HomeChapterบทที่ 2: รสจูบอุณหภูมิศูนย์

บทที่ 2: รสจูบอุณหภูมิศูนย์

สัมผัสแรกที่ริวรับรู้ได้หลังจากเสื้อสูทสีดำตัวนั้นคลุมทับลงบนไหล่ คือความหนักอึ้งที่มาพร้อมกับความเย็นยะเยือก มันไม่ใช่ความเย็นของเครื่องปรับอากาศที่เป่ากระทบผิว แต่มันเหมือนกับเอาเนื้อสดแช่แข็งมานาบลงบนตัว กลิ่นหอมเย็นๆ ที่ลอยออกมาจากเนื้อผ้า… กลิ่นดอกลิลลี่จางๆ ผสมกับกลิ่นดินชื้นและบางสิ่งที่ฉุนจมูกลึกๆ คล้ายกลิ่นสารเคมีรักษาสภาพ แทรกซึมเข้าไปในปอดของริวทุกครั้งที่หายใจเข้า

“เชิญทางนี้ครับ…”

กานต์ผายมือเชื้อเชิญ ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาแตะลงเบาๆ ที่แผ่นหลังของริวเพื่อดันให้เดินไปข้างหน้า เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสผ่านเสื้อยืดบางๆ ริวก็สะดุ้งเฮือก ขนแขนลุกชันไปทั้งตัว ความเย็นนั้นแผ่ซ่านทะลุผ้าเข้าไปถึงผิวหนัง ราวกับเข็มน้ำแข็งเล่มเล็กๆ ทิ่มแทง

ริวก้าวขาที่หนักอึ้งเดินตามแรงดันนั้นเข้าไปด้านใน ดวงตาสีโศกกวาดมองไปรอบๆ ร้าน “The Limbo” ด้วยความรู้สึกกึ่งฝันกึ่งตื่น ร้านนี้ตกแต่งราวกับหลุดออกมาจากยุควิกตอเรียนที่ถูกสาป ผนังบุด้วยผ้ากำมะหยี่สีเลือดนกที่ดูดซับแสงไฟ ทำให้บรรยากาศดูมืดสลัวและลึกลับ โคมไฟระย้าคริสตัลห้อยตระหง่านอยู่กลางห้อง ส่องประกายวิบวับแต่กลับให้แสงสีขาวนวลตาที่ดูไร้ชีวิตชีวา

โต๊ะโซฟากำมะหยี่ทรงหลุยส์ถูกจัดวางห่างกันเป็นสัดส่วน โดยมีฉากกั้นไม้แกะสลักลายเถาวัลย์หนามกั้นบังสายตา เพิ่มความเป็นส่วนตัว… หรืออาจจะเพื่อซ่อนเร้นสิ่งที่เกิดขึ้นหลังฉากกั้นเหล่านั้น

ริวเห็นลูกค้าบางโต๊ะนั่งอยู่ไกลๆ ส่วนใหญ่เป็นหญิงสาวหน้าตาดีที่แต่งตัวหรูหรา แต่ใบหน้าของพวกเธอล้วนหมองหม่น บางคนนั่งร้องไห้เงียบๆ โดยมีโฮสต์หนุ่มหน้าซีดคอยโอบกอดปลอบประโลม บางคนนั่งจ้องมองโฮสต์ของตัวเองด้วยแววตาเลื่อนลอย ราวกับกำลังมองภาพวาดที่ไม่มีวันจับต้องได้

ไม่มีเสียงพูดคุยจอแจ ไม่มีเสียงแก้วกระทบกัน มีเพียงเสียงเพลงแจ๊สท่วงทำนองเนิบนาบที่ลอยละล่องมาจากความว่างเปล่า และเสียงลมหายใจ… เสียงลมหายใจที่ดูเหมือนจะมีเพียงลูกค้าเท่านั้นที่เป็นเจ้าของ

“มุมนี้เงียบที่สุด… คุณน่าจะชอบ”

กานต์พาริวมาหยุดที่โต๊ะมุมสุดของร้าน ซึ่งถูกบดบังด้วยเงามืดของเสาต้นใหญ่ เขากดไหล่ริวเบาๆ ให้ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนานุ่ม ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ไม่ใช่ฝั่งตรงข้าม… แต่เป็น ข้างๆ ระยะห่างระหว่างเขากับริวแทบจะเป็นศูนย์ ต้นขาของทั้งคู่เบียดเสียดกัน ริวขยับตัวหนีเล็กน้อยด้วยความอึดอัด แต่พื้นที่บนโซฟากลับดูเหมือนจะแคบลงถนัดตาเมื่อกานต์ขยับตามเข้ามา

