน แสงไฟจากเสาไฟฟ้าข้างทางกะพริบติดๆ ดับๆ เงาตะคุ่มของต้นไม้ดูเหมือนปีศาจที่กำลังยื่นมือมาตะครุบตัวเขา ทุกเสียงฝีเท้าที่ดังสะท้อนบนพื้นเปียกแฉะทำให้เขาต้องหันหลังกลับไปมองด้วยความระแวง แต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า

เขาทรุดตัวลงนั่งยองๆ หน้าบาร์ปิดตายแห่งหนึ่ง ซุกใบหน้าลงกับฝ่ามือ ร้องไห้แข่งกับสายฝน

“คุณดู… หลงทางนะครับ”

เสียงทุ้มเรียบดังขึ้นเหนือหัว ริวสะดุ้งเฮือก เงยหน้าขึ้นมองทันที ชายร่างสูงในชุดสูทสีดำสนิท ยืนกางร่มสีดำคันใหญ่บังฝนให้เขา ใบหน้าของชายคนนั้นอยู่ภายใต้เงาของร่มจนมองไม่เห็นรายละเอียด แต่ชายปริศนายื่นมือนามบัตรสีดำด้านใบเล็กๆ ให้

“The Limbo” Sanctuary for the broken souls. (Open: 00:00 – 03:00)

เมื่อริวละสายตาจากนามบัตรเงยหน้าขึ้นมองอีกครั้ง… ชายคนนั้นก็หายไปแล้ว ไม่มีรอยเท้าบนพื้นเปียก ไม่มีเงาของร่ม มีเพียงความว่างเปล่าและสายฝนที่ตกลงมาแทนที่


ทางเข้าสู่โลกใบใหม่

ตรอกเล็กๆ ที่ดูเหมือนทางตันนำเขาไปสู่ประตูไม้บานใหญ่สไตล์วินเทจ มีโคมไฟตะเกียงโบราณสีแดงให้แสงสลัวอยู่หน้าประตู ริวสูดหายใจลึก รวบรวมความกล้าผลักประตูไม้บานหนักอึ้งนั้นเข้าไป

📍 บรรยากาศภายใน The Limbo: 🕯️ ร้านมืดสลัว มีเพียงแสงเทียนวูบไหวตามโต๊ะต่างๆ 🎷 เพลงแจ๊สบรรเลงแผ่วเบาคลอเคล้าไปกับความเงียบ ❄️ กลิ่นหอมเย็นของดอกไม้เมืองหนาวและเครื่องหอมโบราณ 🕰️ ความรู้สึกเหมือนก้าวข้ามเส้นแบ่งโลกที่หยุดนิ่ง

“ยินดีต้อนรับครับ…”

ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งก้าวออกมาจากเงามืด ผิวของเขาขาวซีดตัดกับชุดสูทสีดำเข้ารูป ใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปสลักที่ไร้ที่ติ ดวงตาสีดำสนิทลึกล้ำจ้องมองริวด้วยประกายตาที่อ่านไม่ออก

“คุณเปียกหมดแล้ว” ชายหนุ่มคนนั้นเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก เขาถอดเสื้อสูทตัวนอกออก แล้วคลุมลงบนไหล่ที่สั่นเทาของริวอย่างนุ่มนวล วินาทีที่ผ้าสัมผัสโดนตัว มันมีความเย็นเยียบแผ่ซ่านออกมา แต่กลับทำให้ริวรู้สึกสงบลงอย่างน่าอัศจรรย์

“ผมชื่อ กานต์…” โฮสต์หนุ่มกระซิบข้างหูริว ลมหายใจที่รดต้นคอไม่มีไอร้อนแม้แต่น้อย

“คืนนี้… ให้ผมดูแลคุณนะครับ”

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments