ความเงียบสงัดปกคลุมห้องหมายเลข 000 อีกครั้ง
ริวค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นด้วยความรู้สึกหนักอึ้งไปทั่วร่าง ความปวดร้าวระบมแล่นริ้วไปตามกล้ามเนื้อทุกมัด โดยเฉพาะช่วงล่างที่ยังคงรู้สึกถึงความคับแน่นและแสบสันจากการรองรับตัวตนของใครบางคน… หรือบางสิ่ง แต่สิ่งที่แปลกไปคือ… ความอบอุ่น
แผ่นหลังของริวแนบชิดอยู่กับอกกว้างที่แข็งแกร่งและ อุ่นจัด แขนยาวที่โอบกอดเอวเขาไว้นั้นไม่ได้เย็นยะเยือกเหมือนน้ำแข็งอีกต่อไป แต่มีอุณหภูมิเหมือนคนปกติ… ไม่สิ อุ่นกว่าคนปกติเล็กน้อยด้วยซ้ำ ราวกับเตาผิงไฟที่กำลังคุกรุ่น
“ตื่นแล้วเหรอครับ…”
เสียงทุ้มกระซิบที่ข้างหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอ ริวขยับตัวเล็กน้อย พลิกตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเจ้าของอ้อมกอด ภาพที่เห็นทำให้ริวเผลอกลั้นหายใจ กานต์ในตอนนี้ดูงดงามและอันตรายยิ่งกว่าเดิม ผิวที่เคยขาวซีดจนดูไร้เลือดฝาด บัดนี้กลับมีสีระเรื่อสุขภาพดี ดวงตาสีดำสนิททอประกายวับวาว ริมฝีปากที่เคยซีดเซียวกลับแดงสดและบวมเจ่อนิดๆ จากรสจูบอันยาวนาน
พลังชีวิตของริว… ไหลไปเวียนวนอยู่ในร่างของผีหนุ่มจนหมดสิ้น
“คุณ… ตัวอุ่น” ริวยกมือขึ้นแตะแก้มสากของกานต์เบาๆ สัมผัสนั้นเหมือนมนุษย์จนน่าตกใจ
กานต์หลับตาพริ้มรับสัมผัสนั้น เอียงแก้มซบฝ่ามือริว “เพราะคุณ… ริว พลังของคุณปลุกผมขึ้นมา” เขาลืมตาขึ้น จ้องลึกเข้าไปในตาริว “ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือน… มีชีวิตอีกครั้ง”
กานต์ขยับตัวลุกขึ้นนั่ง ผ้าห่มเลื่อนหลุดเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมส่วนที่มีรอยเล็บข่วนเป็นทางยาว—ฝีมือของริวเอง กานต์เอื้อมมือไปหยิบผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นมาบรรจงเช็ดตามเนื้อตัวให้ริวอย่างเบามือ
“อ๊ะ… เจ็บ” ริวสะดุ้งเมื่อผ้าสัมผัสโดนรอยกัดที่ซอกคอ
“ขอโทษครับ…” กานต์ชะงัก ก้มลงจูบซับที่รอยกัดนั้นเบาๆ “รอยนี้จะอยู่ติดตัวคุณไปอีกพักใหญ่… มันคือเกาะป้องกัน กลิ่นอายของผมจะกลบกลิ่นมนุษย์ของคุณ ทำให้พวกผีสางตนอื่นไม่กล้ายุ่ง และพวกคนที่คิดร้าย… จะรู้สึกขนลุกเวลาเข้าใกล้คุณ”
(เขาพูดเรื่องนี้อีกแล้ว ตามน้ำไปละกัน) ริวคิดในใจ ริวมองการกระทำนั้นด้วยหัวใจที่เต้นระรัว แม้สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่จะดิบเถื่อน แต่ในเวลานี้ กานต์กลับดูอ่อนโยนราวกับคนละคน
“ผมอยู่ที่นี่ตลอดไปไม่ได้เหรอ?” ริวถามเสียงแผ่ว ความกลัวโลกภายนอกเริ่มเกาะกุมจิตใจอีกครั้ง “ข้างนอกนั่น… มีแต่คนใจร้าย”
มือของกานต์หยุดชะงัก บรรยากาศในห้องเย็นลงวูบหนึ่ง “ไม่ได้ครับ” กานต์ตอบเสียงเรียบ “ที่นี่คือ The Limbo… แดนสนธยาระหว่างเป็นและตาย คนเป็นอยู่ที่นี่ได้แค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ถ้าเกินกว่านั้น… วิญญาณคุณจะถูกกลืนกินจนกลับร่างไม่ได้”
กานต์หันไปมองนาฬิกาแขวนผนังที่เข็มยาวกำลังจะชี้เลขสิบสอง 02:55 น.