“คุณตัวสั่น…” กานต์เอ่ยทักเสียงนุ่ม ทอดสายตามองริวด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มันดูอบอุ่น อ่อนโยน แต่ลึกๆ ลงไปในลูกตาสีดำสนิทคู่นั้น กลับมีความหิวกระหายบางอย่างซุกซ่อนอยู่

“ผม… ผมหนาว” ริวตอบเสียงตะกุกตะกัก พลางกระชับเสื้อสูทของกานต์ที่คลุมไหล่อยู่แน่นขึ้น โดยไม่รู้ตัวเลยว่ายิ่งกอดเสื้อแน่นเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรับกลิ่นกายของกานต์เข้าไปมากเท่านั้น

“ดื่มนี่ก่อนสิครับ… มันจะช่วยให้เลือดลมสูบฉีดดีขึ้น”

กานต์ไม่ได้เรียกบริกร แต่เขาเอื้อมมือไปหยิบขวดแก้วเจียรไนทรงสวยที่วางรออยู่แล้วบนโต๊ะ รินของเหลวสีแดงเข้มข้นราวกับเลือดลงในแก้วทรงสูง

“’Bloody Mary’ สูตรพิเศษ… ใส่ส่วนผสมลับจากดอกไม้ที่บานเฉพาะในคืนเดือนดับ”

ริวมองแก้วในมืออีกฝ่ายอย่างลังเล แต่ความกระหายน้ำและความต้องการอะไรก็ได้มาย้อมใจทำให้เขารับมันมา ริวยกแก้วขึ้นจิบ รสชาติหวานปะแล่มผสมกับความเผ็ดร้อนของวอดก้าและพริกไทยไหลลวกผ่านลำคอ ความร้อนวูบวาบแผ่ซ่านไปทั่วท้อง ช่วยไล่ความหนาวเหน็บในอกได้ชั่วขณะ

“ดีขึ้นไหมครับ?” กานต์ถามพลางขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ ใกล้จนริวเห็นรายละเอียดบนใบหน้าของอีกฝ่ายชัดเจน… ผิวขาวจัดที่ดูเรียบเนียนราวกับรูปปั้นหินอ่อน ไม่มีรูขุมขน ไม่มีรอยตำหนิ และที่สำคัญ… ไม่มีเลือดฝาด

“คุณ… ทำงานที่นี่มานานแล้วเหรอ?” ริวถามเพื่อทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด

กานต์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นไปไม่ถึงดวงตา “นานพอที่จะลืมวันเวลาไปแล้วครับ… สำหรับพวกเราที่นี่ เวลามันไม่มีความหมายหรอก มีแค่ ‘คืนนี้’ เท่านั้นที่สำคัญ”

แต่คุณรู้ใช่ไหมว่าที่นี่คือบาร์โฮสของวิญญาณ

“วิญญาณ!!! ผีนะเหรอ” ริวคิดในใจ แต่ไม่ได้เชื่อในคำพูดของเขาเท่าไหร่ ถึงแม้สิ่งที่มองเขาอยู่ตรงหน้า และบรรยากาศจะทำให้เชื่อได้ก็ตามเถอะ “ชะ โชคดีนะครับที่ผมไม่ใช่คนกลัวผี อ่ะ วิญญาณก็วิญญาณ” ริวพูดไปอย่างท้าทาย

มือเย็นเฉียบของโฮสต์หนุ่มเอื้อมมาจับมือริวที่วางอยู่บนตัก ริวสะดุ้งเฮือก จะชักมือหนี แต่กานต์กลับกุมไว้แน่น… แรงบีบนั้นมหาศาลขัดกับรูปร่างโปร่งบาง ราวกับคีมเหล็กที่ล็อกข้อมือเขาไว้

“มือคุณอุ่นจัง…” กานต์พึมพำ เสียงของเขาเริ่มแหบพร่าลง “อุ่น… เหมือนชีวิต”

นิ้วหัวแม่มือเย็นๆ ของกานต์ไล้วนไปมาที่ชีพจรข้อมือของริว สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นระรัว ตุบ… ตุบ… ตุบ… ริวรู้สึกเหมือนถูกสูบเรี่ยวแรง พลังงานบางอย่างกำลังไหลออกจากร่างผ่านจุดที่สัมผัสกัน ไหลไปสู่ร่างที่เย็นชืดของกานต์ ความง่วงงุนเริ่มเข้าครอบงำสติสัมปชัญญะ แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกวาบหวิวแปลกประหลาดก็ก่อตัวขึ้นที่ท้องน้อย

“คุณริว…” กานต์เรียกชื่อเขาแผ่วเบา ขยับตัวเข้ามาจนร่างแทบจะเกยกัน ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาที่ซอกคอของริว “รู้ไหม… คนที่หนีความตายมาอย่างคุณ มีกลิ่นที่หอมหวานที่สุด”