“อีก 5 นาที บาร์จะปิด… มิติจะเคลื่อน คุณต้องออกไปเดี๋ยวนี้ ริว”
กานต์ดึงริวเข้ามากอดแน่นเป็นครั้งสุดท้าย “ฟังผมนะ… ตอนนี้คุณมีผมอยู่ในตัว เลือดของผม พลังของผม ไม่มีใครทำอะไรคุณได้ง่ายๆ อีกแล้ว จงใช้ชีวิต… อย่าหนี ลุกขึ้นสู้ ถ้ามีภัยจวนตัว ให้เรียกชื่อผม… เข้าใจไหม?”
ริวพยักหน้าทั้งน้ำตา กานต์หยิบเสื้อผ้ามาสวมใส่ให้ริวทีละชิ้น ก่อนจะจูบหน้าผากมนเป็นครั้งสุดท้าย “ไปซะ… ก่อนที่ประตูจะปิดตาย”
03:01 น.
ริวยืนอยู่นอกประตูไม้บานใหญ่ ท่ามกลางสายฝนที่ยังคงตกปรอยๆ ทันทีที่ก้าวเท้าออกมา เสียงประตูไม้ด้านหลังก็ดัง ปัง! เมื่อริวหันกลับไปมอง… ก็พบเพียงกำแพงอิฐเปล่าเปลือย ประตูบาร์ The Limbo หายไปแล้ว
เหลือเพียงความเจ็บปวดที่ช่วงล่าง และรอยกัดที่คอ เป็นเครื่องยืนยันว่าเรื่องเมื่อคืนไม่ใช่ความฝัน ริวกระชับเสื้อฮู้ดเข้าหากัน ภายในร่างกายเขากลับมีความร้อนรุ่มแปลกประหลาดไหลเวียนอยู่ ความกล้าบางอย่างที่เขาไม่เคยมีเริ่มก่อตัวขึ้น
แต่แล้ว… ฝีเท้าของเขาก็ต้องชะงัก ที่ปากตรอก รถตู้สีดำคันหนึ่งจอดสตาร์ทเครื่องรออยู่ ไฟหน้ารถสาดส่องผ่านม่านฝน ชายฉกรรจ์สามคนกระโดดลงมาจากรถ ในมือถือท่อนเหล็กและมีดพก ริวจำดวงตาเหี้ยมเกรียมเหล่านั้นได้แม่น
“มึงอยู่นี่เอง… ไอ้หนูสกปรก” หนึ่งในนั้นแสยะยิ้ม
ปกติริวคงจะทรุดลงไปกองกับพื้น แต่ครั้งนี้… บางอย่างเปลี่ยนไป เมื่อพวกมันก้าวเข้ามาในระยะประชิด จู่ๆ ชายคนที่ถือมีดก็ชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นหวาดระแวง
“เฮ้ย… ลูกพี่ ทำไมกลิ่นไอ้เด็กนี่มันแปลกๆ วะ? มันเหม็น… เหม็นเหมือนศพ… เหมือนศพที่เพิ่งตายใหม่ๆ”
ริวยืนนิ่ง เขารู้สึกร้อนวาบที่รอยกัดที่ต้นคอ เสียงกระซิบของกานต์ดังก้องในหัว… ‘เรียกชื่อผม’ ชายหัวหน้าไม่สนใจคำเตือน มันง้างท่อนเหล็กขึ้นสุดแขน เตรียมฟาดลงที่ศีรษะของริว
“ตายซะมึง!!!”
วินาทีนั้น ริวหลับตาปี๋ ตะโกนสุดเสียง “ช่วยด้วย… กานต์!!!”
วูบ!
สายลมกรรโชกแรงพัดวูบผ่านหน้าตรอก ไฟหน้ารถตู้กะพริบถี่รัวก่อนจะดับวูบลง ความมืดเข้าปกคลุมฉับพลัน
“กรี๊ดดดดดด!!!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนไม่ได้มาจากริว… แต่มาจากชายหัวหน้าแก๊ง เมื่อไฟถนนกะพริบติดขึ้นมาอีกครั้ง ร่างของมันลอยคว้างอยู่กลางอากาศ โดยมี “มือปริศนา” ที่มองไม่เห็นบีบคอมันไว้แน่นจนหน้าเขียวคล้ำ และเงาสีดำทมิฬรูปร่างคล้ายปีกนกขนาดใหญ่ กำลังแผ่ขยายออกมาจากเงาของริว ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดราวกับอาณาเขตของปีศาจ
ริวลืมตาขึ้นมองภาพตรงหน้า ริมฝีปากสั่นระริกคลี่ยิ้มออกมาทั้งน้ำตา เขาไม่ได้ตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้ว…