“อึก…” ริวเชิดหน้าขึ้นโดยไม่รู้ตัวเมื่อปลายจมูกเย็นเฉียบของกานต์ลากผ่านลำคอระหง มันเป็นความรู้สึกที่ขัดแย้งอย่างรุนแรง ความกลัวกรีดร้องในหัวบอกให้เขาผลักไส แต่ร่างกายกลับตอบสนองต่อสัมผัสดิบเถื่อนนั้นอย่างน่าละอาย ขนลุกซู่ทุกที่ที่ลมหายใจ (ที่ไม่มีไออุ่น) ของกานต์พัดผ่าน

“พวกมันตามคุณมาใช่ไหม…” กานต์กระซิบชิดใบหู ก่อนจะขบเม้มเบาๆ ที่ติ่งหูของริว ความเจ็บจี๊ดแล่นปราดพร้อมกับความเสียวซ่าน “พวกหมาล่าเนื้อสกปรกพวกนั้น”

ริวตัวแข็งทื่อ น้ำตาเอ่อคลอเมื่อนึกถึงเสียงโทรศัพท์เมื่อครู่ “ช…ช่วยผมด้วย… อย่าให้พวกมันเจอผม”

กานต์ผละใบหน้าออกมาเล็กน้อย จ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นระริกของริว แววตาของโฮสต์หนุ่มวาวโรจน์ขึ้นชั่วครู่—แววตาของสัตว์ร้ายที่เจอเหยื่ออันโอชะ

“ผมช่วยคุณได้… ริว” กานต์เอ่ยเสียงเข้ม มือข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นมาประคองท้ายทอยของริว บังคับให้แหงนรับสัมผัส “แต่ที่นี่ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ… ค่าจ้างสำหรับการคุ้มครอง ไม่ใช่เงิน”

“แล้ว… คุณต้องการอะไร?”

กานต์ไม่ตอบเป็นคำพูด แต่เขาค่อยๆ โน้มใบหน้าลงมา ริมฝีปากที่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งประทับลงบนริมฝีปากสั่นระริกของริวอย่างแผ่วเบาในคราแรก ก่อนจะบดเบียดลงมาอย่างหนักหน่วงและหิวกระหาย

ความเย็นจัดแทรกซึมเข้ามาในปาก ริวเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ลิ้นเย็นชื้นของกานต์สอดแทรกเข้ามา กวาดต้อนความอบอุ่นจากโพรงปากของริวอย่างตะกละตะกลาม ริวรู้สึกเหมือนถูกสูบวิญญาณ สมองขาวโพลน ร่างกายอ่อนระทวยจนต้องใช้มือขยุ้มเสื้อสูทของกานต์ไว้แน่นเพื่อยึดเหนี่ยว

มันเป็นจูบที่ไร้ซึ่งความรัก แต่มันเต็มไปด้วยตัณหา ความเป็นเจ้าของ และอำนาจที่เหนือกว่า

กานต์จูบไซ้ บดขยี้จนริวหายใจไม่ทัน เสียงครางอือในลำคอของริวถูกกลืนหายไป จูบนั้นรสชาติเหมือนเหล้า Bloody Mary ที่เขาเพิ่งดื่ม… ขมปร่า คาวเลือด และมอมเมา

เมื่อกานต์ถอนริมฝีปากออก ริวหอบหายใจแฮก ใบหน้าแดงก่ำ น้ำลายใสยืดเชื่อมระหว่างปากของทั้งคู่ ริวมองกานต์ด้วยสายตาพร่ามัว เห็นเพียงรอยยิ้มพึงพอใจบนใบหน้าของโฮสต์หนุ่มที่ดูมีเลือดฝาดขึ้นมาเล็กน้อย

“ค่ามัดจำ…” กานต์ใช้นิ้วโป้งปาดคราบน้ำลายที่มุมปากของริวออก แล้วนำมาเลียที่ปากตัวเองช้าๆ “คืนนี้คุณเป็นของผม… และจะไม่มีใครแตะต้องคุณได้ นอกจากผม”

ริวทิ้งศีรษะลงพิงไหล่กานต์อย่างหมดแรง ยอมรับชะตากรรมในคืนนี้ ในอ้อมกอดที่หนาวเหน็บนี้… อย่างน้อยเขาก็ยังหายใจ แต่ริวหารู้ไม่ว่า การหนีเสือปะจระเข้… ยังน้อยไปสำหรับสถานการณ์นี้ เพราะเขากำลังหนีจาก นักล่า มาซุกอก วิญญาณ เอ๊ะ หรือปีศาจ…

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted